เปลี่ยนการออมที่เหมือนบลอกโคลีให้เป็นขนมหวาน : 3 ขั้นตอนสอนลูกว่าการออมไม่ใช่แค่ดี แต่ยังมีผลลัพธ์ที่น่าสนุกอีกด้วย

‘ออมเงิน’ ก็เหมือนบรอกโคลี ขนาดพูดกับผู้ใหญ่ที่รู้ทั้งรู้ว่าดีต่อสุขภาพ…แต่ก็ไม่ได้อยากทานสักเท่าไหร่
ยิ่งพูดกับเด็กๆ ในครอบครัวยิ่งท้าทายเข้าไปใหญ่ เพราะแม้แต่เด็กก็รู้ว่าการใช้เงินสนุกกว่าออมเงินเป็นไหนๆ ให้เงินไปซื้อของเล่นใหม่ ตุ๊กตาใหม่ การ์ดเกมใหม่ ฯลฯ ล้วนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ลองบอกให้ออมเงินหยอดกระปุกปุ๊บ หน้าเปลี่ยนทันที
การใช้เงินมันเหมือนไอศกรีมนั่นแหละครับ กินแล้วหยุดยาก หยิบเงินมาใช้ปุ๊บเพลินเลย
แล้วเราจะทำยังไงดีในฐานะพ่อแม่ที่ต้องสอนลูกเรื่องเงินและการใช้เงินให้ถูกต้อง?
พัคโซยอน ผู้เขียนหนังสือความลับเรื่องเงินที่แม่อยากบอกลูกก่อนตาย เคยกล่าวว่า
“ลูกต้องหลุดพ้นจาก ‘ความไม่รู้เรื่องเงิน’ ให้เร็วที่สุด ลูกเอาตัวรอดได้ถึงจะพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง แต่ลูกจะอยู่รอดในอนาคตได้ยากมาก ถ้ายังขาดความรู้เรื่องเงิน”
คำกล่าวนี้สำคัญมากในตอนนี้ยิ่งกว่าตอนไหน เมื่อเราต้องอาศัยอยู่ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยสิ่งล่อตาล่อใจ เห็นอะไรก็อยากได้ไปหมด โลกออนไลน์ที่การเปรียบเทียบเกิดขึ้นง่ายเพียงแค่ไถฟีดโซเชียลมีเดีย ออกจากบ้านก็มีสื่อมากมายที่โฆษณาถึงสินค้าหรือบริการที่จะช่วยให้ชีวิต ‘ดีขึ้น/มีความสุขขึ้น/เติมเต็มมากขึ้น’
ปลูกฝังนิสัยการรอคอยเพื่อความสำเร็จในอนาคต
ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุน VI ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของไทยเล่าว่าช่วงตอนเด็กเติบโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างยากจน เสื้อผ้าก็มีแค่ไม่กี่ชุด ของเล่นไม่เคยได้ซื้อ (แต่ทำเองจากวัสดุธรรมชาติและของที่เหลือทิ้ง)
สำหรับเขาแล้วสิ่งที่หรูหราที่สุดคืออาหารกลางวันธรรมดาๆ อย่าง ‘เส้นหมี่แห้งลูกชิ้นเนื้อวัว’
เด็กคนอื่นๆ อาจจะเริ่มกินลูกชิ้นก่อน หรือกินช่วงกลางๆ แต่สำหรับ ดร.นิเวศน์ เขาเลือกกินสุดท้ายเลย “ผมเลื่อนการกินลูกชิ้นออกไปเพื่อที่ว่าผมจะได้กินของดีที่ “อร่อยกว่า” แม้ว่ามันจะเป็นลูกเดียวกัน แต่มันเป็นความรู้สึกที่ผมคิดว่ามันเป็นผลตอบแทน”
การประหยัดและใช้เฉพาะในสิ่งที่จำเป็นนั้น กลายเป็นสิ่งที่ติดตัวเขามาโดยตลอด “พูดง่าย ๆ เป็นนักอดออมมากว่าครึ่งชีวิตจนถึงอายุ 44 ปี ก่อนที่จะเริ่มลงทุนเป็นเรื่องเป็นราว”
เหตุผลที่ทำให้ ดร.นิเวศน์ ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเพราะเขาบอกว่าเหตุผลหนึ่งที่ตัวเองประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ได้ก็เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมาส่วนใหญ่แล้วก็ชอบที่จะเลื่อนเวลาที่จะมีความสุขจากการบริโภคออกไปเพื่อหวังที่จะได้บริโภคสิ่งที่ดีกว่าหรือมากกว่าเสมอโดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีความมั่งคั่งน้อย
