3 ความเชื่อการเงิน ‘Toxic’ ที่เลิกแล้วชีวิตและการเงินจะดีขึ้น จาก Ramit Sethi ผู้เขียน “ผมจะสอนให้คุณรวย”

ว่ากันตามทฤษฎี เรื่องการเงินส่วนบุคคลคอนเซปต์หลักๆ ก็หนีไม่พ้น ใช้ให้น้อยกว่าที่หามาได้ เก็บเงินสำรองฉุกเฉิน เก็บเงินเพื่อซื้อของชิ้นใหญ่ในชีวิต ออมเงิน ลงทุนเพื่อการเกษียณ กระจายความเสี่ยง ซื้อประกันตามความเหมาะสมเพื่อป้องกันส่ิงที่ไม่คาดฝัน สร้างรายได้หลายๆ ทางเพื่อความปลอดภัยทางการเงิน ใช้จ่ายซื้อความสุขให้ตัวเองบ้างตามสมควร อะไรประมาณนี้
การสร้างความมั่งคั่ง เป็นเรื่องค่อนข้างเรียบง่าย แต่ไม่ได้ง่าย เพราะระหว่างทางก็จะเจอความท้าทาย การตัดสินใจและเหตุการณ์ในชีวิตอีกมากมาย แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มันยากขึ้นกว่าเดิมก็คือความคิดที่ ‘Toxic’ ของเราที่ขวางทางการไปสู่ความสำเร็จทางด้านการเงิน
รามิตร เศรษฐี (Ramit Sethi) เศรษฐีร้อยล้านที่สร้างความมั่งคั่งด้วยตัวเอง เจ้าของหนังสือขายดี “ผมจะสอนให้คุณรวย” (ติดหนังสือขายดีของ The New York Times ด้วย) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาทางการเงิน บอกว่าหากเราต้องการไปให้ถึงเป้าหมายการเงินของตัวเอง สิ่งที่เราต้องทำคือหยุดขวางทางตัวเองและแก้ไขความคิดการเงินที่เป็นพิษที่กำลังฉุดรั้งคุณไว้ 3 ข้อนี้
มันเป็นกรอบความคิดเพียงเล็กน้อยแต่จะสามารถ ‘เปลี่ยนชีวิต’ ของเราได้เลยทีเดียว
1. ‘เราไม่พูดเรื่องการเงิน’
เราเติบโตมาในวัฒนธรรมที่เชื่อว่าการพูดเรื่องเงินเป็นประเด็นที่ควรหลีกเลี่ยง แต่สำหรับเศรษฐีแล้วเขามองว่ามันคือสิ่งที่เราควรทำจนรู้สึกสบายใจที่จะพูดเรื่องเงิน ไม่ว่าจะกับตัวเราเองหรือกับคนในครอบครัว
“เราหวังว่าจะก้าวหน้าได้ยังไงถ้าไม่พูดเรื่องเงิน ไม่ว่าจะกับตัวเองหรือกับคนรัก? เรื่องเงินคือประเด็นที่ถูกพูดถึงกันอย่างสม่ำเสมอในครอบครัวที่ประสบความสำเร็จด้านการเงิน”
การพูดเรื่องเงินไม่ได้เป็นการแสดงถึงความโลภอยากได้อยากมี แต่เป็นการกระตุ้นให้เราลุกขึ้นมาจัดการและรับผิดชอบเรื่องการเงินของเรา (และครอบครัว) อย่างจริงจัง
รู้ว่าเงินเข้าเท่าไหร่ ออกไปทางไหนบ้าง และเป้าหมายการเงินสำหรับอนาคตคืออะไร ลองตรวจสอบนิสัยการใช้เงินของตัวเองว่ามีอะไรที่ใช้มากเกินไปรึเปล่า ตรงไหนที่ควรปรับปรุง ตรงไหนทำได้ดี
เศรษฐีแนะนำว่าให้คุยกับคู่รักของคุณเรื่องนี้เป็นประจำ ดูว่าการลงทุนที่กำลังทำอยู่ถูกต้องไหม เงินโบนัสที่ได้มาควรจัดสรรยังไง ค่าเทอมลูกต้องเอาไปเก็บบัญชีดอกเบี้ยสูงที่ไหนดี ฯลฯ
2. ‘ไม่ตั้งคำถามกับบทเรียนการเงินที่เราได้รับมาในวัยเด็ก’
ความเข้าใจ/ความคิด/ความสัมพันธ์ของเรากับเงินนั้นถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ยังเด็ก ผ่านสังคมที่อยู่ โรงเรียนที่ไป เพื่อนๆ ที่คบหา และที่สำคัญที่สุดคือครอบครัวที่เลี้ยงดูเราให้เติบโตขึ้นมา
