อุบัติเหตุบนท้องถนน ถ้าคนโชคร้ายเป็นเรา ใครจะรับผิดชอบ?

อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะบนท้องถนน เพราะมักจะสร้างความเสียหายมากกว่าปกติ ยกตัวอย่างเช่น อุบัติเหตุจากแผ่นปูนบริเวณถนนพระราม 2 เมื่อไม่นานมานี้ หรืออย่างปีก่อนๆ ที่มีกรณีพายุถล่ม แล้วป้ายโฆษณาหล่นมาทับใส่รถพังเสียหาย เสาเหล็กจากการก่อสร้างถนนหล่นทับรถยนต์ รวมทั้งที่พบเจอได้บ่อยที่สุด คือ ต้นไม้โค่นหล่นทับรถยนต์ ซึ่งสร้างความสูญเสียและเสียหายมากมายนับครั้งไม่ถ้วน
แล้วถ้าวันหนึ่ง คนโชคร้ายเป็นเรา ใครจะรับผิดชอบ?
ก่อนอื่นเราต้องมาดูตัวบทกฎหมายที่จะช่วยให้เราคลี่คลายสถานการณ์แบบนี้กันก่อน ไม่ว่าจะเป็น “การเรียกค่าสินไหม” หรือ “การเรียกร้องความรับผิดชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 420
“ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่น โดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิต ร่างกาย สิทธิเสรีภาพ ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดนึง กล่าวไว้ว่า ผู้นั้นทำละเมิด จำต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”
- อย่างกรณีแผ่นปูนทางด่วนหล่นทับคนเสียชีวิต และรถเสียหายนี้ เท่าที่ทราบจากข่าวผู้ที่ต้องรับผิดชอบ คือ การทางพิเศษฯ หรือ บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้เสียหายสามารถไปเรียกค่าเสียหายจากผู้รับผิดชอบได้โดยตรง
- ส่วนกรณีรถเสียหาย การเรียกร้องค่าเสียหาย “ถ้ารถเรามีทำประกันไว้” การเรียกร้องความเสียหายกับบริษัทประกันรถเราขึ้นอยู่กับ “ทุนประกัน” กับประเภทประกันภัยรถยนต์ที่เราทำไว้
“ทุนประกัน” คือ ค่าสินไหมที่บริษัทประกันภัยจะต้องจ่ายให้แก่ผู้เอาประกันภัยในกรณีเกิดความเสียหายต่อรถยนต์ตามเงื่อนไขของประเภทประกันภัยรถยนต์ ซึ่งการคำนวณทุนประกันจะเริ่มต้นที่ 80% จากราคากลางตลาด วิเคราะห์ทุนประกันจากยี่ห้อ ปีรุ่นที่ผลิต (อนุโลมเป็นปีจดทะเบียน) รุ่นรถยนต์เป็นหลัก!”
โดยทั่วไปแล้ว บริษัทประกันภัยจะประเมินทุนประกันภัยจากราคากลางที่ซื้อขายในตลาดเป็นหลัก ขณะที่รถป้ายแดงจะคิดจากราคาซื้อเป็นหลัก เราสามารถดูราคาประเมินรถยนต์ ได้ที่เว็บไซต์กรมขนส่งทางบก อย่างไรก็ดี มูลค่ารถยนต์ของเราจะลดลงเรื่อย ๆ ปีละ 10% หรือตามราคากลางรถยนต์ในปีนั้น ๆ (ทั้งนี้ประวัติการเคลมประกันไม่มีผลต่อมูลค่ารถยนต์นะครับ)
ทั้งนี้ ประเภทประกันรถในตลาดมีหลักๆ จะมี 4 ประเภท คือ ชั้น 1, ชั้น 2+, ชั้น 2, ชั้น 3+ และชั้น 3 โดยให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันไป
ยกตัวอย่าง กรณีแผ่นปูนหล่นใส่ เราเป็นฝ่ายถูก และมีคู่กรณี คือ การทางพิเศษฯ แบบนี้ ประกันชั้น 1, ชั้น 2+, ชั้น 3+ จะคุ้มครอง โดยทางบริษัทประกันจะไปเรียกค่าเสียหายกับทางอาคารสถานที่ บริษัทรับเหมา หรือบุคคลที่มาทำละเมิดกับรถของเราต่อไป
แต่หากประกันที่เราทำเป็นประกันชั้น 2 หรือ ประกันชั้น 3 ความคุ้มครองจะไม่ครอบคลุมกรณีอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณี ถ้าเราทำประกันชั้น 2 หรือ 3 เราต้องไปเรียกร้องความเสียหายจากคู่กรณีเอง
ถ้าเราทำทุนประกันน้อยกว่าราคากลางที่ซื้อขายกันในตลาดเยอะ หรือทำประกันชั้น 2 หรือ 3 ที่ไม่คุ้มครองอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณี หรือ เราไม่ได้ทำประกันเลย อย่างนี้แนะนำให้ไปเรียกร้องค่าเสียหายกับการทางพิเศษ หรือ บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างโดยตรงจะดีกว่า
หลายคนอาจสงสัย กรณีนี้รู้ตัวผู้กระทำผิด แต่ถ้าเป็นกรณีกิ่งไม้หล่นใส่รถเสียหายล่ะ ใครรับผิดชอบ ยิ่งช่วงนี้ พายุฤดูร้อนก็มาบ่อยๆ ประกันภัยรถยนต์คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากกิ่งไม้หล่นใส่รถหรือไม่?
