เงินไม่ใช่ทุกอย่างและทุกคนก็ไม่ได้พร้อมเป็นพ่อแม่ 5 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับเงินและการมีลูกเงินไม่ใช่ทุกอย่างและทุกคนก็ไม่ได้พร้อมเป็นพ่อแม่

เงินไม่ใช่ทุกอย่างและทุกคนก็ไม่ได้พร้อมเป็นพ่อแม่ 5 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับเงินและการมีลูกเงินไม่ใช่ทุกอย่างและทุกคนก็ไม่ได้พร้อมเป็นพ่อแม่

???? หลายคนทราบดีว่าการเป็นพ่อแม่นั้นมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ถึงเราจะเป็นคนที่รู้จักวิธีการออมเงิน เก็บเงินได้เป็นอย่างดี มีวินัยเรื่องการเงิน แต่การสอนลูกเรื่องการเงินหรือเลี้ยงลูกให้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในสังคมก็เป็นเรื่องที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวจะเป็นพ่อแม่ เก็บเงินเพื่อสร้างครอบครัว หรืออาจจะมีลูกวิ่งเล่นอยู่ในบ้านแล้ว วันนี้ aomMONEY อยากชวนมาอ่านเรื่องความเข้าใจผิด ๆ เกี่ยวกับเรื่องการเงินและการเลี้ยงลูกกันสักหน่อย

✅ 1. ความเชื่อผิดๆ ข้อแรก : ไม่ควรพูดเรื่องเงินกับลูก

การพูดเรื่องเงินกับใครก็ตาม รวมไปถึงลูก ๆ ของคุณด้วย เป็นเรื่องที่ค่อนข้างตึงเครียดและบางที...ก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไหร่

เราอาจจะคิดว่าประเด็นบางอย่างอาจจะซับซ้อนเกินไปสำหรับพวกเขา เป็นปัญหาของผู้ใหญ่ พ่อแม่ส่วนใหญ่เลยหลีกเลี่ยงการคุยเรื่องเงินต่อหน้าเด็ก ๆ ในบ้าน มักจะหลบไปคุยกันอีกห้อง เพราะคิดว่าเรื่องเงินไม่ควรพูดต่อหน้าลูก

คริสตี้ แอล อาร์ชูเรตา (Kristy L. Archuleta) รองศาสตราจารย์ด้านการวางแผนการเงิน การเคหะและเศรษฐศาสตร์ผู้บริโภคที่มหาวิทยาลัยจอร์เจีย บอกว่าความเชื่อเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนัก

“ความเป็นจริงคือ การพูดคุยเรื่องเงินต่อหน้าลูกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ไม่งั้นพวกเขาจะเรียนรู้ได้ยังไงกัน?”

(ในมุมนี้เราต้องเน้นย้ำว่าเป็นการ “พูดคุย” นั่นหมายความว่าการคุยกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล เกิดอะไรขึ้น มีอะไรที่แชร์กันได้ ช่วยกันได้ ไม่ใช่การ “ทะเลาะ” ต่อหน้าลูก อันนั้นผลลัพธ์จะออกมาคนละแบบเลย)

เมลิสซา อดัมส์ (Melissa Adams) นักวางแผนการเงินเล่าว่าเธอเริ่มคุยกับลูกเรื่องเงินตั้งแต่เขาอายุราว ๆ 4 ขวบ

ตอนนั้นลูกชายถามว่าทำไมเธอต้องไปทำงานด้วย เธอก็เลยอธิบายให้เขาฟังว่าการทำงานนั้นจะได้เงินมาเพื่อนำมาจ่ายค่าบ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่

หนึ่งปีต่อจากนั้นตอนที่ลูกชายเริ่มบ่นว่าไม่อยากเรียนเทนนิสแล้ว เธอก็อธิบายให้เขาฟังว่าเราซื้อคอร์สเรียนไปแล้ว จ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้วนะ ลูกชายถามกลับมาด้วยความตกใจว่า “เล่นเทนนิสต้องใช้เงินด้วยเหรอครับ?”

เราต้องเข้าใจว่าเด็ก ๆ นั้นอาจจะไม่รู้ว่าเงินมีส่วนสำคัญในด้านต่าง ๆ ของชีวิตพวกเขายังไงบ้าง อดัมส์บอกว่าสิ่งที่สำคัญคือการพูดคุยเรื่องเงินกับลูกไม่ใช่การ “ทำให้เขารู้สึกแย่ เครียด กังวล” หรือรู้สึกผิดว่าตัวเองเป็นต้นตอปัญหาของเรื่องเงิน แต่เป็นการสอนให้พวกเขารู้จักคุณค่าของเงินที่เข้ามาแล้วจัดการเงินอย่างถูกต้อง

