อายุ 20 ปลายๆ ตัดสินใจออมให้ได้ 70% ของเงินเดือนทุกเดือน เปิดแผนการเงินของคนอยากมีเงินใช้หลักหมื่น โดยตัดขาดจากงานในวัย 35

เบื่อกันมั้ยกับการทำงานแสนเหน็ดเหนื่อย ทั้งตื่นเช้าไปทำงาน ฝ่ารถติด แถมทำงานก็หนักไม่มีคนช่วย เหมือนทั้งบริษัทมีเราอยู่คนเดียวอย่างนั้นแหละ เงินเดือนก็น้อยนิดจนคิดว่า “นี่เงินเดือนหรือเงินทอน” แล้วแบบนี้จะพอใช้ถึงสิ้นเดือนได้ยังไง แค่คิดว่าจะต้องเจอลูปแบบนี้ไปอีก 20-30 ปีก็เป็นท้อแล้ว
วันนี้ aomMONEY มีเรื่องราวจากชีวิตจริงของสามี-ภรรยาคู่หนึ่งมาฝาก เขาบอกว่า “ผมวางแผนการเงินทุกอย่าง เพื่อจะได้หยุดทำงานตอนอายุ 35 แต่ยังมีเงินหลักหลายหมื่นใช้สบายๆ ทุกเดือน” ว้าว
น่าสนใจทีเดียว ลองมาดูกันว่าเขามีวิธีวางแผนการเงินอย่างไร เผื่อเราจะนำมาเป็นแนวทางและสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ครับ
1. เป้าหมายเกษียณต้องมาก่อน จะได้หยุดทำงานอันเหน็ดเหนื่อยให้เร็วที่สุด
เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่อยากทำงานไปจนแก่หรอกครับ ยิ่งหนีจากมันได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี อย่างคู่รักคู่นี้ตอนอายุ 20 ปลายๆ ก็เริ่มตั้งเป้าหมายเกษียณกันแล้ว สิ่งที่พวกเขาทำคือตัดสินใจออม 70% ของเงินเดือน และเน้นการประหยัด เตือนตัวเองเสมอก่อนใช้จ่าย โดยคิดถึงเป้าหมายการหยุดทำงานให้เร็วที่สุดเป็นหลัก ตอนแรกก็ทำได้ยาก แต่พอเริ่มชินทุกอย่างก็จะเป็นไปโดยอัตโนมัติ
ข้อนี้ผมเข้าใจว่าค่าครองชีพของเมืองไทยมันสูง เราอาจจะไม่ต้องถึงขั้นออม 70% (แต่ถ้าทำได้ก็เยี่ยมมากๆ เลยครับ) วิธีวางแผนเกษียณแบบง่ายๆ คือการนำ “ค่าใช้จ่ายรายเดือน x 12 x จำนวนปีที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่หลังจากที่หยุดทำงาน” เช่น ผมมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 15,000 บาท x 12 x 50 ปี (ผมตั้งเป้าหมายเกษียณตอนอายุ 35 และคาดว่าตัวเองจะตายตอนอายุ 85 แปลว่าผมต้องใช้ชีวิตไปอีก 50 ปี) = 9 ล้านบาท นี่คือจำนวนเงินที่ผมต้องมี แล้วค่อยคิดว่าจะต้องออมเดือนละเท่าไหร่เพื่อให้ถึงเป้าหมาย
2. ขยันสร้างรายได้ ทำทุกอย่างที่ได้เงิน เท่าที่เรายังมีแรง
ลำพังแค่เป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างเดียว อาจยังไม่พอ เพราะดูจากข้อ 1.แล้ว ถ้าผมอยากหยุดทำงานตั้งแต่อายุ 35 จะต้องมีเงินออมมากถึง 9 ล้านบาท ดังนั้นผมจำเป็นต้องหารายได้เพิ่มเท่าที่จะทำได้ อย่างคู่รักคู่นี้นอกจากเป็นพนักงานบริษัทแล้ว เขายังเปิดช่องยูทูบ ซึ่งสร้างรายได้ราว 15,000 บาทต่อเดือน และรับจ้างเขียนบทความ ได้อีก 30,000 บาทต่อเดือน พอจะเห็นช่องทางแล้วใช่ไหมครับ? เอาเป็นว่าใครถนัดอะไร ก็ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะ
3. ลงทุนให้เงินงอกเงย เพื่อให้ถึงเป้าหมายเร็วขึ้น เพราะแค่เก็บเงินอย่างเดียวไม่พอ