ส่วนนี้คล้ายกับทฤษฎี "Delayed gratification" หรือการอดทนต่อสิ่งล่อใจเพื่อสิ่งที่ดีกว่าในอนาคต มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในชีวิตและการลงทุน ซึ่งเราอาจจะเคยได้ยินเรื่องการทดลอง "The Marshmallow Test" แสดงให้เห็นว่าเด็กที่สามารถรอคอยเพื่อรางวัลที่ดีกว่าในอนาคตมักจะประสบความสำเร็จมากกว่าในชีวิต
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราควรปลูกฝังนิสัยเรื่องการอดออมและรอคอยให้กับเด็กตั้งแต่เนิ่นๆ
เริ่มด้วยการตั้งเป้าหมายระยะสั้น
เรื่องนี้ต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป พ่อแม่ควรช่วยลูกตั้งเป้าหมายระยะสั้นก่อน ช่วยให้พวกเขามีเหตุผลในการออมและเวลาไม่นานจนเกินไป ผ่านไป 2-3 เดือนก็อาจจะได้เพลิดเพลินกับสิ่งที่อุตส่าห์เก็บเงินซื้อ
Adam Khoo และ Keon Chee ได้แชร์ 3 ขั้นตอนของการทำให้การออมเป็นนิสัยที่พึงปราถนาของเด็กๆ เอาไว้ในหนังสือ “เลี้ยงลูกให้ใช้เงินเป็น”
1. ตั้งเป้าหมายในการออม
พ่อแม่ควรช่วยลูกกำหนดเป้าหมาย เลือกสิ่งที่เขาสามารถทำได้สำเร็จในช่วงเวลาที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป (ประมาณ 1-3 เดือน) การที่พ่อแม่ให้เงินค่าขนมไป ก็สอนให้เขาแบ่งบางส่วนมาเก็บไว้สำหรับของที่ตัวเองอยากได้ เช่นรองเท้าคู่ใหม่ เสื้อตัวใหม่ ของเล่น แทนที่พ่อแม่จะซื้อให้
เรื่องนี้ “จะสอนให้เขารู้จักเก็บเล็กผสมน้อยในวันนี้เพื่อแลกกับรางวัลใหญ่ในวันหน้า”
การตั้งเป้าหมายเราสามารถช่วยลูกตั้งแต่ขั้นตอนการหาข้อมูลสินค้า ดูราคา ทำตารางการเก็บออม ดูว่าต้องเก็บนานแค่ไหน ฯลฯ
2. กระตุ้นให้ออมก่อนใช้
เทคนิคที่พอจะช่วยให้ลูกออมเงินได้ดีขึ้น
- ติดรูปบนกระปุกออมสิน
ตัดรูปสิ่งของที่อยากได้แปะติดกระปุกออมสินไปเลย หยอดเงินแล้วจะได้รู้ว่าเก็บเพื่ออะไร มันกำลังงอกเงยไปเป็นสิ่งนี้อยู่ (ถ้าเด็กมีสมุดบัญชีก็เอารูปแปะสมุดก็ได้)
- ให้รางวัลในการอดออม
นี่เป็นการใช้แรงเสริมเชิงบวก (positive reinforcement) ให้เด็กรู้ว่าพฤติกรรมที่ทำอยู่นั้นคือเรื่องที่ดี พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องให้เป็นของ แต่อาจจะให้สติ๊กเกอร์ ให้เวลาดูการ์ตูน (เล่นเกม) เพิ่มชั่วโมงหนึ่ง หรืออาจจะลองสมทบเงินให้หน่อยหนึ่ง (สอนเรื่องดอกเบี้ยไปด้วยเลย) เพื่อช่วยให้ลูกอยากออมมากขึ้น
- พ่อแม่มีกระปุกออมสินของตัวเอง
เด็กๆ อยากทำตามพ่อแม่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นพ่อแม่ก็ลองหากระปุกมาติดรูปสิ่งที่ตัวเองอยากได้แล้วหยอดทุกวันดู เชื่อสิว่าลูกอยากทำตามอย่างแน่นอน
- เป็นตัวอย่างที่ดี
สอนด้วยคำพูดนั้นมีแรงน้อยกว่าสอนด้วยการทำให้ดู คุณสามารถทำให้ลูกเห็นว่ากำลังประหยัดเงินอยู่นะ เช่นมองหาสินค้าลดราคา ใช้ของให้หมดก่อนซื้อ การหาดีลดีๆ ตามซูเปอร์มาเก็ตแถวบ้าน ฯลฯ เรื่องการออมจะกลายเป็นประเด็นที่พวกคุณสนใจอันดับต้นๆ ในครอบครัว
3. ใช้เงินออม
อันนี้ง่ายครับ เก็บเงินครบปุ๊บก็ปล่อยให้เขามีความสุขครับ (เย้!)