✅ 2. ความเชื่อผิด ๆ ข้อที่ 2 : ซื้อบ้านดีกว่าเช่าบ้าน

สำหรับพ่อแม่หลายคน หรือคนที่กำลังอยากจะสร้างครอบครัวอาจจะรู้สึกว่าการซื้อบ้านนั้นเป็นเสาหลักหรือความจำเป็นพื้นฐานของความสำเร็จในชีวิต มอบความมั่นคงทางจิตใจเพื่อให้ลูก ๆ เติบโต

แต่การเป็นเจ้าของบ้านนั้นไม่ได้เหมาะกับทุกคนและทุกครอบครัว ส่วนใหญ่ไม่ได้คาดคิดเรื่องดอกเบี้ย ค่าบำรุงรักษา ประกัน ค่าใช้จ่ายตบแต่งบ้าน ย้ายบ้าน ฯลฯ

การเช่าบ้านอยู่ไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดอะไร ถ้าสถานการณ์มันยังไม่เหมาะสมหรือไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิต

ความกดดันทางสังคมที่ต้องเป็นเจ้าของบ้านทำให้ใครต่อใครตัดสินใจพลาดมาเยอะแล้ว บางทีซื้อบ้านโดยที่ยังไม่พร้อมเพราะเห็นคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกันมีบ้านกันหมดแล้ว ได้ยินว่าการซื้อบ้านคือการลงทุนที่ดีที่สุดเสมอไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ไม่จริงเลยถ้าสภาพการเงินของเรายังไม่เอื้อหรือการซื้อบ้านไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิตอย่างแท้จริง

คำถามสำคัญที่สุดก่อนจะซื้อบ้าน ต้องถามตัวเองก่อนเลยคือ “ทำไมถึงอยากซื้อ?” ส่งต่อบ้านให้ลูกหลาน? ต้องการทำให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองก็ประสบความสำเร็จทางสังคมเช่นเดียวกัน? ถามตัวเองให้แน่ใจก่อน

✅ 3. ความเชื่อผิด ๆ ข้อที่ 3 : ไม่จำเป็นต้องจัดการเรื่องเงิน ทรัพย์สิน พินัยกรรมจนกว่าลูกจะโต

ไม่มีใครอยากให้เรื่องร้ายเกิดขึ้น แต่ถ้าคุณเป็นพ่อแม่ที่ยังไม่ได้จัดการเรื่องการเงิน ทรัพย์สิน หรือพินัยกรรมให้เรียบร้อย ขอแนะนำว่าควรจัดการตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ว่าลูกจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม

สิ่งนี้จะช่วยทำให้คนที่อยู่ข้างหลังจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นเมื่อคุณจากโลกนี้ไป สมมุติเป็นพ่อ/แม่เลี้ยงเดี่ยว ถ้าเกิดเราเสียชีวิต อยากให้ใครเข้ามาดูแลทรัพย์สิน ดูแลลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ?

หรือบางทีเรามีลูกหลายคน อยากแบ่งทรัพย์สินตรงไหนให้ลูกคนไหนก็จัดการให้เรียบร้อย

(ลองหยิบมาปรับใหม่ทุก ๆ 5-10 ปี และถ้าไม่รู้จะเริ่มยังไง ลองดูลิงก์ในส่วนของอ้างอิงได้ครับ)

✅ 4. ความเชื่อผิด ๆ ข้อที่ 4 : ใช้แผนการเงินของคนที่ประสบความสำเร็จเราก็จะประสบความสำเร็จด้วย

สิ่งที่แย่ที่สุดคือการไม่มีแผนการเงินเลย แต่การเลือกแผนการเงินที่ไม่เข้ากับตัวเองหรือครอบครัวของตัวเองนั้นก็อาจจะสร้างความเสียหายได้ไม่น้อย

มันไม่มีแผนการเงินไหนที่สามารถเข้าได้กับทุกคน อดัมส์บอกว่าบางคนก็ลงรายละเอียดทุกอย่าง บางคนก็อยากจะมองภาพกว้างมากกว่า และถึงแม้ว่าในงานวิจัยหลายชิ้นบ่งบอกว่าคู่รักที่เอาเงินมารวมกันนั้นมีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิตความสัมพันธ์มากกว่า แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าใช้ได้กับทุกคนและทุกครอบครัว

“คุณต้องหาทางของตัวเองให้เจอ” อดัมส์บอก

โดยทั่วไปแล้ว แต่ละครอบครัวก็ต้องดูว่ารายจ่ายแต่ละเดือนมีอะไรบ้าง เงินส่วนที่จ่ายซื้อของจำเป็น (ค่าเช่าบ้าน, ค่าประกันรถยนต์, ค่าน้ำค่าไฟ และ หนี้ต่าง ๆ) และส่วนที่ไม่จำเป็น (กินข้าวนอกบ้าน เสื้อผ้าใหม่ตามแฟชั่น) หลังจากนั้นก็ค่อยตั้งงบเอาไว้เพื่อคอยตรวจสอบเป็นประจำว่าทำได้ไม่ได้ยังไง