ทีนี้ถ้าอยากให้ถึงเป้าหมายเร็วขึ้นอีก ก็ต้องหาตัวช่วย ซึ่งคือ “การลงทุน” หรือเอาเงินต่อเงินนั่นเอง ดูอย่างสามี-ภรรยาคู่นี้ มีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยได้กำไรจากส่วนต่างการขายอสังหาฯ ที่ราคาสูงขึ้น ซึ่งเป็นการลงทุนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อความเซฟ เช่น ถ้าลงทุน 1,000 เหรียญฯ แล้วได้กำไรมา 100 เหรียญฯ ดังนั้นต้นทุนการลงทุนในปีถัดไปก็จะเป็น 1,100 เหรียญฯ เป็นต้น
เราเองก็สามารถลงทุนได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นหุ้น กองทุนรวม พันธบัตร สลากออมทรัพย์ ฯลฯ ปัจจุบันก็มีเพจและสื่ออินเทอร์เน็ตที่ให้ความรู้ด้านการลงทุน อย่างเช่นเพจ aomMONEY และเพจกูรูของ aomMONEY ซึ่งจะถ่ายทอดความรู้แบบเข้าใจง่าย หรือนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ กดติดตามกันไว้นะครับ จะได้ไม่พลาดโอกาสดีๆ ในการลงทุนนะ
4. อย่าละเลยค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ รอยรั่วเล็กๆ แค่รอยเดียว เรือก็จมทั้งลำได้
เรามักจะคิดว่าค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ นั้นไม่สำคัญ แต่พอสิ้นเดือนทีไร...เงินหายไปแบบงงๆ ทุกที อย่างบางคนเสียค่าวินมอเตอร์ไซค์ครั้งละ 20 บาท ไป-กลับทุกวัน เท่ากับว่าเดือนหนึ่งต้องจ่าย 1,200 บาทเลยทีเดียว
ลองเปลี่ยนพฤติกรรม ถ้าระยะทางใกล้ๆ และดูปลอดภัย ก็ลองเดินหรือขี่จักรยานแทน เป็นการออกกำลังกายไปด้วยในตัว หรือบางคนต้องซื้อกาแฟแก้วละ 50 บาททุกวัน ลองเปลี่ยนเป็นชงกาแฟกินเอง ก็จะมีเงินเก็บมากขึ้นเดือนละ 1,500 บาทเลยนะ
5. เลิกซื้อของไร้สาระ เสื้อผ้าตามแฟชั่น มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด พักก่อน!
ถ้ายังคิดว่า “ของมันต้องมี...มีแล้วต้องครบ” ก็ไม่มีวันถึงเป้าหมายแน่นอน เราต้องตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป อย่างสามี-ภรรยาคู่นี้ ก็ยกเลิกค่าเคเบิลทีวี วางแผนซื้อเสื้อผ้าใหม่ไม่เกินปีละ 2 ครั้ง และกำหนดงบประมาณกินข้าวนอกบ้านแค่เดือนละ 1,500 บาท
สำรวจตัวเองดูว่ามี “ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น” บ้างไหม? เช่น สมาชิกฟิตเนสรายเดือน (แต่ปีหนึ่งไปใช้บริการแค่ไม่กี่ครั้ง) หรือเปลี่ยนมือถือตามเทรนด์รุ่นใหม่ตลอด ก็หันมาคิดสักนิดก่อนซื้อว่า “ถ้าไม่มีของชิ้นแล้วจะส่งผลต่อชีวิตเราไหม?”
สรุปจาก aomMONEY
และนี่ก็คือวิธีวางแผนการเงินให้สำเร็จ ถ้าเราอยากหยุดทำงานตั้งแต่อายุ 35 ปีครับ ซึ่งสัดส่วนการออม การลงทุน และอายุที่ต้องการเกษียณ สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับตัวเองได้ แต่ที่แน่ๆ ถ้าเรายิ่งมีเงินออมได้มากในวันที่หยุดทำงาน ก็จะยิ่งมีเงินใช้ต่อเดือนมากขึ้น และอย่าลืมว่าเงินยังสามารถต่อยอดไปได้อีกเรื่อยๆ ถ้าเรารู้จักวางแผนและลงทุนให้เป็น
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