หากประกันรถที่เราเป็นประกันชั้น 1, 2+ หรือ 3+ ที่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เช่น กิ่งไม้ร่วงใส่รถ ต้นไม้ล้มทับรถ เราก็จะได้รับความคุ้มครองนะ แต่อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับรายละเอียดและข้อตกลงในกรมธรรม์ ต้องไปดูให้ละเอียดอีกที
แล้วถ้าเราไม่ได้ทำประกันไว้ หรือ ประกันไม่คุ้มครอง แล้วกิ่งไม้หล่นใส่รถ เราจะทำยังไง? เรื่องนี้ต้องดูว่าเป็น “เหตุสุดวิสัย” รึเปล่า ถ้าเป็น ก็โทษใครไม่ได้
เหตุสุดวิสัย คืออะไร?
ตามมาตรา 8 คำว่า “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า เหตุใดๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้ แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้นจะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น…
ถ้าลมพายุพัดต้นไม้ล้มมาทับรถ เป็นเหตุสุดวิสัย ดังนั้น จึงโทษใคร หรือเรียกร้องเอาค่าเสียหายไม่ได้เลย เว้นแต่ได้ทำ ประกันรถคุ้มครองภัยธรรมชาติไว้
แต่ถ้าไม่ใช่เหตุสุดวิสัย เราก็สามารถเรียกร้องความเสียหายได้ ดังตัวอย่างคำพิพากษาข้างล่างนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5205/2550
วันเกิดเหตุฝนตกไม่มากและลมพัดไม่แรง การที่ต้นจามจุรีริมทางหลวงล้มทับผู้ตายขณะขับรถจักรยานยนต์ไปตามทางหลวงจนเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายมิใช่เกิดจากเหตุสุดวิสัย แต่เป็นเพราะความบกพร่องของกรมทางหลวงจำเลยที่ไม่โค่นหรือปล่อยปละละเลยไม่สั่งเจ้าหน้าที่ของจำเลยไปโค่นต้นจามจุรีที่มีสภาพผุกลวงเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น อันเป็นการกระทำละเมิดของจำเลย จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3593/2528
ต้นไม้ของจำเลยล้มเอนเข้าไปในที่ดินของโจทก์บอกกล่าวให้ จำเลยตัด จำเลยก็ไม่ยอมตัดและไม่ยอมให้โจทก์ ตัดแสดงว่าจำเลย ยังครอบครองและแสดงความหวงแหนเป็นเจ้าของต้นไม้นั้นอยู่ดังนั้น ตราบใดที่จำเลยยังคงปล่อยให้ต้นไม้ของจำเลยล้มเอนเข้าไปในที่ดิน ของโจทก์โดยไม่ยอมค้ำจุนหรือตัดออกเพื่อระงับความเสียหาย อันจะเกิดแก่โจทก์ต่อไป ย่อมถือได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ ติดต่อกันมาอยู่ตราบนั้นโจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายส่วนที่ยังไม่พ้นกำหนด 1 ปีย้อนหลังไปนับแต่วันฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 75/2538
ต้นสนที่อยู่ข้างถนนซึ่งเทศบาลจำเลยที่1มีหน้าที่ดูแลมีสภาพผุกลวงแม้จะมีฝนตกและฟ้าคะนองในวันเกิดเหตุแต่ก็เป็นฝนตกเล็กน้อยและปานกลางในช่วงสั้น ๆ และความเร็วของลมก็เป็นความเร็วลมปกติการที่ต้นสนล้มลงทับรถยนต์โจทก์จึงมิใช่เกิดจากเหตุสุดวิสัยเนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนแต่เป็นความบกพร่องของจำเลยที่ 1 ที่ไม่ยอมโค่นหรือค้ำจุนต้นสนเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเพราะเหตุที่โจทก์ต้องทุพพลภาพตลอดชีวิตโดยระบบประสาทไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้เสียสมรรถภาพทางเพศและไม่สามารถเดินได้กับค่าเสียหายที่โจทก์ต้องทนทุกข์ทรมานจากการทุพพลภาพตลอดชีวิตเป็นค่าเสียหายอันมิใช่ตัวเงินทั้งสองกรณีอันเนื่องมาจากเหตุที่ต่างกันจึงแยกจำนวนให้ชดใช้ตามเหตุที่แยกออกจากกันเป็นแต่ละเหตุได้
แต่ไม่ว่าจะเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ เราอย่าเกิดเรื่องดีกว่า ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด เดินทางก็อย่าใกล้แถวๆก่อสร้าง จอดรถก็จอดใต้ต้นไม้ หรือ ใต้ป้าย ฝนตกก็อย่าออกจากบ้าน ฯลฯ พูดแล้ว รู้สึกว่าชีวิตนี้ยากจัง แต่ก็อย่าเครียดกับชีวิตจนเกินไปนะ
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

