“อย่าฝากความหวังไว้กับเงินที่อยู่ในอนาคต” ถอด 5 บทเรียนทางการเงินจากประสบการณ์ชีวิตวัยกลางคน

“อย่าฝากความหวังไว้กับเงินที่อยู่ในอนาคต” ถอด 5 บทเรียนทางการเงินจากประสบการณ์ชีวิตวัยกลางคน

วันที่บทความนี้เผยแพร่ ผมจะมีอายุครบ 36 ปีพอดี เลยอยากถอดบทเรียนทางการเงินในวัยนี้จากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่หลายท่านได้เรียนรู้จากชีวิตของผมบ้าง พยายามจะเรียบเรียงให้ได้ 5 ข้อเผื่อแต่ละท่านจะนำไปปฏิบัติตามหรือเป็นอุทธาหรณ์ให้กับชีวิต

1. อย่าซื้ออะไรเพราะคิดว่า “ของมันต้องมี” ให้นึกถึง “ของที่ต้องใช้”

ประสบการณ์ช่วงเวลาหนึ่งเมื่อครั้งหาเงินได้ใหม่ๆ คิดว่าทุกคนก็คงเป็นที่รู้สึกว่า “ของมันต้องมี” ผมเคยซื้อทุกอย่างที่อยากได้เต็มไปหมด เพื่อพบว่าผมแทบจะไม่ได้ใช้มันเลย ที่แย่คือของเหล่านั้นเมื่อนำไปขายก็แทบไม่มีราคา และเมื่อถึงเวลาที่จำเป็นต้องซื้อบางอย่างกลับไม่มีเงินเหลือเพียงพอแล้ว เช่น ตอนคอมพิวเตอร์ใช้งานพังผมกลับต้องยืมเงินมาซื้อ

2. ออมก่อนใช้ ดีกว่าใช้ก่อนออม

การออมเงินมีหลายสูตรมาก แต่สูตรที่ผมเลือกใช้คือหักดิบเมื่อเงินเดือนออกปุ๊บ ผมจะตัดเข้าบัญชีที่ไม่สามารถกดมาใช้ได้เพราะไม่ได้ทำบัตร ATM ทันที แล้วบริหารจัดการเงินที่เหลือให้อยู่ได้ในแต่ละเดือน เคยลองวิธีเหลือแล้วค่อยออม พบว่าบริหารจัดการยากกว่า ยอดคงเหลือแต่ละเดือนไม่มีความคงที่

3. อย่าดูถูกเงินฝากประจำ

แม้จะดอกเบี้ยต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่เมื่อคุณเริ่มที่จะ “ฝึกวินัยการออม” เงินฝากประจำคือครูคนแรกของผม มันทำให้เราบริหารจัดการตัวเองได้ ลองฝากระยะสั้นแบบ 12-24 เดือน เพื่อฝึกวินัย กับเงินฝากประจำปลอดภาษี จะช่วยทำให้เราเสริมวินัยไปโดยไม่รู้ตัวได้ เมื่อครบกำหนดเงินสะสมอาจเป็นเงินออมก้อนแรกให้คุณเอาไปลงทุนต่อได้เช่นกัน

4 วางดาวน์ให้สูง ซื้อของใหญ่เมื่อพร้อม

บ้าน รถ ที่ดิน เหลืออะไรก็ตามที่คุณไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินสด ต้องมีการวางเงินดาวน์ซื้อเพิ่มโอกาสในการเป็นเจ้าของสินค้าให้แก่คุณ เข้าใจว่าความพร้อมของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่ถ้าคุณรอได้ไม่รีบร้อนคุณสามารถออมเพื่อสะสมเงินดาวน์ให้ได้มากที่สุด นั่นแปลว่าคุณก็แบกภาระดอกเบี้ยน้อยลง ผมเลือกซื้อบ้านตอนที่พร้อมที่สุดและก็พบว่าตัวเองคิดถูกที่ดาวน์สูง 25%

5. อย่าฝากความหวังไว้กับเงินในอนาคต

บางคนที่มีรายได้ไม่แน่นอนเช่น เป็นฟรีแลนซ์หรือค้าขายเวลาประเมินสถานการณ์ชอบประเมินเวลาที่ยอดขายมันดีที่สุด ซึ่งอาจจะทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ผิด เราควรมองไปที่ยอดขายเฉลี่ยหรือน้อยกว่ายอดขายเฉลี่ยเล็กเล็กน้อย ผมเคยคาดหวังเงินค่าจ๊อบจากงานฟรีแลนซ์วาดฝันสวยหรูว่า 10 เดือนที่เขาจ้างเราจะเอาเงินไปทำอะไรดี ปรากฏเขาเลิกจ้างตอนเดือนที่ 3 ทุกอย่างดูผิดแผนไปหมดเลย ดังนั้นอย่าประเมินทุกอย่างดีเกินจริง

ไม่แน่ใจว่าข้อไหนไปตรงกับชีวิตจริงของท่านใดบ้าง แต่อยากจะให้คิดว่าในวัย 36 ปีคุณอยากจะมีอะไร อยากจะเป็นอย่างไรบ้าง แล้วพึงพอใจกับตัวเองหรือไม่

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save