ยอมรับได้ไหม? 3 ความจริงอันโหดร้าย ที่จะพิสูจน์ว่าคุณพร้อมรวยหรือยัง? บทเรียนจากหนังสือ Start Thinking Rich 21 ข้อคิดพลิกชีวิตที่ติดลบสู่อิสรภาพทางการเงิน

ยอมรับได้ไหม? 3 ความจริงอันโหดร้าย ที่จะพิสูจน์ว่าคุณพร้อมรวยหรือยัง? บทเรียนจากหนังสือ Start Thinking Rich 21 ข้อคิดพลิกชีวิตที่ติดลบสู่อิสรภาพทางการเงิน

การสร้างความมั่งคั่งมีปัจจัยมากมายที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของตลาดหุ้น อัตราเงินเฟ้อ หรือการเปลี่ยนแปลงของระบบภาษี อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอีกมากที่เราสามารถควบคุมได้เพื่อพัฒนาสถานะทางการเงินของตนเอง

แนวคิดนี้ถูกนำเสนอในหนังสือ "Start Thinking Rich" เขียนโดย แบรด คลอนซ์ นักจิตวิทยาการเงิน และ เอเดรียน บรัมบิลา อดีตแดนเซอร์ประจำวงของ T-Pain ผู้ได้แรงบันดาลใจจากรายได้มหาศาลของศิลปินจนผันตัวมาเป็นนักธุรกิจและนักสร้างคอนเทนต์ด้านการหารายได้เสริมที่ประสบความสำเร็จ

หนังสือเล่มนี้รวบรวม 21 ความจริงอันโหดร้ายเกี่ยวกับการสร้างอิสรภาพทางการเงิน แต่ละบทมุ่งขจัดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเงิน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านพัฒนาทั้งสถานะทางการเงินและความมั่นใจในการบริหารจัดการเงิน

บทความนี้เราแปลมาจาก CNBC Make It ที่ได้หยิบยก ความจริงอันโหดร้าย 3 ประการที่ คลอนซ์ และ บรัมบิลา พูดไว้ว่าคุณต้องยอมรับหากคุณต้องการร่ำรวยขึ้น

1. อย่าคิดแต่ว่าจะใช้เงินล้านอย่างไร

คลอนซ์กล่าวว่า วิธีคิดเกี่ยวกับเงินนั้นสำคัญพอๆ กัน หรืออาจสำคัญยิ่งกว่าจำนวนเงินในบัญชีของคุณด้วยซ้ำ เขาเขียนว่า "คุณไม่ได้อยากเป็นเศรษฐีเงินล้าน แต่คุณอยากใช้เงินล้าน"

เขาเขียนต่อว่า หากมีคนถามคุณว่าจะทำอะไรกับเงิน 1 ล้านดอลลาร์ในวันนี้ แล้วคุณเริ่มทำรายการช็อปปิ้งที่มีรายการเช่น บ้านหลังใหญ่ขึ้น รถยนต์ที่ดีกว่าเดิม เสื้อผ้าแบรนด์หรู หรือตั๋วเครื่องบินราคาแพง นั่นแสดงว่าคุณน่าจะมี "ความคิดแบบคนจน"

เขาเขียนต่อว่า "หากไม่มีความคิดที่ถูกต้อง แม้คุณจะรวยขึ้นมาในทันทีทันใด คุณก็จะใช้เงินจนหมดและกลับไปอยู่จุดเดิมที่คุณเคยอยู่"

ในทางตรงกันข้าม คลอนซ์เขียนในหนังสือว่า คนที่มี "ความคิดแบบคนรวย" จะยังคงทำงานต่อไป ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างที่ปรึกษาทางการเงินหรือนักบัญชี จากนั้นก็จะนำเงินเกือบทั้งหมดไปลงทุน "คนที่มีความคิดแบบคนจนทำงานเพื่อเงิน ในขณะที่คนที่มีความคิดแบบคนรวยรู้วิธีที่จะทำให้เงินทำงานเพื่อพวกเขา"

