‘The Great Hesitation’ ตำแหน่งงานว่าง แต่บริษัท ‘ไม่รีบ’ จ้าง และเลือกมากขึ้น : เมื่อการหางานต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น 3 เท่า และ AI คือด่านแรกที่คุณต้องผ่าน

ชอว์น เค (Shawn K) อดีตวิศวกรซอฟต์แวร์ที่เคยมีรายได้เลขหลักหลายล้านต่อปีจากบริษัทเมตาเวิร์สแห่งหนึ่งชื่อ Virbela กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของ “การถูกแทนที่ AI”
หลังถูกปลดออกเมื่อราวหนึ่งปีที่ผ่านมา เขาพบว่าทักษะซอฟต์แวร์ระดับสูงไม่ได้รับประกันความมั่นคงอีกต่อไป
หลายองค์กรอาจจะต่างออกไป แต่เขาเล่าว่าก่อนที่เขาจะถูกปลดออกจากงาน บริษัทที่ทำงานอยู่นั้นนำเอา AI มาช่วยงานเยอะมากๆ และเห็นประสิทธิผลของงานในส่วนของการพัฒนาโค้ดเพิ่มขึ้น 3–10 เท่า
เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเองกับตา บริษัทลดจำนวนพนักงานลงเรื่อยๆ และสุดท้ายทีมของเขาก็ถูกปลด
ตอนนี้ระหว่างที่กำลังหางานใหม่ ชอว์นต้องหันไปส่งอาหารกับ DoorDash (บริการดิลิเวอรีเจ้าใหญ่แห่งหนึ่งของอเมริกา) ขายของใน eBay และอาศัยในบ้านบนที่ดินของตน เพื่อประคองรายได้ไม่ถึง 200 ดอลลาร์ต่อวัน
ขณะเดียวกันเขายังต้องรับภาระดูแลแม่ผู้พิการที่อาศัยอยู่ที่บ้านอีกแห่งหนึ่ง ท่ามกลางค่าใช้จ่ายที่ถาโถมเข้ามา
เขาสมัครงานใกล้แตะ 900 ตำแหน่ง เข้ารอบสัมภาษณ์ลึกๆ สองครั้ง ชอว์นกลับไม่ได้ข้อเสนอใด ๆ เลย
เขาสงสัยว่าเรซูเม่ของตัวเองถูกอัลกอริทึมคัดกรองหา “คำฮิตด้าน AI” จึงมักถูกคัดออกตั้งแต่ต้น
“ตลอดปีที่ผ่านมา ผมสัมภาษณ์กับบริษัทเกือบ 10 แห่ง เข้าถึงรอบที่ 4 ได้สองครั้ง และผ่านรอบสอง-สามอีกหลายหน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ข้อเสนอเลย” ชอว์นเล่าพร้อมเสริมว่า “ผมเดาว่าเรซูเม่ถูกกรองทิ้งโดยบริการ ‘คัดกรองผู้สมัครด้วย AI’ เพราะมันไม่มีศัพท์ AI ล้ำ ๆ แบบเฉพาะทางมากพอ”
ตอนนี้พยายามทุ่มเทเวลาวันละ 2–5 ชั่วโมงศึกษางานวิจัยและสร้างโปรเจกต์ทดลองด้วยเครื่องมือใหม่ ๆ แต่ก็ยังเหมือนยิงปืนขึ้นฟ้า ประสบการณ์นี้ทำให้เขาเชื่อว่า “คลื่นมหันตภัยการแทนที่แรงงานความรู้” เพิ่งเริ่มต้น และอาจซัดกระทบอาชีพสร้างสรรค์และคนทำงานส่วนใหญ่ในไม่ช้า
The Great Hesitation : งานมี แต่ยังไม่จ้าง
สภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนกำลังซ้ำเติมความยากลำบากของคนทำงานในสายเทคโนโลยีอย่างมากในตอนนี้ (อย่างชอว์น)
ใครมีงานอยู่ ก็เลือกที่กอดเอาไว้แน่น พยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์และ ‘ถูกแทนที่’ ด้วย AI ยากที่สุด ท่ามกลางคลื่น AI และความเสี่ยงการถูกเลย์ออฟ
The Wall Street Journal รายงานว่าตอนนี้คนที่กำลังหางานต้องเจอกับอุปสรรคเต็มไปหมด:
* นายหน้ากดดันให้พนักงานบอกเงินเดือนที่ต้องการตั้งแต่การโทรคุยกันครั้งแรก
* บางทีประกาศรับสมัครถูกลบออกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
