ออมเงินแบบไม่ต้องฝืนใจ รวม 7 เทคนิคหลอกสมองให้ออมเงินแบบ Gamification

ออมเงินแบบไม่ต้องฝืนใจ รวม 7 เทคนิคหลอกสมองให้ออมเงินแบบ Gamification

การออมเงินมักเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคนเพราะ ‘การออม’ อาจมาพร้อมกับคำว่า ‘อด’ ทำให้เรารู้สึกว่าพลาดโอกาสและจับจ่ายไปกับความสุขในปัจจุบัน

แต่เมื่อเจอชีวิตที่ต้องใช้แบบเดือนชนเดือน เราก็ตระหนักว่าแม้การออมจะเป็นเรื่องที่ยาก แต่มันก็เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ สำหรับสุขภาพทางการเงินที่มั่นคงของเรา

มันคงจะดีมากหากว่าเราสามารถสร้างนิสัยการออมไปพร้อมๆ กับทำให้มันสนุกไปด้วยได้

นี่คือประเด็นที่เราจะมาคุยกันในโพสต์นี้ เราจะชวนคุณมา "หลอกสมอง" ให้ออมเงินได้โดยไม่ต้องฝืนใจมากนักด้วยเทคนิคเหล่านี้

???? ทำความเข้าใจสมองของเราก่อน

อเล็กซ์ คอร์บ (Alex Korb) นักประสาทวิทยาและผู้เขียน The Upward Spiral กล่าวว่า สมองของเรามักให้ความสำคัญกับสิ่งที่เกิดขึ้นทันทีมากกว่าสิ่งที่จะเกิดในอนาคต นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้คนเรารู้สึกว่าการออมเงินเป็นเรื่องยาก

แต่.. เราสามารถเอาชนะอคตินี้ได้โดยการทำให้อนาคตดูเป็นรูปธรรมและเชื่อมโยงกับชีวิตปัจจุบันมากขึ้น

???? ทำยังไงให้สมองเข้าใจความสำคัญของการเก็บเงิน

การใช้เงินมักเกี่ยวข้องกับการควบคุมความรู้สึก ดังนั้นถ้าเราจะออมเงิน เราก็ต้องเชื่อมโยงอารมณ์และจิตใจให้ได้ก่อน

หนังสือที่ชื่อ Infinite Reality: The Hidden Blueprint of Our Virtual Lives ได้ยกตัวอย่างการทดลองหนึ่งในปี 2011 ขึ้นมา

“การทดลองนั้นได้นำคนสองกลุ่มมาดูภาพเสมือนของตัวเองในอนาคต กลุ่มหนึ่งเห็นตัวเองในปัจจุบัน อีกกลุ่มเห็นตัวเองตอนแก่ตัวลง จากนั้นให้ทั้งสองกลุ่มจัดสรรเงินสมมติ รวมถึงบัญชีเงินฝากเพื่อการเกษียณอายุด้วย ผลคือกลุ่มที่เผชิญหน้ากับตัวเองตอนแก่ตัวลงมีแผนจะประหยัดเงินมากกว่า และมีแนวโน้มที่จะออมเงินเกษียณมากขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มที่เห็นภาพตัวเองในปัจจุบัน”

สิ่งนี้เป็นเพราะสมองของผู้ทดลองได้สร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขาในวันนี้กับตัวเขาในอนาคตแล้ว เมื่อเห็นการแก่ตัวลงเป็นรูปธรรมมากขึ้น การออมเงินเพื่อการเกษียณก็เป็นรูปธรรมขึ้นตาม

อย่างไรก็ตาม… เราไม่จำเป็นต้องฝืนมองริ้วรอยที่ AI สร้างขึ้นเพื่อให้เรารู้สึกจำเป็นต้องเก็บเงินเสมอไป เพียงแค่จินตนาการภาพอนาคตที่เราต้องการให้ชัดเจนก็เพียงพอแล้ว

แล้วจะทำให้การออมเงินสนุกขึ้นได้ไหม?

???? 7 เทคนิค Gamification สำหรับการออมเงิน

สมองของเราชื่นชอบการได้รับรางวัล และหลายครั้งเราทำพฤติกรรมบางอย่างจนกลายเป็นกิจวัตร โดยอัตโนมัติเพราะในช่วงเวลาหนึ่งเราได้รับรางวัลจากสิ่งนั้น

หนึ่งในเทคนิคที่ได้รับความนิยมในการใช้หลักการนี้คือ Gamification หรือการนำกลไกของเกมมาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นความสนใจและเพิ่มแรงจูงใจ

การใช้เกมมิฟิเคชันเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะมันสามารถช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมและสามารถนำไปปรับใช้ได้กับหลายอย่าง ไม่เว้นแม้กระทั่งการออมเงิน

7 เทคนิคนี้ได้นำไอเดียมาจากหนังสือ จากหนังสือ Lifelong Rich นับจากนี้ไปต้องมีเงินใช้ตลอดชีวิต ของเซนเซแป๊ะ