ถ้าอยากเก็บเงินก้อนใหญ่เพื่อเป้าหมายอะไรสักอย่างเช่นการดาวน์บ้าน อดัมส์แนะนำว่าควรเปิดบัญชีออมทรัพย์แบบดอกเบี้ยสูงเอาไว้ต่างหากแล้วให้หักเงินอัตโนมัติเมื่อเงินเดือนเข้าบัญชีเลย แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ยังเน้นว่าก็ต้องหาทางที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองอยู่ดี

ถ้าคุณและคนรักมีแนวคิดเรื่องการเงินที่ไม่เหมือนกัน มันเป็นเรื่องจำเป็นมากที่จะนั่งคุยกันเรื่องนี้อย่างจริงจังก่อนจะวางแผนร่วมกันว่าเป้าหมายแต่ละคนเป็นยังไง

✅ 5. ความเชื่อผิด ๆ ข้อที่ 5 : ความพร้อมเรื่องเงินนั้นสำคัญกว่าความพร้อมของสภาพจิตใจในการเริ่มต้นครอบครัว

อาร์ชูเรตากล่าวว่า “ไม่มีใครบอกคุณได้หรอกว่าการเป็นพ่อแม่นั้นรู้สึกยังไงจนกว่าจะประสบด้วยตัวเอง”

เชื่อว่าพ่อแม่หลายคนที่อ่านประโยคนี้คงพยักหน้าเห็นด้วยกันแทบทั้งสิ้น

เราไม่มีทางรู้หรอกว่ามันจะเป็นยังไงจนกว่าเมื่อเวลานั้นมาถึงจริง ๆ

คู่รักหลายคนพยายามเก็บเงิน คาดเดาค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงลูกคนหนึ่ง ต้องมีเงินเท่านั้นเท่านี้

“คุณเก็บเงินได้ ทำได้ทุกอย่างแหละ แต่บางทีมันก็มีเรื่องไม่คาดฝันด้วย” อาร์ชูเรตาพูดต่อ

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน หรือบางทีอาจจะสำคัญกว่าความพร้อมทางด้านการเงินด้วยซ้ำคือความพร้อมทางสภาพจิตใจ

การมีเงินในบัญชี xxxxxxx บาท ไม่ได้บ่งบอกว่าคุณพร้อมที่จะเป็นพ่อแม่คน พร้อมที่เลี้ยงดูอีกชีวิตบนโลกใบนี้ พร้อมที่จะเกื้อหนุนและดูแลเขายามที่เจ็บป่วย พร้อมที่จะเสียสละชีวิต ทิ้งงาน ชะลอความฝัน และทุ่มเทให้กับอีกหนึ่งชีวิตให้เติบโตขึ้นมาบนโลกใบนี้

การเป็นพ่อแม่คือหน้าที่อันยิ่งใหญ่ เงินเป็นสิ่งจำเป็น แต่แค่มีเงินไม่ได้บ่งบอกว่าคุณพร้อมที่จะเป็นพ่อแม่ หรือแม้กระทั่งจะทำให้คุณเป็นพ่อแม่ที่ดีได้

ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่จะเกิดขึ้นเป็นความท้าทายอันยิ่งใหญ่ โลกของคุณจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากคนที่เคยมีอิสระ ทำอะไรก็ได้ อยากไปเที่ยว อยากกิน อยากเปลี่ยนงาน อยากทำตามความฝัน ฯลฯ ทำได้ทุกอย่าง แต่เมื่อมีลูก ตัวแปรในชีวิตมันจะมีมากขึ้นอย่างที่คุณจะไม่สามารถจินตนาการได้เลย

แน่นอนครับการมีลูกนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย สำหรับหลายคนอาจจะน่ากลัวด้วยซ้ำ แต่ก็เหมือนที่ อาร์ชูเรตากล่าวครับว่า “ไม่มีใครบอกคุณได้หรอกว่าการเป็นพ่อแม่นั้นรู้สึกยังไงจนกว่าจะประสบด้วยตัวเอง”

บางคนอาจจะไม่พร้อมเป็นพ่อแม่ แม้จะมีเงินเพียงพอ และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด การมีลูกเมื่อพร้อมคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

การจะมีลูกต้องพร้อมทั้งจิตใจและการเงินด้วย แต่ถ้าคุณไปถามคนที่เป็นคุณพ่อคุณแม่ที่เขาพร้อมและมีลูกแล้ว คำตอบที่น่าจะคล้าย ๆ กันคือแม้จะเหนื่อยแค่ไหน อุปสรรคมากมาย ปรับตัวเยอะแยะ แต่การได้เห็นลูกเติบโต ได้เลี้ยงดูพวกเขา ได้เห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ การใช้เวลาด้วยกันถือเป็นช่วงเวลาแสนพิเศษ เป็นประสบการณ์ที่ ‘Priceless’ หาค่าไม่ได้เลยละครับ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save