อย่ามองประกันชีวิต เป็นการลงทุน รวม 6 ความเข้าใจผิดของประกันชีวิต เมื่อคิดผิด ต้องคิดใหม่

รู้หรือไม่? ข้อมูลจากสมาคมประกันชีวิตไทยเมื่อปี 2566 พบว่า คนไทย 100 คนมีประกันชีวิตไม่ถึง 39 คน ซึ่งความจริงอาจน้อยกว่านี้เพราะ 1 คนอาจมีหลายกรมธรรม์ โดยเบี้ยเฉลี่ยต่อหัวตกคนละ 9,000 บาท” เทียบกับคนญี่ปุ่น 100 คนมีประกันชีวิตสูงถึง 322 ฉบับ หรือเทียบกับคนสิงคโปร์หรือคนเกาหลีใต้ 100 คน ก็มีประกันชีวิตสูงถึง 267ฉบับและ 170 ฉบับตามลำดับ
เหตุผลที่คนไทยมีประกันชีวิตส่วนหนึ่งมาจากปัญหาเศรษฐกิจ รายได้ลดลง แต่รายจ่ายเพิ่มสูงขึ้น และภาระหนี้สินที่มีมากขึ้น แต่อีกเหตุผลหนึ่ง ก็อาจมาจากความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประกันชีวิต เรามาดูกันนะว่า คนไทยเรามีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการซื้อประกันชีวิตอย่างไรกันบ้างซื้อ
ซื้อประกันชีวิต เท่ากับได้คุ้มครองสุขภาพ
อยากได้ความคุ้มครองสุขภาพ ต้องเพิ่มสัญญาประกันสุขภาพ
ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “สัญญาประกันชีวิต” ประกอบด้วย สัญญาหลัก และสัญญาเพิ่มเติม
สัญญาหลัก
คือ สัญญาที่ให้ความคุ้มครองกับผู้ทำประกันใน 2 กรณี คือ กรณีมีชีวิตอยู่ และ กรณีเสียชีวิต โดยหากผู้เอาประกันมีชีวิตอยู่ถึงวันสุดท้ายของสัญญา ก็จะได้รับเงินเอาประกันบวกกับเงินผลประโยชน์เพิ่มเติม(ถ้ามี) แต่หากผู้เอาประกันเสียชีวิตก่อนจะถึงวันสุดท้ายของสัญญา บริษัทก็จะจ่ายเงินทุนประกันให้กับผู้รับผลประโยชน์ ซึ่งผู้เอาประกันสามารถระบุได้ว่าจะให้มอบให้ใคร
สัญญาเพิ่มเติม
คือ สัญญาประกันภัยที่มีความคุ้มครองเพิ่มเติมจากสัญญาประกันภัยหลัก เพื่อเป็นการขยายความคุ้มครองตามความต้องการ อย่างเช่น สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรง สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองอุบัติเหตุ สัญญาเพิ่มเติมชดเชยรายได้ เป็นต้น หากเราต้องการความคุ้มครองอะไรเพิ่ม เราก็ต้องทำสัญญาเพิ่มเติมเพื่อขยายความคุ้มครองให้ครอบคลุม ซึ่งเราจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นสำหรับสัญญาเพิ่มเติมนั้นด้วย สิ่งที่แตกต่างออกไปสำหรับสัญญาเพิ่มเติมของประกันชีวิตคือ เมื่อสิ้นสุดสัญญาประกันภัย จะไม่มีการคืนเบี้ยประกันส่วนนี้
ดังนั้นหากเราซื้อแต่สัญญาหลัก เจ็บไข้ได้ป่วยก็ต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเอง แต่หากต้องการให้บริษัทประกันรับความเสี่ยงเรื่องค่ารักษาพยาบาลแทนเรา เราก็ต้องซื้อสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ
รอเกษียณก่อนค่อยซื้อประกันสุขภาพ
ทำประกันสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย
หลายคนมักจะรอซื้อประกันสุขภาพตอนเกษียณอายุ เพราะระหว่างทำงานอยู่ ยังมีประกันสุขภาพกลุ่มของที่ทำงาน มีประกันสังคมที่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ กลัวว่าซื้อประกันสุขภาพไปจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ เบี้ยจะจ่ายทิ้ง แต่ความจริงก็คือ คนส่วนใหญ่หลังเกษียณมักจะไม่มีรายได้ ไม่มีประกันสังคม (กรณีเลือกรับผลประโยชน์กรณีชราภาพ) ไม่มีประกันสุขภาพกลุ่มจากบริษัท แต่กลับมีปัญหาสุขภาพ
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า คนไทยที่มีอายุ 61 ปีขึ้นไปมีเพียง 9% เท่านั้นที่ไม่มีโรค ถึงตอนนั้นอยากซื้อประกันสุขภาพก็ไม่สามารถซื้อได้ หรือ บางกรณีที่บริษัทประกันยังรับประกัน ก็มักจะเพิ่มเบี้ยประกัน หรือ มีข้อยกเว้นการรับประกัน
ประกันชีวิต ผลตอบแทนสู้การลงทุนไม่ได้
ประกันชีวิตทั่วไป ไม่ใช่ การลงทุน
หลายคนมักจะเทียบประกันชีวิตกับการลงทุน โดยเทียบผลตอบแทนจากประกันชีวิตกับการลงทุน เครื่องมือหนึ่งที่ใช้เทียบคือ IRR (Internal Rate of Return) ซึ่งก็คือ วิธีวัดผลตอบแทนจากการลงทุนวิธีหนึ่ง ถ้าเป็นการลงทุนทั่วไป การลงทุนไหนที่มี IRR สูงแสดงว่าให้ผลตอบแทนสูง แต่การลงทุนที่ให้โอกาสของผลตอบแทนสูง ก็มักจะมีความเสี่ยงสูงเช่นกัน (high risk, high return)
เราจึงไม่ควรมองผลตอบแทนแต่เพียงอย่างเดียว และยิ่งประกันชีวิตซึ่งให้ผลตอบแทนทั้งกรณีมีชีวิตอยู่ เช่น เงินคืนตลอดอายุกรมธรรม์และเงินคืนเมื่อครบอายุกรมธรรม์ กับผลตอบแทนกรณีเสียชีวิต คือทุนประกัน (ซึ่งผลตอบแทนกรณีเสียชีวิตมีเฉพาะในประกัน ไม่มีในผลิตภัณฑ์การลงทุน) เนื่องจากความตายมาถึงเมื่อไหร่ไม่มีใครทราบล่วงหน้า จึงไม่สามารถใช้ IRR ในการเปรียบเทียบประกันชีวิตกับการลงทุนได้
ซื้อประกันชีวิตเท่าที่ลดหย่อนภาษีก็พอ
ควรซื้อประกันชีวิตให้มี “ทุนประกัน” มากเพียงพอ
คนไทยหลายคนจ่ายเบี้ยประกันชีวิตเพียงเท่าที่สรรพากรให้สิทธิลดหย่อนภาษี คือ 100,000 บาทสำหรับเบี้ยประกันชีวิตแบบปกติ (รวมกับเบี้ยประกันสุขภาพไม่เกิน 25,000 บาท) และสูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีแต่ไม่เกิน 200,000 บาท สำหรับประกันชีวิตแบบบำนาญ ซึ่งจริงๆ แล้ว ผลประโยชน์ด้านภาษีเป็นเพียงแรงจูงใจที่ภาครัฐส่งเสริมให้คนไทยมาซื้อประกันชีวิตและประกันสุขภาพกันมากขึ้นเพื่อบริหารความเสี่ยงที่จะเกิดในอนาคต และส่งเสริมการสร้างรายได้ประจำหลังเกษียณด้วยประกันบำนาญ
การซื้อประกันชีวิตที่ถูกต้อง ควรซื้อที่ทุนประกันที่มากเพียงพอสำหรับการคุ้มครองความเสียหายที่จะเกิดในอนาคตหากมีอะไรเกิดขึ้นกับเรา อย่างเช่น ทุนประกันควรมากเพียงพอสำหรับค่าเล่าเรียนลูก หรือ ค่าใช้จ่ายของครอบครัว หรือ ค่ารักษาพยาบาลที่เราจำเป็นต้องใช้
ประกันชีวิต ปกปิดข้อมูลไว้ รอ 2 ปียังไงบริษัทประกันก็รับผิดชอบ
เงื่อนไขนี้เฉพาะสัญญาประกันชีวิต ไม่ใช่ประกันสุขภาพ
