5 ประเด็นเกี่ยวกับปากท้องจาก World Economic Forum 2025 เวทีรวมผู้นำการเมือง นักธุรกิจ และนักคิดนวัตกรรมจากทั่วโลกที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและกระเป๋าคุณ พร้อมแนวทางรับมือการเปลี่ยนแปลง

5 ประเด็นเกี่ยวกับปากท้องจาก World Economic Forum 2025 เวทีรวมผู้นำการเมือง นักธุรกิจ และนักคิดนวัตกรรมจากทั่วโลกที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและกระเป๋าคุณ พร้อมแนวทางรับมือการเปลี่ยนแปลง

World Economic Forum (WEF) 2025 ที่เพิ่งจบไป ถือเป็นเวทีสำคัญระดับโลกที่มีบทบาทในการชี้วัดและกำหนดแนวโน้มนโยบายเศรษฐกิจและการเงินประจำปี โดยงานนี้ได้รวบรวมผู้นำระดับสูงจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม รวมถึงนักคิดชั้นนำจากแวดวงวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมทั่วโลกมาร่วมประชุมกัน

การประชุม WEF 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 มกราคม ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้หัวข้อ “Collaboration for the Intelligent Age” (ความร่วมมือเพื่อยุคแห่งปัญญา) โดยมีเป้าหมายเพื่อหารือและร่วมมือในการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าเวทีนี้มีผลกระทบเศรษฐกิจโลกของเราทั้งทางตรงและทางอ้อม มันย่อมส่งผลต่อเนื่องมายังกระเป๋าเงินของคนไทยด้วยเช่นกัน วันนี้เราจะมาสรุป 5 ประเด็นใหญ่และแนวทางในการรับมือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นให้เพื่อนๆ อ่านกัน!

5 หัวข้อใหญ่จาก WEF 2025 ที่น่าจะกระทบกระเป๋าเราโดยตรง พร้อมแนวทางรับมือ

1. เทคโนโลยีที่รัฐบาลใช้ (GovTech) จะสร้างประโยชน์ให้ประชาชนทั่วโลกคิดเป็นมูลค่ามหาศาลถึง 9.8 ล้านล้านดอลลาร์

ในการประชุม World Economic Forum (WEF) มีการเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันด้วยความมุ่งมั่นในความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจากยุคอุตสาหกรรมสู่ยุคอัจฉริยะ หรือ ยุคแห่ง AI ที่กำลังจะเป็นกระแสหลักของโลก

มีการเปิดเผยข้อมูลว่าภายในปี ค.ศ. 2034 เทคโนโลยีที่รัฐบาลใช้ (GovTech) จะสร้างประโยชน์ให้ประชาชนทั่วโลกคิดเป็นมูลค่ามหาศาลถึง 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ และจะทำให้การทำงานของรัฐบาลและการติดต่อกับประชาชนดีขึ้นมาก อีกทั้งยังช่วยเสริมประสิทธิภาพ ความโปร่งใส ความยั่งยืน รวมถึงลดต้นทุน และสร้างความไว้วางใจของสาธารณะขึ้นมาใหม่

แนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง

  • เตรียมพร้อมปรับตัวด้านทักษะทางเทคโนโลยีและ AI เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงจากภาครัฐ
  • ศึกษาการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่
  • กลุ่มงานข้าราชการอาจถูกดิจิทัล ดิสรัปชัน (Digital Disruption) คนที่สนใจสายงานราชการอาจต้องศึกษาทิศทางการบริหารภาครัฐที่มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำงานมากขึ้น

2. ความสัมพันธ์ระหว่างการทำ ESG และผลประกอบการที่เป็นบวก

ปี 2025 นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกธุรกิจ เมื่อ ESG (Environmental, Social, and Governance) กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงทุนและการดำเนินธุรกิจ ผลการสำรวจจาก McKinsey แสดงให้เห็นว่า 85% ของประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนระบุว่า ESG เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงทุน นี่ไม่ใช่เพียงเทรนด์ที่เกิดขึ้นชั่วครู่ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่จะส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

