‘จดทะเบียนสมรส’ มีสิทธิทางการเงินอะไรบ้าง? รวม 6 สิทธิประโยชน์การเงินที่คู่รักควรรู้จาก ‘กฎหมายสมรสเท่าเทียม’

เมื่อวานนี้ 23 ม.ค. 2567 เป็นวันแรกที่คู่รักไม่ว่าจะเป็นเพศไหนสามารถจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย “สมรสเท่าเทียม” ได้ ซึ่งใจความหลักของกฎหมายใหม่นี้คือ การแก้ไขใจความหลักของการสมรสจาก “ชาย-หญิง” เป็น “บุคคล” โดยเปลี่ยนคำเป็น “คู่สมรส” ซึ่งทำให้คู่รัก LGBTQ+ มีสิทธิที่พึงได้ตามกฎหมายมากขึ้น เช่น การหมั้น-การสมรส การรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน การใช้นามสกุลคู่สมรส การให้ความยินยอมในการรักษาพยาบาลกรณีคู่สมรสอยู่ในสภาวะให้ความยินยอมไม่ได้ เป็นต้น
และนอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ทรัพย์สินต่างๆ ที่คู่รักทุกคนควรรู้ ก่อนจูงมือไปจดทะเบียนสมรส เพื่อให้สามารถใช้สิทธิตามกฎหมายได้อย่างเต็มที่ ดังนี้
1. สิทธิในการจัดการทรัพย์สินร่วมกัน
เมื่อได้จดทะเบียนเป็นคู่สมรสแล้ว สิ่งแรกๆ ที่ต้องทำความเข้าใจคือเรื่องของ “การจัดการทรัพย์สิน” ซึ่งสิทธิในการจัดการทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสตามกฎหมายสมรสเท่าเทียมนั้น ยังคงยึดหลัก “ถ้าคู่สมรสไม่ได้ทำสัญญาเรื่องทรัพย์สินไว้ก่อนสมรส การจัดการทรัพย์สินจะใช้หลักการตามกฎหมาย”
โดนแบ่งทรัพย์สินออกเป็น 2 ประเภท คือ
(1) สินส่วนตัว คือ ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรส เครื่องใช้สอยส่วนตัว เครื่องประกอบอาชีพ ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างการสมรสโดยการรับมรดกหรือโดยการให้โดยเสน่หา และของหมั้น
(2) สินสมรส คือทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส หรือทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือ ซึ่งระบุว่ายกให้เป็นสินสมรส และดอกผลของสินส่วนตัว
ทั้งนี้ ถ้าเป็นสินส่วนตัว คู่สมรสฝ่ายหนึ่งสามารถจัดการทรัพย์สินของตัวเองได้ตามปกติ แต่สินสมรสเป็นเจ้าของร่วมกันและต้องจัดการทรัพย์สินร่วมกัน การขายหรือจัดการสินสมรสต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่าย
2. สิทธิในการรับมรดกของคู่สมรสอีกฝ่าย
การรับมรดก หากไม่ได้มีการทำพินัยกรรมไว้ มรดกจะตกเป็นของทายาทโดยธรรม ซึ่ง “ทายาทโดยธรรม” มีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่
(1) ทายาทโดยธรรมประเภทคู่สมรส คือ คู่สมรส
(2) ทายาทโดยธรรมประเภทญาติ มี 6 ลำดับ ได้แก่ (1) ผู้สืบสันดาน (2) บิดามารดา (3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน (4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน (5) ปู่ ย่า ตา ยาย (6) ลุง ป้า น้า อา
กรณีคู่สมรสอีกฝ่ายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ คู่สมรสมีสิทธิได้รับมรดกด้วย แต่ส่วนแบ่งของทายาทโดยธรรมประเภทคู่สมรสจะได้เท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับว่ามีทายาทโดยธรรมประเภทญาติลำดับใดที่มีสิทธิรับมรดก หากเป็นญาติห่างๆ ยิ่งห่างมากเท่าไร คู่สมรสก็จะได้รับมรดกมากขึ้นเท่านั้น
3. สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้
สำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จริงๆ แล้วจัดอยู่ในกฎหมายภาษี ซึ่งยังมีการใช้คำว่า “สามี-ภรรยา” อยู่ แต่สามารถนำมาเทียบเคียงได้ เพราะ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม มาตรา 67 ได้ระบุว่ากฎหมายใดๆ ที่อ้างถึงสามีภริยา ให้ถือว่าอ้างถึงคู่สมรสตาม “พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม” (เว้นแต่กฎหมายนั้นระบุ สิทธิ/หน้าที่ สามีภริยา ไว้ต่างกัน) โดยมีสิทธิประโยชน์ทางภาษี ดังนี้
(1) ได้สิทธิลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท (กรณีคู่สมรสไม่มีเงินได้)
(2) ได้สิทธิลดหย่อนบิดามารดาของคู่สมรส คนละ 30,000 บาท
(3) ได้สิทธิลดหย่อนบุตรของคู่สมรส (ลูกติด) คนละ 30,000 บาท
(4) มีสิทธิเลือก แยกยื่น/รวมยื่นภาษี กับคู่สมรสได้
4. สิทธิในการรับประโยชน์และสวัสดิการ
โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายประกันสังคม เช่น
(1) ได้รับค่าทดแทนกรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต
(2) ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรกรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต
(3) ได้รับบำนาญชราภาพ กรณีที่ผู้ประกันตนตายภายใน 60 เดือนนับแต่เดือนที่มีสิทธิได้รับบำนาญชราภาพ บุตร สามี-ภริยา บิดามารดา จะมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ
นอกจากนี้ หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ประกันตนหรือทำงานในหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่มีสวัสดิการสำหรับ “คู่สมรส” อีกฝ่ายก็สามารถรับสิทธิประโยชน์เดียวกันได้ เช่น สิทธิในการรักษาพยาบาล การเบิกค่ารักษาพยาบาล สิทธิในการลาหยุดดูแลครอบครัว เป็นต้น
5. มีสิทธิในการขอกู้ร่วมได้ง่ายขึ้น
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า “การกู้ร่วม” ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนสมรสก็สามารถทำได้ แต่อาจต้องแสดงหลักฐานการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เพื่อให้ทางธนาคารพิจารณา ซึ่งอาจเพิ่มความยุ่งยากในการยื่นกู้ และธนาคารอาจมีข้อสงสัยเพื่อต้องการความชัดเจนเพิ่มเติม ทำให้ระยะเวลาการยื่นเอกสารขอกู้ใช้เวลานานออกไป แต่กรณีที่มี กฎหมายสมรสเท่าเทียม จะสามารถทำให้คู่สมรสที่เป็นเพศเดียวกัน มีโอกาสขอกู้ร่วมผ่านได้ง่ายขึ้น และขั้นตอนไม่ยุ่งยาก
6. ระบุชื่อเป็นผู้รับผลประโยชน์จากประกันได้ง่ายขึ้น
โดยปกติการทำประกันชีวิต จะต้องระบุชื่อผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์ในกรณีที่เราเสียชีวิต และคู่สมรสถือเป็นทายาทโดยธรรมที่สามารถระบุเป็นผู้รับผลประโยชน์ได้ โดยไม่ต้องยื่นหลักฐานการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเพิ่มเติม การมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมจะลดความยุ่งยากในการตรวจสอบ เช่น ต้องแสดงให้เห็นว่า
- ทั้งคู่ต้องอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างน้อย 2 ปี
- ทะเบียนบ้านที่อาศัยอยู่ด้วยกัน
- มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินหรือสัญญาเช่าซื้อร่วมกัน
- มีการเปิดบัญชีร่วมกัน หรือมีบัญชีบัตรเครดิตร่วมกัน หรือกู้ร่วมกัน
- แสดงเอกสารยืนยันความสัมพันธ์คู่ชีวิต เช่น รูปงานแต่ง เป็นต้น
ซึ่งการมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม ถือว่าช่วยให้ทำธุรกรรมต่างๆ ของคู่รักทำได้สะดวกขึ้นเช่นกัน และหากเพื่อนๆ เห็นว่ามีสิทธิประโยชน์ไหนที่น่าสนใจเพิ่มเติม สามารถมาแชร์กันในคอมเนต์ได้เลย
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