2. อย่าโทษอดีต พ่อแม่ไม่ผิดนะที่เขาไม่ได้รวย

การเกิดในครอบครัวที่รวยหรือจนเป็นสิ่งที่เราเลือกไม่ได้ แต่คลอนซ์เชื่อว่า ทุกคนมีโอกาสสร้างความมั่งคั่งได้ในช่วงชีวิตของตน หากมีความคิดที่ถูกต้องและมุ่งมั่นที่จะเพิ่มรายได้และมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ

บรัมบิลาเขียน ยกตัวอย่างเรื่องราวของพ่อตัวเองว่า เขาเป็นผู้อพยพจากเม็กซิโกมาสหรัฐฯ ตั้งแต่วัยรุ่น เริ่มต้นจากการล้างรถที่ศูนย์โตโยต้า จนสามารถเกษียณได้ตอนอายุ 56 ปี กุญแจสู่ความสำเร็จของครอบครัวเขาคือการใช้ชีวิตอย่างประหยัด ทั้งเลือกอยู่ในพื้นที่ค่าครองชีพต่ำ ไม่ทานข้าวนอกบ้าน และไม่ฟุ่มเฟือยกับการอัพเกรดข้าวของเครื่องใช้ จนในที่สุดสามารถสร้างฐานะเป็นเศรษฐีเงินล้านได้

คลอนซ์เสริมเพิ่มเติมจากเรื่องของบรัมบิลาว่า การเปลี่ยนจากจนเป็นรวยนั้นเรียบง่าย คือ "ใช้จ่ายให้ต่ำกว่ารายได้ และนำเงินที่เหลือไปลงทุน" แม้จะฟังดูง่าย แต่การนำไปปฏิบัติจริงนั้นต้องอาศัยความมุ่งมั่นและวินัยอย่างมาก

3. ความมั่งคั่งต้องแลกมาด้วยการเสียสละชั่วคราว

การสร้างความมั่งคั่งมีหลายเส้นทาง ตั้งแต่โชคลาภอย่างถูกล็อตเตอรี่ ไปจนถึงการทำงานหนักหลายทศวรรษ แต่คลอนซ์เชื่อว่า สำหรับคนทั่วไปแล้ว การจะรวยได้ต้องเริ่มจากการยอมสละความสะดวกสบายบางอย่างในช่วงแรก

ตัวอย่าง 4 วิธีที่เขาบอกว่า ถ้าทำแบบนี้ใครๆ ก็สามารถเพิ่มเงินออมได้ภายในหนึ่งปี

- หารูมเมทมาแชร์ค่าใช้จ่าย เพื่อลดภาระค่าที่พักและมีเงินเหลือไปลงทุน
- เปลี่ยนจากรถส่วนตัวมาใช้ขนส่งสาธารณะ ประหยัดทั้งค่าผ่อน ค่าประกัน และค่าบำรุงรักษา
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากดีต่อสุขภาพยังช่วยประหยัดเงินได้มาก
- สร้างรายได้เสริม เพื่อเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ

แม้บางข้อจะดูยากสำหรับบางคน แต่คลอนซ์ย้ำว่า "หากต้องการเปลี่ยนจากจนเป็นรวย คุณต้องยอมใช้ชีวิตแบบประหยัด สักระยะหนึ่ง"

และแน่นอนว่าคำแนะนำนี้ เขาไม่ได้พูดถึงคนที่แทบไม่มีจะกิน แต่หมายถึงคนที่บ่นว่า "ไม่มีเงินพอจะลงทุน" ทั้งที่ยังใช้เงินหลายพันบาทต่อเดือนไปกับสิ่งฟุ่มเฟือยอย่างการทำผมหรือดูแลรถหรู

"ถ้าคุณต้องการชีวิตที่พิเศษ คุณต้องใช้มาตรการที่พิเศษเพื่อทำให้มันเกิดขึ้น" คลอนซ์กล่าวปิดท้าย

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save