* และเรซูเม่จำนวนมากโดน AI ปัดตกก่อนถึงมือคนจริง
“นี่แหละที่เรียกว่า ‘ภาวะลังเลครั้งใหญ่’” (Great Hesitation) จอร์จ เดนลิงเกอร์ (George Denlinger) ประธานฝ่ายปฏิบัติการของบริษัทจัดหางาน Robert Half กล่าว “กระบวนการจ้างงานตอนนี้อาจใช้เวลานานกว่าปีก่อน 2–3 เท่าเลยทีเดียว”
บริษัทจำนวนมากชะลอการรับคน ใช้แรงงานสัญญาจ้างแทนพนักงานประจำ หรือรอจ้างคนที่ “ตรงทุกข้อ” กับที่บริษัทต้องการ — และบ่อยครั้งมากกว่านั้นด้วยซ้ำ
ในภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน บริษัทมักจะระวังตัวมากเป็นพิเศษ
จ้างแค่ตำแหน่งที่จำเป็น และยกระดับความคาดหวังในการจ้างงาน
เดิมอาจต้องการคนที่มี 6–7 ทักษะ ตอนนี้อาจเพิ่มเป็น 10–12 ทักษะ ซึ่งส่วนมากเชื่อมโยงกับงานด้าน AI ด้วยกันทั้งสิ้น
“มีงานให้สมัครเยอะก็จริง แต่คนที่กำลังหางานมีมากกว่านั้น”
สตีฟ เลวีน (Steve Levine) อายุ 54 ปีจาก Long Island นิวยอร์ก กล่าว
เขาก็เป็นอีกคนที่ถูกเลย์ออฟเมื่อไม่นานมานี้ และสมัครงานไปแล้วกว่า 50 ตำแหน่งในสายงาน sales engineering และ solution consulting
เขาเพิ่งเข้าสู่รอบสุดท้ายกับบริษัทหนึ่ง ต้องทำพรีเซนเทชันต่อหน้าคณะกรรมการ
แต่สุดท้ายบริษัทบอกว่าเปลี่ยนแผน ไม่จ้างตำแหน่งนั้นแล้ว
“เขาบอกผมว่า ไม่ใช่เพราะคุณหรอก... แต่เป็นเพราะเราเอง”
จากข้อมูลของ CompTIA ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) พบว่าในเดือนเมษายน ตำแหน่งงานในสายเทคโนโลยีหายไปประมาณ 214,000 ตำแหน่ง
แม้ว่าอัตราการว่างงานในสายเทคลดลงจาก 5% เหลือ 4.6% แต่ 5–6% ของคนที่ว่างงานในสาย IT ช่วงนั้น ก็ออกจากวงการไปเลย ขณะเดียวกัน บริษัทเทคโนโลยียังคงลดจำนวนพนักงานต่อเนื่อง โดยล่าสุดไมโครซอฟท์เพิ่งปลดพนักงานไปประมาณ 6,000 คนในช่วงไม่กี่วันก่อน
“มันไม่ได้เกิดแค่กับ Amazon หรือ Google” วิคเตอร์ จานูไลทิส (Victor Janulaitis) CEO ของ Janco Associates (บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการ) กล่าว
“บริษัทขนาดกลางที่มีแผนก IT 20–100 คน ก็โดนกันถ้วนหน้า”
เขายังชี้ว่า งานในตลาด IT กำลัง “หดตัว” และ นักพัฒนาโปรแกรมระดับเริ่มต้น (junior programmer) โดนหนักที่สุด
เพราะหลายหน้าที่เริ่มถูก AI แทนที่ ได้แล้ว จานูไลทิส บอกว่า “ตำแหน่งที่เกือบหายไปจากแผนก IT คือ คนเขียนโปรแกรมระดับต้น, IT Analyst และเด็กจบใหม่สายคอมฯ”
บริษัทต่างย้ายทรัพยากรไปลงทุนด้าน AI ส่งผลให้ต้องลดต้นทุนในส่วนอื่น และยิ่งต้องการคนที่มีทักษะ AI มากขึ้น
* เกือบ 1 ใน 4 ของตำแหน่งงานที่ประกาศในปีนี้ ต้องการทักษะด้าน AI
* ซีอีโอหลายคนเริ่มประกาศตัวว่าเป็น “AI-first”
* เช่น CEO ของ Duolingo เขียนอีเมลภายในว่า จะอนุมัติการเพิ่มคน ก็ต่อเมื่อ “ออโต้ไม่ได้จริง ๆ” และจะ พิจารณาการใช้ AI ในการประเมินผลงาน
แล้วยังไงต่อดี?