เนื่องจากประกันชีวิตเป็นสัญญาที่ต้องใช้ความสุจริตใจอย่ายิ่งในการทำสัญญา ดังนั้นผู้เอาประกันควรแถลงข้อมูลที่เป็นความจริงเพื่อประโยชน์ของเราเอง หากแถลงข้อมูลเป็นเท็จ หรือ ไม่ครบถ้วน บริษัทประกันชีวิต มีสิทธิ์คัดค้านความสมบูรณ์ของสัญญาประกันชีวิตภายใน 2 ปี หากไม่คัดค้าน ถือว่าสัญญาสมบูรณ์ และ ต้องจ่ายทุนประกันชีวิตตามสัญญาเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต
เงื่อนไขนี้เฉพาะสัญญาประกันชีวิต ไม่ใช่ประกันสุขภาพ ดังนั้นผลเสียหายที่เกิดขึ้นกับสัญญาประกันสุขภาพตามมาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ คือ
(1) บริษัทประกันมีสิทธิไม่จ่ายผลประโยชน์ให้กับสภาพที่เป็นมาก่อนเอาประกันภัย (Pre-existing Condition) เว้นแต่ผู้เอาประกันได้แถลงให้บริษัททราบและบริษัทรับได้โดยไม่มีข้อยกเว้น หรือ เป็นโรคเรื้อรังที่ไม่ปรากฏอาการมาก่อนทำประกัน 5 ปี และ มีผลบังคับใช้ 3 ปี รวมเป็น 8 ปี
(2) นอกจากนี้ตามมาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ กำหนดเงื่อนไข 3 ข้อที่บริษัทประกันสามารถไม่ต่อสัญญาประกันสุขภาพดังนี้
a. ในกรณีที่มีหลักฐานว่าผู้เอาประกันภัยไม่แถลงข้อความจริงตามใบคำขอเอาประกันภัย คำขอต่ออายุ ใบแถลงสุขภาพ ซึ่งเป็นสาระสำคัญ ที่ทำให้บริษัทเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น บอกปัดไม่รับทำสัญญาหรือรับประกันภัยแบบมีเงื่อนไข
b. ผู้เอาประกันภัยเรียกร้องผลประโยชน์จากการรักษาการบาดเจ็บหรือการป่วยโดยไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์
c. ผู้เอาประกันภัยเรียกร้องผลประโยชน์ค่าชดเชยจากการนอนพักรักษาตัวใน รพ. รวมกันทุกบริษัทเกินกว่ารายได้แท้จริง
นั่นก็แปลว่าหากเรา ไม่ได้ ทำผิดเงื่อนไข 1 ใน 3 ข้อดังกล่าว บริษัทประกันจะต้องต่ออายุกรมธรรม์ให้เราตลอดไป (หากเรายังมีความประสงค์ที่จะมีความคุ้มครองนี้)
กล่าวโดยสรุป การแถลงข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เอาประกันมากกว่า
เขียนโดย: สาธิต บวรสันติสุทธิ์, นักวางแผนการเงิน CFP
======================
อย่าพลาดโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีขึ้น!
เตรียมพบกับ Make Rich Expo มหกรรมการลงทุนแห่งชาติ ที่จะพาคุณก้าวเข้าสู่โลกของการลงทุนที่ทันสมัยและเข้าใจง่ายกว่าที่เคย! ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดลงทุน หรือผู้ที่มีประสบการณ์ เรามีทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคต
เข้าร่วมงานฟรี!!
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ ที่ https://bit.ly/4cKxqet
แล้วพบกันวันที่ 2 - 3 November 2024 เวลา 10.00 - 19.00 น. ณ Paragon Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้า Siam Paragon
======================
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