???? 1. ออมตามเวลาตอกบัตรเข้างาน

ทุกอย่างใกล้ตัวเราเป็นตัวเลขไปหมด โดยเฉพาะ ‘เวลาเข้างาน’ วิธีนี้เป็นวิธีที่เหมาะกับคนที่ทำงานประจำที่ต้องลงเวลามาก (ส่งเสริมให้เราไปทำงานเร็วขึ้นได้ด้วย)

สมมติว่าเวลาเข้างานคือ 8 โมงเช้า

วันนี้เข้างานเร็ว 07:02 ก็ออมเงิน 2 บาท หากเข้างาน 07:55 ก็ต้องออมเงิน 55 บาท ถ้าเข้างานสายเลย 08:00 ก็ออมเลย 100 บาทก็ได้

ด้วยวิธีนี้ ถ้าเราต้องทำงาน 20 วันก็จะได้เงินออมจากวิธี 20 - 1,200 บาท โดยประมาณเลยทีเดียว (หรือถ้าสายทุกวันออมได้ 2,000 เลยนะ) หรือถ้าใครต้อง WFH ก็อาจอิงตามเวลาตื่นนอนก็ได้เช่นกัน

???? 2. ออมเศษหลักสิบของเงินในบัญชีใช้จ่าย

วิธีนี้ปรับมาจากการเทคนิคการออมเหรียญและเก็บแบงค์ 50 บาทในอดีต

ปัจจุบันนี้เราไม่ค่อยได้เงินทอนกันแล้ว เพราะเปลี่ยนมาใช้ QR-Code กันมากขึ้น

วิธีนี้ให้เราทำโดยการเคลียร์เศษเงินหลักสิบหรือหลักหน่วยในบัญชีไปออม

ยกตัวอย่างเช่นบัญชีที่เราใช้ปกติมียอดเงินเหลือ 12,550 บาท เมื่อหมดวัน เราก็ปัดยอด 50 บาท โอนไปไว้บัญชีออมทรัพย์ได้เลย

วันต่อมาเมื่อสิ้นวันเงินเหลือ 11,965 (วันนั้นใช้ไป 235 บาท) ก็หัก 65 บาท ไปใส่บัญชีออมทรัพย์เมื่อหมดวัน

วิธีนี้จะช่วยให้เราออมเงินได้ไม่ต่างกับการหยอดกระปุกเลย (จะปรับเป็นหลักหน่วยหรือหลักร้อยก็ได้เช่นกัน)

???? 3. ให้สัตว์เลี้ยงเลือกเลขที่ชอบมาออม

วิธีการนี้ทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่เรานำตัวเลขไปให้น้องหมาหรือน้องแมวของคุณเลือกแตะ เพื่อเป็นการออมรายวัน รายสัปดาห์

อย่างเช่น ถ้าน้องจับสองครั้งได้เลข 6 กับเลข 7 ก็ออมไปเลย 67 บาท หรือถ้าใครอยากออมรายเดือนก็ให้น้องเลือกแตะสัก 3 ตัวเลข เพียงเท่านี้เราก็จะมีเงินเก็บหลักร้อย และยังได้เล่นกับน้องๆด้วย

???? 4. เซียมซี หยอดกระปุก

หลายคนคงคิดไม่ออกว่าวันนี้จะออมเท่าไหร่ดี ลองดูวิธีแบบสายเสี่ยง สายมูดู วิธีการก็ไม่ยาก ลองสั่งเซียมซีมาติดตัวเลขตามชอบจากนั้นก็เขย่า รายวัน รายสัปดาห์หรือรายเดือนเพื่อออมก็ดีทั้งนั้น

โดยการเสี่ยงเซียมซี อาจเพิ่มกติการสนุก ๆ อย่างจับได้ตัวเลขแรกแล้ว ก็เขย่าเซียมซีอีกรอบเพื่อให้เป็นตัวคูณ เช่น จับได้เลข 5 เขย่าครั้งต่อมาได้ 5 ก็เอามาคูณกัน หรือใครจะเอาไปให้ลูกหรือแฟนจับเพื่อมอบโชคก็เพิ่มความสนุกได้ดีทีเดียว

???? 5. ออมเงินตามเลขท้าย

วิธีนี้เหมาะกับคนที่ซื้อสลากกินแบ่ง ทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน แทนที่เราจะไปซื้อหวย เราลองเอาเลขท้ายมาเป็นเงินออมกันดู เช่น งวดนั้นเลขท้ายออก 88 เราก็ออมเงินเลย 88 บาท หรือถ้าใครชอบออมเยอะก็ดูรางวัลจากเลขท้าย 3 ตัว (หลักร้อย) เลยก็ยิ่งดี

วิธีนี้เราจะได้ลุ้นตัวเลขการออมเงินกันถึง 24 งวด และการออมตามเลขท้ายทุกงวดอาจเพิ่มเงินออมเงินให้เราได้หลักพันเลย