แองเจลา เจียง (Angela Jiang) อดีตพนักงาน OpenAI ซึ่งปัจจุบันทำสตาร์ตอัปด้านตลาดแรงงาน AI บอกว่า
“แม้แต่คนที่มีวุฒิขั้นสูงก็ยังไม่ได้รับการตอบรับ”
เธอได้พูดคุยแบบตัวต่อตัวกับคนในสายเทคกว่า 50 คน ส่วนใหญ่ถามว่า...
* จะปรับประสบการณ์ตัวเองยังไงให้เชื่อมโยงกับงานด้าน AI?
* ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มถึงจะ “ขายตัวเอง” ได้ในตลาดยุคนี้?
“ทุกคนกำลังกลัว” เจียงกล่าว “ไม่มีใครรู้ว่าตัวเองยังมีที่ยืนในโลกใหม่นี้รึเปล่า”
โซฟี โนวาติ (Sophie Novati) ผู้ก่อตั้ง Formation บริษัทจัดหางานและให้ทุนสำหรับวิศวกร ระบุว่าวิศวกรระดับสูงยังมีความต้องการอยู่ แต่ตอนนี้พวกเขาไม่ได้เขียนโค้ดอย่างเดียว แต่ต้อง ควบคุมให้โค้ดที่ AI สร้าง ตรงตามมาตรฐานขององค์กร
แต่มีทักษะ AI แล้ว... ก็ยังไม่พอ
วิลเลียม วิลเกอร์สัน (William Wilkerson) วัย 32 ปี ถูกเลย์ออฟจาก Automattic บริษัทเจ้าของ WordPress และ Tumblr เมื่อเดือนก่อน
ตอนนี้เขาทำงานสัญญาจ้างระยะสั้นไปพลางๆ ระหว่างหางานใหม่
เขาพบว่าตลาดต้องการคนที่ ผสาน AI เข้ากับ Workflow ได้ แต่ตำแหน่งระดับกลางหายไปเกือบหมด
แม้จะมีประสบการณ์ด้าน AI—เขาเคยสร้างซอฟต์แวร์เพื่อวิเคราะห์ว่าคอนเทนต์ชิ้นใดเหมาะสมกับการลงโฆษณาหรือไม่—แต่เขาก็ยังกังวลว่าเรซูเม่ของตนอาจไม่เคยถูกเปิดอ่านเลย เพราะระบบ AI ได้เข้ามาแทนที่การคัดกรองโดยมนุษย์ในหลายกรณี
“ถ้าคุณไม่ใส่ Buzz Words ให้ถูกต้องแม่นยำพอ คุณก็ไม่มีทางได้ไปต่อในขั้นตอนถัดไป” เขากล่าว
ข้อมูลของ LinkedIn บอกว่าการจ้างงานสาย AI ในสหรัฐเพิ่มขึ้น **640%** ภายใน 8 ปีที่ผ่านมา
แอนนี เมอร์เรย์ (Annie Murray) ที่ปรึกษาด้านการต่อรองเงินเดือนในสายเทค กล่าวว่า...