ขณะที่ การศึกษาจาก NYU Stern School of Business ได้แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่าง ESG กับผลประกอบการทางการเงิน โดย 58% ของบริษัทที่ทำการศึกษา แสดงความสัมพันธ์เชิงบวก, 13% แสดงผลกระทบที่เป็นกลาง และ 8% เท่านั้นที่แสดงความสัมพันธ์เชิงลบ

ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนใน ESG ไม่เพียงแต่ดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม แต่ยังสามารถสร้างผลตอบแทนทางการเงินที่ดีได้ด้วย อีกทั้งยังมีการสำรวจพบว่านักลงทุน 33% ยินดีจ่ายสูงขึ้น 5-10% เพื่อลงทุนในบริษัทที่ดำเนินงานด้าน ESG

ดังนั้น การลงทุนใน ESG จึงไม่เพียงช่วยสิ่งแวดล้อมและสังคม แต่ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยในการสร้างผลตอบแทนทางการเงินในระยะยาวอีกทางหนึ่ง

แนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง

  • ในด้านของการทำธุรกิจ เจ้าของกิจการควรเริ่มนำ ESG มาเป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินงานเพื่อสร้างความยั่งยืน
  • นักลงทุนควรมองหาโอกาสลงทุนในบริษัทที่มีความรับผิดชอบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
  • ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในตลาดงานที่เน้น ESG

3. งานแห่งอนาคต Future of Jobs Report 2025 ที่หมายความว่าทุกคนต้อง Up - Reskill บางอย่าง

ใน WEF 2025 ได้มีรายงานนี้สรุปแนวโน้มการเติบโตและการสูญเสียงานโดยรวม จากรายงานอนาคตของการจ้างงาน 2025 ไว้ว่า

  • จะเกิดงานใหม่ 170 ล้านตำแหน่ง จากเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ
  • งาน 1,090 ล้านตำแหน่ง จะยังคงอยู่แต่ต้องปรับตัวตามความต้องการใหม่ เช่น ทักษะด้านดิจิทัลหรือสิ่งแวดล้อม
  • งาน 92 ล้านตำแหน่งจะหายไป เนื่องจากระบบอัตโนมัติและ AI แทนที่ เช่น แคชเชียร์ พนักงานธุรการ

โดยผลต่างสุทธิคืองานเพิ่มขึ้น 78 ล้านตำแหน่ง (ประมาณ 7% ของกำลังแรงงานโลก) รวมถึง 39% ของทักษะหลักจะหายไปภายในปี 2030 และ 41% ของคนทำงานจะต้องเพิ่มทักษะ (Upskill)

งานใดเสี่ยงที่จะลดลงมากที่สุด?

  • งานด้านธุรการและการบริหารจัดการเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ส่วนใหญ่เนื่องมาจากผลกระทบของเทคโนโลยีอัตโนมัติและ AI เช่น พนักงานไปรษณีย์ พนักงานธนาคาร ผู้ช่วยฝ่ายบริหาร เลขานุการบริหาร แคชเชียร์ และพนักงานขายตั๋ว
  • งานด้านการพิมพ์ พนักงานบัญชีและธุรการ และเจ้าหน้าที่กฎหมาย

งานที่มีโอกาสจะเติบโตมากที่สุดในเชิงปริมาณ?

  • เกษตรกร แรงงาน และผู้ทำงานด้านการเกษตรอื่นๆ นำโด่งในกลุ่มงานที่เติบโตมากที่สุด โดยคาดว่าจะมีตำแหน่งงานใหม่ 35 ล้านตำแหน่งภายในปี 2030
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลขนาดใหญ่ (big data specialists)
  • วิศวกรฟินเทค
  • ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning)
  • นักพัฒนาซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน โดยความต้องการสำหรับแต่ละบทบาทคาดว่าจะเติบโตมากกว่า 80%
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความปลอดภัย (security management specialists)
  • นักวิเคราะห์ความปลอดภัยข้อมูล (information security analysts)

อีกทั้งยังมีทบาทอื่นๆ ที่มีการเติบโตในเชิงปริมาณมาก ได้แก่ คนขับรถส่งของ คนงานก่อสร้างอาคาร และคนงานแปรรูปอาหาร นอกจากนี้ ประชากรสูงวัยที่กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลกยังกระตุ้นความต้องการในสายงานพยาบาลมืออาชีพ ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมสงเคราะห์และการให้คำปรึกษา และผู้ช่วยดูแลส่วนบุคคล

แนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง

  • UpSkill & Reskill ไปในสายงานที่เติบโตเร็วที่สุด
  • ปรับ mindset ให้ยืดหยุ่น ยอมรับว่าตลาดงานเปลี่ยนแปลงเร็ว และเราอาจต้องเปลี่ยนอาชีพหรือสาขาหากจำเป็น
  • พัฒนาทักษะที่สำคัญในอนาคต เช่น การคิดวิเคราะห์ (Analytical thinking), ความสามารถในการ ความสามารถในการรับมือกับปัญหา ความยืดหยุ่น และความคล่องตัว (Resilience, flexibility and agility), ความเป็นผู้นำและอิทธิพลทางสังคม (Leadership and social influence) ฯลฯ

4. การเปลี่ยนแปลงจากสินทรัพในโลกจริงย์สู่สินทรัพย์ดิจิทัล

หนึ่งในประเด็นที่มีการพูดถึงคือ ‘โทเคนอสังหาริมทรัพย์’ หรือการเอาริมทรัพย์ที่จับต้องได้ไปอยู่ในกระดานเทรด โดยแนวคิดว่านี่คือ การเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้ ถึงแม้จะไม่ได้มีทุนมาก ซึ่งแทนที่คุณจะต้องซื้อทั้งห้องในราคา 10 ล้านบาท การซื้อด้วยโทเคน จะทำให้เราสามารถแบ่งสินทรัพย์นั้นออกเป็นหน่วยที่เล็กลงได้

และไม่ใช่เพียงสินทรัพย์ที่จับต้องได้เท่านั้น แต่โทเคนยังสามารถทำได้กับทั้งโทเคนคาร์บอนเครดิตและโทเคนค่าไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า ‘Green Token’ ที่จะได้เห็นการเปิดตัวในปีนี้ และเชื่อว่า ภายใน 2-3 ปี เราจะเห็นสินทรัพย์ที่ถูกทำเป็นโทเคนมากขึ้น ไม่ใช่แค่อสังหาริมทรัพย์

โดยมีความท้าทายที่สำคัญคือ การสร้างมาตรฐานและกฎระเบียบร่วมกัน เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากช่องว่างทางกฎหมาย และทำให้สภาพคล่องสามารถไหลเวียนได้อย่างอิสระและปลอดภัย

ข้อมูลจาก siamblockchain ได้เขียนสรุปไว้ว่าภายในปี 2025 นี้ เราน่าจะได้เห็นการทำโทเคนอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงโทเคนคาร์บอนเครดิตอย่างแพร่หลายในไทยมากขึ้น และโดยเฉพาะในสิงคโปร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่จะเป็นผู้นำในด้านนี้

แนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง 

  • ศึกษาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับบล็อกเชน (Blockchain) และโทเคน (Tokenization) เพื่อเข้าใจวิธีการทำงานของสินทรัพย์ดิจิทัล
  • ติดตามเทรนด์เทคโนโลยีการเงินในระดับสากล

5. หลายประเทศเตรียมตั้งรับเศรษฐกิจในยุค 'ทรัมป์'

การกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของโดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในที่ประชุม World Economic Forum 2025 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สำนักข่าว CNBC รายงานว่าท่าทีของทรัมป์และนโยบายของเขาสร้างความกังวลในหลายภาคส่วน ตั้งแต่การขึ้นภาษีนำเข้า การทำสงครามการค้ากับจีน ไปจนถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่อาจพุ่งสูงขึ้น

ผู้นำธุรกิจและรัฐบาลจากหลายประเทศต่างเห็นพ้องกันว่าการตอบโต้สงครามการค้าและจัดการความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในยุคทรัมป์ จำเป็นต้องอาศัยการวางกลยุทธ์ระยะยาว รวมถึงการสร้างพันธมิตรใหม่ในตลาดโลก เพื่อรักษาสมดุลและลดผลกระทบจากนโยบายที่ไม่แน่นอน

แนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง

  • ดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง ประเมินโอกาสและความเสี่ยงทางธุรกิจอยู่ตลอดเวลา
  • ลดการก่อหนี้ที่ไม่จำเป็นและเตรียมเงินสำรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save