แนวคิดหลายๆ อย่างอาจจะเป็นสิ่งที่ดี แต่มันก็อาจจะไม่ได้ถูกต้องหรือเหมาะสมกับสถานการณ์/ความต้องการ/เป้าหมายในชีวิตของเราเมื่อโตขึ้น
สมมุติคุณอยากจะทำงานแบบที่สามารถเดินทางย้ายที่อยู่ไปได้เรื่อยๆ ใช้ชีวิตแบบ ‘Digital Nomad’ การปักหลักตั้งหน้าเก็บเงินซื้อบ้านก็อาจจะไม่ใช่การลงทุนที่ดีสำหรับคุณก็ได้ ถ้าคุณมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะไม่แต่งงานมีลูก การวางแผนเกษียณของคุณก็อาจจะต่างออกไปจากคนที่มีครอบครัวก็ได้
มอร์แกน เฮาเซิล (Morgan Housel) ผู้เขียนหนังสือขายดีตีพิมพ์ไปแล้วกว่า 6 ล้านเล่มอย่าง ‘จิตวิทยาว่าด้วยเงิน’ พูดไว้ในพอดแคสต์ของเขาว่าวิธีจัดการเงินของเราอาจจะไม่เหมือนกับคนอื่นก็ได้ ตราบใดที่เรารู้ว่านี่คือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับตัวเราเอง
การที่เรายึดติดกับบทเรียนหรือความเข้าใจเรื่องการเงินที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ยังเด็กโดยไม่ตั้งคำถามกับมันเลยอาจจะทำให้เดินหลงทางออกจากเป้าหมายของเราได้
ทั้งนี้ทั้งนั้น...การตั้งคำถามไม่ใช่การปัดปฏิเสธทุกอย่าง แต่คือการตรวจสอบว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ ความเชื่อตรงนี้กำลังพาเราไปปลายทางที่ไหนกันแน่มากกว่า
เศรษฐีเล่าว่าบ่อยครั้งในรายการพอดแคสต์ของเขาที่แขกจะเล่าว่าในวัยเด็กพ่อแม่จะพูดคำว่า ‘เราไม่มีเงินซื้อหรอก’ อยู่ตลอดเวลา
พอสิ่งนี้ฝังเข้าไปในหัว โตขึ้นมาคนเหล่านี้รู้สึกผิดมากเวลาซื้อกาแฟให้ตัวเองดื่มสักแก้วหนึ่ง หรือเดินทางท่องเที่ยวเพื่อความสุขกับครอบครัว แม้ว่าจะมีเงินเพียงพอสำหรับทำเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว
นี่คือบทเรียน/ความเชื่อที่ถูกฝังในหัวมาตั้งแต่เด็ก หน้าที่ของเราคือการตรวจสอบแล้วดูว่ายังสมควรเก็บเอาไว้หรือเปลี่ยนมันใหม่แล้วรึเปล่า
มีบทเรียนการเงินข้อหนึ่งที่เฮาเซิลเขียนไว้ในจดหมายถึงลูกชายของเขาว่า “ไม่ต้องเชื่อพ่อหากลูกไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่พ่อเขียน” เพราะไม่ว่ายังไงทุกคนบนโลกใบนี้ก็จะมีความคิดที่แตกต่างกันออกไป เฮาเซิลเน้นย้ำว่าเราทุกคนนั้นเกิดมามีสภาพแวดล้อม ช่วงเวลา และโอกาสที่แตกต่างกัน “ลูกเองก็จะมีโอกาสที่แตกต่างจากที่พ่อมี”
การเรียนรู้ที่ดีที่สุดเกิดขึ้นตอนที่เราไม่เห็นด้วยกับบางเรื่องแล้วลงมือทำด้วยตัวเอง
3. ‘การลงทุนคือเรื่องของคนรวยเท่านั้นแหละ’
ความเชื่อนี้เราคงได้ยินกันมาบ่อยๆ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ควรได้รับการแก้ไขโดยด่วน