“ตอนนี้มีแค่คนในสาย data science, AI research และพวกที่มีปริญญาเอกเท่านั้นที่ยัง ‘อยู่รอด’ ได้ดี”
นี่คือสถานการณ์ที่อุปสงค์ไม่เท่ากับอุปทานแบบสุดโต่ง
ทำให้บริษัทใช้ “ไม้แข็ง” ตั้งแต่ขั้นตอนแรก เมอร์เรย์บอกว่าบริษัทจะไม่ยอมให้คุณเลี่ยงคำถามเงินเดือนอีกแล้วตั้งแต่การคุยกันแรกๆ เลย “ถ้าราคาแรงไป ก็จะถูกตัดออกตั้งแต่ต้นเลย”
มันไม่ใช่คุณ มันเป็นระบบ
ย้อนกลับไปสัก 5 ปี บริษัทเทคโนโลยีต่างๆ บอกว่าหาคนไม่ทัน ต้องการคนเขียนโค้ดจำนวนมาก ใครจบคอมพิวเตอร์ เป็นโปรแกรมเมอร์ใหม่ ๆ รับเลยไม่ต้องคิดเยอะ (จำได้ช่วงโควิด)
แต่วันนี้? เรซูเม่ของคุณอาจไม่ถึงมือคนเลยด้วยซ้ำ
เพราะถูกกรองด้วยระบบ ATS (Applicant Tracking System) หรือ ระบบติดตามผู้สมัครที่เริ่มต้นคัดคนสมัครงานด้วย ‘คำ’ ไม่ใช่ความสามารถ ไม่ใช่ประสบการณ์ ไม่ใช่ความตั้งใจ
แค่ไม่มีคำที่มันอยากเห็น—โอกาสที่คุณจะถูกตัดออกก็สูงมากๆ
เกมมันเปลี่ยนแล้ว
บริษัทกำลังลังเล พวกเขาไม่กล้าจ้างใครถ้าไม่ “ใช่” 110%
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “The Great Hesitation”
ไม่ใช่ Great Resignation
ไม่ใช่ Mass Layoff
แต่มันคือยุคที่บริษัท “ชะงัก” ชะลอการจ้าง รอให้เห็นก่อนว่าโลกมันจะไปทางไหน
เลยเกิดภาวะที่ประหลาดสักหน่อย มีตำแหน่งว่างเยอะ แต่คนได้งานกับน้อยลง
เพราะฉะนั้นเราจะรอดได้ต้องเลิกคิดแบบเดิม อย่าคิดว่าทำได้แค่งานที่เคยทำ ให้คิดว่าสิ่งที่คุณรู้ จะโยงเข้ากับ AI ได้ยังไง ไม่ต้องเขียนโมเดลเองก็ได้ แค่เข้าใจว่ามันทำอะไรได้บ้าง และสั่งมันเป็น
ลองทำอะไรใหม่ๆ ทำโปรเจกต์เล็ก ๆ ใช้ AI กับงานของคุณ แล้วใส่มันลงในเรซูเม่ และที่สำคัญอย่าลืมอัปเดตเรซูเม่ให้เหมาะสม เพราะก่อนจะถึง HR คุณต้องผ่านบอตให้ได้ก่อน หาคำที่ตลาดต้องการ ลองสแกน Job Description แล้วใส่คำสำคัญนั้นกลับเข้าไปในโปรไฟล์
บทเรียนของเรื่องนี้คือการตกงานอาจจะไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด แต่คือการคิดว่า ‘เราจะไม่ถูกกระทบ’
ยังทำเหมือนเดิมได้ต่อไปเรื่อยๆ
แต่คนที่รอดไม่ใช่คนเก่งที่สุด แต่คือคนที่พร้อมปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วของโลกการทำงาน
ชอว์นพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาว่า
“ผมไม่คิดว่าเรื่องของผมจะพิเศษอะไร ผมแค่อยู่ในช่วงต้นของกราฟคลื่นมหาวิบัติทางสังคมและเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แล้ว และมันเริ่มต้นจากกลุ่มคนทำงานสายความรู้และสายสร้างสรรค์ มันกำลังจะค่อยๆ ซัดเข้าหาทุกคน...ในเวลาไม่นานนี้”
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