หลายเดือนผ่านไป เขาทำได้ตามเป้าก็ถือว่าเก่งมากแล้ว ให้เขามีความสุขจากความอดทนออมเงินมาจนถึงตอนนี้เถอะครับ
เด็กบางคนอาจจะรู้สึกว่าเก็บเงินมาได้ตั้งขนาดนี้แล้ว ไม่อยากใช้เลยก็ได้ ปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของเขาไปแล้วพ่อแม่ก็คอยให้คำแนะนำอยู่ห่างๆ
พ่อแม่อาจจะใช้การใช้แรงเสริมเชิงบวกเข้าไปเพิ่มอีก พาไปกินขนม ทานไอศกรีม สร้างประสบการณ์ที่ดีร่วมกับลูกเพื่อให้เขาจดจำไว้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นประสบการณ์ที่ดีและน่าจดจำ
เมื่อลูกโตขึ้น อาจจะปล่อยให้เขาสร้างเป้าหมายของตัวเอง ทำให้ระยะเวลานานขึ้น ของชิ้นใหญ่ขึ้น หรือหากลูกเป็นเด็กโตวัยมัธยม ก็ค่อยๆ สอนเรื่องการออมเงินระยะยาว ที่ไม่ใช่แค่เรื่องออมเงินเพื่อซื้อของแล้ว แต่เป็นออมเงินเอาไว้ใช้ในการลงทุนเพื่อให้มันงอกเงยมากขึ้นในอนาคต
จังหวะที่เด็กโตขึ้นก็คอยสอดแทรกประเด็นเรื่องการเงิน การลงทุนประเภทต่างๆ แนวคิดเรื่องการเงิน ดอกเบี้ย หนี้สิน ฯลฯ เข้าไปเรื่อยๆ
สรุปสุดท้าย
หน้าที่ของการเป็นพ่อแม่คือการสอนว่าการออมเงินไม่ใช่แค่เป็นสิ่งที่ดีเท่านั้น แต่ยังมีผลลัพธ์ที่ดีและสนุกตามมาด้วย เหมือนการกินบลอกโคลีนั่นแหละ บางทีอาจจะขม ต่างจากไอศกรีม แต่มันก็มีประโยชน์มากกว่าในระยะยาว
ปล่อยให้พวกเขาใช้เงินหลังจากที่ออมสำเร็จแล้ว แม้ว่าเงินก้อนนั้นจะถูกใช้อย่างหมดเกลี้ยงทุกบาทก็ไม่เป็นไร Adam กับ Keon บอกว่า “สำหรับเด็กแล้ว การปล่อยให้ใช้เงินถือว่าเป็นรางวัลที่จะทำให้พวกเขารู้สึกดีกับการออมมากขึ้น”
พ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกเติบโตมามีทักษะที่สามารถเอาตัวรอดในสังคมได้ เรื่องวิชาการในห้องเรียนอาจจะสำคัญต่อหน้าที่การงาน แต่ทักษะการเงินก็จำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวันมากๆ เพราะเราต้องอยู่กับเงินทุกวันในแทบจะทุกเรื่องของชีวิต
ความอดทน รอคอย การมีวินัย สร้างนิสัยอดออม และใช้เงินได้อย่างชาญฉลาด อดเปรี้ยวไว้กินหวานจะช่วยพวกเขาได้เยอะมากๆ เหมือนกับตัวอย่างของ ดร.นิเวศน์
ที่สำคัญที่สุดครับพ่อแม่ อย่าลืมเอ่ยชมลูกตอนที่พวกเขาออมเงินได้สำเร็จด้วยนะครับ เพราะพวกเขาไม่เพียงจะมีความสุขจากสิ่งของที่ตัวเองอุตส่าห์เก็บเงินได้แล้ว ยังรู้สึกดีมากๆ ที่ทำให้พ่อแม่ของพวกเขาภูมิใจได้อีกด้วย
=========================
อย่าพลาดโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีขึ้น!
เตรียมพบกับ Make Rich Expo มหกรรมการลงทุนแห่งชาติ ที่จะพาคุณก้าวเข้าสู่โลกของการลงทุนที่ทันสมัยและเข้าใจง่ายกว่าที่เคย! ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดลงทุน หรือผู้ที่มีประสบการณ์ เรามีทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคต
เข้าร่วมงานฟรี!!
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ ที่ https://bit.ly/4cKxqet
แล้วพบกันวันที่ 2 - 3 November 2024 เวลา 10.00 - 19.00 น. ณ Paragon Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้า Siam Paragon
=========================
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