หลายคนอาจจะกำลังหลีกเลี่ยงการลงทุนเพราะรู้สึกว่าตัวเองยังไม่มีเงิน การลงทุนคือเรื่องของคนรวย แต่เศรษฐีบอกว่ากลับกันด้วยซ้ำ “หนทางสู่ความมั่งคั่งคือการลงทุนนั่นแหละ”
หากเราเพิ่งเริ่มทำงานรายได้ยังไม่มาก ก็หาความรู้เรื่องการลงทุน จัดแบ่งเงินมาลงทุนเท่าที่ทำได้ แม้จะเดือนละไม่กี่ร้อยก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีและสร้างนิสัยแห่งการลงทุนของตัวเองไปด้วย
หาการลงทุนที่เรารู้สึกสบายใจ เอาชนะเงินเฟ้อได้ ตั้งการลงทุนให้เป็นอัตโนมัติ แล้วค่อยๆ หาความรู้เพิ่มเติมให้กับตัวเอง ปล่อยให้เงินทำงานด้วยกฎของดอกเบี้ยทบต้นไปเรื่อยๆ มันจะเติบโตช้า แต่หากเราเริ่มเร็วและสม่ำเสมอนั่นคือข้อได้เปรียบเลย
“การสร้างความมั่งคั่งที่แท้จริงนั้นใช้เวลาและน่าเบื่อ เป็นการสร้างระบบขึ้นมา” เศรษฐีบอก “และถ้าคุณนึกถึงสิ่งที่คุณเคยทำในชีวิตที่ใช้เวลานานและรู้สึกภาคภูมิใจมาก — อาจจะเป็นเรื่องสุขภาพร่างกาย หรืออาจจะเป็นการเรียนภาษา — คุณก็จะรู้ว่ามันเป็นอย่างไรที่ต้องทำมันทุกวันและค่อยๆ พัฒนาขึ้นทีละนิด นั่นแหละคือสิ่งที่การสร้างความมั่งคั่งเป็น”
ในการประชุมผู้ถือหุ้นปี 1999 วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) หนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกและนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งถูกถามว่าทำยังไงถือจะมีทรัพย์สินหลัก 30,000 ล้านเหรียญ (ในตอนนั้น) เหมือนอย่างเขาบ้าง
บัฟเฟตต์ (ซึ่งตอนนี้มีทรัพย์สินประมาณ 120,000 ล้าน) อธิบายว่าเพื่อนที่ดีที่สุดของนักลงทุนคือดอกเบี้ยทบต้นซึ่งเหมือนกับการสร้างความมั่งคั่งจากการกลิ้งลูกบอลหิมะ (Snowball) ลงเนินแล้วก้อนมันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
“เริ่มให้เร็ว” บัฟเฟตต์บอก “ผมเริ่มสร้างก้อนหิมะบนยอดเขาที่เนินเขาทอดยาวมาก ๆ เคล็ดลับของการมีเนินเขาที่ยาวคือถ้าไม่เริ่มให้เร็วก็ต้องมีชีวิตอยู่จนแก่มาก ๆ นั่นแหละ”
=========================
อย่าพลาดโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีขึ้น!
เตรียมพบกับ Make Rich Expo มหกรรมการลงทุนแห่งชาติ ที่จะพาคุณก้าวเข้าสู่โลกของการลงทุนที่ทันสมัยและเข้าใจง่ายกว่าที่เคย! ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดลงทุน หรือผู้ที่มีประสบการณ์ เรามีทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคต
เข้าร่วมงานฟรี!!
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ ที่ https://bit.ly/4cKxqet
แล้วพบกันวันที่ 2 - 3 November 2024 เวลา 10.00 - 19.00 น. ณ Paragon Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้า Siam Paragon
=========================
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