???? 6. แบ่งครึ่งซื้อหวย มารวยกับกองทุนหรือสลากออมสิน

การมีความหวังช่วยให้คนมีไฟ และการซื้อสลากกินแบ่งงวดละ 200 - 300 บาท ก็ไม่ได้ต่างกับการซื้อความบันเทิง อย่างดูหนัง ฟังเพลง ถ้าซื้อหวยไม่เกินกำลังก็เป็นเรื่องที่สนุกดี

แต่สำหรับคนที่ชอบเล่นหวยมากและคิดว่าเกิน 20-30% ของรายได้ไปแล้ว ลองมาบริหารกันใหม่ ด้วยการ แบ่งครึ่งซื้อหวย มาซื้อกองทุนหรือสลากออมสินดีกว่า

วิธีนี้ก็ง่ายเหมือนซื้อหวยเลย คือแบ่งจากที่ปกติซื้อหวยมาซื้อสลากออมสินหรือกองทุน วิธีนี้ก็ยังได้ลุ้นหวย แต่เป็นการเพิ่มโอกาสในการถูกสลากออมสินและได้มีเงินออมไปพร้อม ๆ กันด้วย

???? 7. ออมเงินตามผลบอลทีมรัก

เวลาที่ทีมฟุตบอลหรือกีฬาที่เราชอบมีการแข่งขัน เราจะต้องออมเงินตามคะแนนของทีมที่เราเชียร์ (หรือปักหมุดไว้)

เช่น ถ้าวันนั้นทีมฟุตบอลที่ชอบชนะคู่แข่ง 4:1 เราก็จะออม 41 บาท หรือจะออม 410 บาท หรือ 4,100 บาทก็ได้ ถ้าวันไหนแพ้ 3:1 ก็จะออม 130 บาท โดยเอาผลของทีมที่เราเชียร์ขึ้นก่อนเสมอ

วิธีนี้จะทำให้เรามีความสุขที่จะออม หากทีมที่ชนะของเราได้คะแนนเยอะ แต่ถ้าวันไหนทีมที่แพ้ได้คะแนนน้อยเราก็จะได้ไม่เสียอารมณ์มากเพราะอย่างน้อยในแมตซ์นี้เราก็ได้ออมเงิน

ทิ้งท้าย

การออมเงินอย่างมีวินัยและความสนุก พร้อมกับการเข้าใจตัวเองเป็นวิธีที่ดีในการเริ่มต้นการออมเงินเสมอ

สำหรับผู้ที่ไม่อยากเล่นเกมมากนัก วิธีที่ง่ายที่สุดคือการกำหนดจำนวนเงินที่เหมาะสมในการออมทุกเดือน และตั้งค่าฝากเงินอัตโนมัติในบัญชี วิธีนี้จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการถูกล่อลวงจากความต้องการในช่วงเวลานั้นและป้องกันการใช้เงินออมไปโดยไม่รู้ตัว

เพราะสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่วิธีการออม แต่คือการมีวินัยในการออม

พี่หนุ่ม Money Coach เคยเขียนเอาไว้ในหนังสือ “MoneyMindset” ว่า

“สำหรับบางคนการออมเงิน 2-3% ก็ยังเป็นจำนวนที่เยอะอยู่ เราอาจจะกำหนดเป็นตัวเลข 200, 300 หรือ 500 บาท หรือเท่าไหร่ก็ได้ครับ หรือใครหาเงินได้รายวันลองหักให้ตัวเองวันละ 10-20 บาทก็ได้ ตัวเลขไหนที่ทำให้เรา รู้สึกดีว่า ‘เออเว้ย ก็มีเงินเก็บกับเขาเหมือนกันนะ’ ก็ให้เอาตัวเลขนั้นแหละ

ขออย่างเดียวให้ทำต่อเนื่อง ห้ามหยุด ห้ามเลิก ทำให้สม่ำเสมอ อันนี้คือหัวใจสำคัญที่สุด

(แหม... ตัวเลขก็ให้กำหนดเองแล้ว เอาเท่าที่ดีต่อใจ ก็แล้ว สู้หน่อยสิวะ!)

เงินเก็บน้อย แต่ถ้าเก็บสม่ำเสมอได้ มันอาจยังไม่ได้ทำให้เรารวยหรอกครับ แต่มันจะเริ่มขยับเขยื้อนสิ่งที่มองไม่เห็น นั่นก็คือความรู้สึก ‘ภูมิใจ’ และ ‘เชื่อมั่น’ ในตัวเอง”

การออมอย่างสม่ำเสมอนอกจากจะช่วยสร้างนิสัยทางการเงินที่ดีแล้ว ยังช่วยฝึกสมองให้เห็นว่าการออมเป็นเรื่องสำคัญสำหรับอนาคตของเราอีกด้วย หากยังคงเลื่อนการออม สมองจะเรียนรู้ว่าการออมไม่สำคัญและอาจกลายเป็นนิสัยที่ไม่ดีได้

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save