“เงิน-ความรู้-ความสุข” 3 สิ่งที่ต้องใช้ในการเลือกงาน รวมบทเรียนการเงินของ “วัยเกษียณ” โดย คุณสาธิต บวรสันติสุทธิ์ นักวางแผนการเงิน CFP

คุณคิดว่าตัวเองพร้อมรับมือกับชีวิตหลังเกษียณหรือไม่? ลองจินตนาการว่าวันหนึ่งคุณต้องอยู่โดยไม่มีรายได้ประจำ เงินเก็บที่มีต้องใช้ไปอีกกว่า 20 ปี ในขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพกลับเพิ่มขึ้นทุกปี นี่คือความจริงที่หลายคนไม่ได้เตรียมตัวไว้ล่วงหน้า และเมื่อถึงวันนั้น วิกฤตการเงินที่แท้จริงก็จะเริ่มขึ้น
การวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องของคนใกล้เกษียณเท่านั้น แต่ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไร โอกาสที่จะสร้างความมั่นคงทางการเงินก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น หากยังไม่รู้ว่าจะเริ่มวางแผนอย่างไร ลองมาดูบทเรียนและวิธีคิดจากคุณสาธิต บวรสันติสุทธิ์ นักวางแผนการเงิน CFP ที่เดินทางมาถึงวัยเกษียณแล้ว
จากชีวิตการทำงานเป็นเภสัชรกร สู่การทำอาชีพสายวางแผนการเงิน มีบทเรียนอะไรที่ “วัยทำงาน” ต้องรู้บ้าง มาดูกัน…
1. หลักในการเลือกงาน คือ "เงิน-ความรู้-ความสุข"
ย้อนกลับไปในช่วงที่เรียนเภสัชศาสตร์ คุณสาธิตต้องเรียนหนักมาก พอจบการศึกษาออกมาก็ทำงานเป็นเภสัชกรเลย ซึ่งรายได้ก็ถือว่าดีมาก แต่รู้สึกว่า “มันไม่ใช่” ก็คิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรดี?
สุดท้ายได้ลองพิจารณาจาก 3 เรื่องนี้ เพื่อดูว่าควรจะทำต่อหรือไม่?
1. เงิน - รายได้จากการทำงานที่เพียงพอต่อความต้องการหรือไม่
2. ความรู้ - มีโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองหรือไม่?
3. ความสุข - งานที่เราทำให้ความสุขกับเราหรือไม่?
สำหรับคุณสาธิต งานเภสัชกร แม้รายได้จะดีและได้รับความรู้ แต่เป็นความรู้เฉพาะทางที่ไม่ตรงกับสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ สุดท้ายจึงตัดสินใจเปลี่ยนสายงาน
2. สิ่งที่เสียไปแล้ว "ไม่ต้องเอามาคิด"
เมื่อตัดสินใจเปลี่ยนสายงานจากเภสัชกร คุณสาธิตเคยรู้สึกเสียดายเวลาและความพยายามที่ทุ่มเทไป แต่เขาตระหนักว่า "อย่าเอาสิ่งที่เสียไปแล้วมาตัดสินอนาคต"
หากยังทำงานที่ไม่มีความสุขต่อไป จะยิ่งเพิ่ม "ต้นทุนจม" (Sunk cost) และเหลือเวลาในการทำงานที่ใช่น้อยลง เมื่อคิดได้ เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพสู่วงการการเงินทันที กลายเป็นเภสัชกรคนแรกในรุ่นที่ออกจากวงการยา
3. "แก่-เจ็บ-ตาย" โอกาสเกิดขึ้นมาก และสร้างความเสียหายมาก
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา คุณสาธิตเผชิญวิกฤตหลายครั้ง เช่น วิกฤตต้มยำกุ้งที่เปรียบเหมือนการโดนรถชน มาเร็วและรุนแรง ขณะที่วิกฤตโควิด-19 เปรียบเหมือนมะเร็ง ค่อยๆ เกิดขึ้นและป่วยเรื้อรัง ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารให้ดี
การบริหารความเสี่ยงต้องพิจารณา 2 ปัจจัยสำคัญ:
1. โอกาส - เหตุการณ์มีโอกาสเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด
2. ขนาด - เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ความเสียหายมากน้อยเพียงใด
ในเคสของวิกฤตต้มยำกุ้งและโควิด-19 แม้ความเสียหายรุนแรง แต่โอกาสเกิดน้อย ทำให้อาจไม่ได้บริหารความเสี่ยงมาทางด้านนี้
แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยง คือ เรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากและสร้างความเสียหายมาก นั่นคือ "ความแก่ ความเจ็บ ความตาย" ซึ่งต้องวางแผนการเงินเพื่อรองรับ
4. โควิด-19 น่ากลัวแล้ว "เกษียณ" น่ากลัวกว่าเยอะ
คุณสาธิตเตือนว่า วิกฤตโควิด-19 เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกคนใส่ใจเรื่องการวางแผนเกษียณมากขึ้น ช่วงโควิด-19 หลายคนตกงานเพียง 3 เดือนก็เดือดร้อนแล้ว ลองนึกภาพการเกษียณที่เปรียบเสมือนการ "ตกงาน 20 ปี" และยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านสุขภาพอีกด้วยจะทำอย่างไร?
5. ใช้ "พีระมิดการเงิน" ในการเริ่มวางแผน
“พีระมิดการเงิน” เป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนการเงิน เราต้องเริ่มจากการสร้างเงิน (Wealth Creation) หรือสภาพคล่องก่อน นั่นคือการมีเงินเก็บเป็นเงินสำรองฉุกเฉินก่อน จากนั้นให้ดูเรื่องการทำให้เงินนั้นเติบโต เป็นเรื่องของการลงทุน (Wealth Accumulation)
เมื่อเงินโตแล้ว ก็ต้องหาวิธีในการปกป้องเงิน (Wealth Protection) ที่เราหามาได้ไม่ให้สูญหายไปนั่นก็คือการเริ่มทำประกันรูปแบบต่างๆ ให้ครอบคลุมความเสี่ยงที่เรามี และสุดท้าก็เป็นเรื่องของการวางแผนเพื่อส่งต่อสินทรัพย์ที่เราสร้างขึ้นมา (Wealth Distribution) คือการวางแผนมรดกนั่นเอง
6. อิสรภาพทางการเงิน = อิสระจากภาระทางการเงิน
อิสรภาพทางการเงินหมายถึงการเป็นอิสระจากการทำงานเพื่อหาเงิน สามารถใช้ชีวิตได้ตามที่ต้องการ โดยมีแหล่งเงินที่สร้างรายได้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย ซึ่งมาจากทรัพย์สินที่สะสมไว้ในขั้นตอน Wealth Accumulation
7. ภาระการเงินในอนาคตมีเยอะกว่าที่คิด
โดยเฉพาะภาระด้านการเกษียณ คุณสาธิตยอมรับว่าแม้เขาเองเตรียมเงินเพื่อเกษียณไว้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในวัยเกษียณเพิ่มขึ้นจากเงินเฟ้อและค่ารักษาพยาบาล เมื่อเกษียณ รายได้จะลดลงจาก 100 เหลือ 0 แต่รายจ่ายกลับเพิ่มขึ้น คำแนะนำคือ "ยิ่งออมเร็วเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น ยิ่งออมมากเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น"
ในเรื่องการวางแผนการเงิน คนมักแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่บอกว่า "มาพูดทำไมตอนนี้" กับกลุ่มที่บอกว่า "ทำไมเพิ่งมาพูดตอนนี้" หากคุณอยู่ในกลุ่มแรก แสดงว่าคุณยังมีเวลาวางแผน อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปจนกลายเป็นคนกลุ่มที่สอง ที่ต้องเสียใจภายหลังว่า "รู้งี้วางแผนไปนานแล้ว"
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

