9 บทเรียนอมตะเรื่องเงินจาก The Richest Man in Babylon

9 บทเรียนอมตะเรื่องเงินจาก The Richest Man in Babylon

หลังจากทำงานอยู่ในวงการธนาคารมาเกือบ 10 ปี และล่าสุดดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการร่วมที่ธนาคาร Crédit Agricole ด้วยเงินเดือนมากกว่า 200,000 ปอนด์ต่อปี (ราวๆ 8.5 ล้านบาท) นิชชา ชาห์ (Nischa Shah) ตัดสินใจเดินออกมาจากตำแหน่งงานในองค์กรและหันหน้าเข้าสู่การเป็น YouTuber อย่างเต็มตัวในปี 2021

แม้เงินเดือนจะสูง แต่เธอรู้สึกว่างานในสายอาชีพนี้ไม่ได้ท้าทายหรือเติมเต็มชีวิตของเธออีกต่อไป ชาห์กล่าวว่างานในองค์กรไม่ได้กระตุ้นให้เธออยากทำงานหรือท้าทายอีกต่อไป เธออยากช่วยเหลือคนอื่นมากกว่าแค่ช่วยเหลือองค์กรหรือบริษัทเท่านั้น

นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ชาห์เริ่มสร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลและการพัฒนาตนเองบน YouTube ในเดือนธันวาคม 2021 โดยใช้เวลาถึง 11 เดือนในการสร้างผู้ติดตาม 1,000 คนแรก จนกระทั่งในเดือนมิถุนายน 2022 เธอตัดสินใจทุ่มเทให้กับการสร้างคอนเทนต์อย่างจริงจัง จนประสบความสำเร็จมีผู้ติดตามมากกว่า 1.5 ล้านคนในปัจจุบัน

มีคลิปหนึ่งที่เธอได้ย่อยหนังสือการเงินคลาสสิก ‘The Richest Man in Babylon’ เขียนโดย George S. Clason ที่ถ่ายทอดหลักการบริหารการเงินผ่านเรื่องเล่าอันทรงคุณค่าจากอาณาจักรบาบิโลนโบราณ ออกมาเป็น 9 บทเรียนอมตะเรื่องเงินที่เราสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันของเราได้เป็นอย่างดี (คลิปนี้มีคนดูไปกว่า 5.5 แสนวิว)

โดยชาห์แบ่งบทเรียนออกเป็น 3 หมวด 1) ใช้จ่ายเงิน 2) หาเงิน 3) ดูแลรักษาเงิน

อยากนำมาแชร์ให้ทุกคนอ่านกันครับ

ใช้จ่ายเงิน (Spending Money)

1. จ่ายตัวเองก่อน (Pay Yourself First)

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงบาบิโลน มีเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในดินแดนแห่งนี้ชื่อว่า อาร์กาด (Arkad) บอกว่าเงินส่วนหนึ่งที่เราหามาได้คือส่วนของเราที่ต้องเก็บเอาไว้

หากเราทำงานหาเงินมาเพื่อจ่ายให้กับทุกคนยกเว้นตัวเอง สุดท้ายเราจะเผชิญปัญหาเดือนชนเดือนแบบไม่มีวันจบสิ้น

บทเรียนข้อแรกจากอาร์กาดคือหลักการแรกที่ทรงพลังที่สุด เพราะการออมไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่เป็นการให้ความเคารพต่อคุณค่าของตัวเองและอนาคตของเรา เมื่อเราจ่ายตัวเองก่อน เราไม่ได้แค่สะสมเงิน แต่กำลังสร้างความเชื่อมั่นและอิสรภาพในการเลือกทางเดินชีวิตของเราเอง

เมื่อเราได้เงินมา ชาห์บอกว่าให้แบ่งเงินส่วนหนึ่งให้ตัวเองเอาไว้เลย ตัดเป็นบัญชีอัตโนมัติให้หักไว้สำหรับตัวเอง เริ่มเล็กๆ เท่าที่ไหว แล้วค่อยเพิ่มขึ้นเมื่อรายได้ขยับเพิ่มขึ้นตามประสบการณ์ทำงาน

2. ควบคุมรายจ่าย (Control Your Expenditures)

มนุษย์มีความสามารถในการขยับรายจ่าย ให้เพิ่มขึ้นไปพร้อมๆ กับรายได้ หมายถึงว่ายิ่งรายได้เพิ่มขึ้น รายจ่ายก็เหมือนจะขยับตามขึ้นมาด้วย

สิ่งนี้เรียกว่า Lifestyle Creep

การยกระดับความเป็นอยู่ของเราไม่ใช่เรื่องผิด แต่การขยับค่าใช้จ่ายขึ้นแบบไม่ลืมหูลืมตา จ่ายเพียงเพราะว่าอยากได้อย่างเดียว ไม่คำนึงถึงความจำเป็น อาจจะทำให้การเงินของเรามีปัญหาได้

บทเรียนของอาร์กาดคือให้เราคอยตรวจสอบอยู่เสมอว่าสิ่งที่เราใช้จ่ายไปนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นจริงๆ ไม่ใช่แค่ของที่อยากได้เท่านั้น

3. อย่าลืมมีความสุขกับชีวิต (Enjoy Life While You Can)

แม้หนังสือเล่มนี้จะเน้นหนักไปในเรื่องของการเก็บออม หาเงิน และลงทุน แต่อาร์กาดก็คอยเตือนเสมอว่า “ชีวิตเป็นสิ่งที่สวยงาม ชีวิตนั้นรุ่มรวยและมีสิ่งที่ทำให้มีความสุขมากมาย”

ที่เขาพยายามจะสื่อคือระหว่างทางที่เราทำงาน หาเงิน เก็บเงิน ลงทุน บริหารจัดการเงิน ก็อย่าลืมใช้ชีวิตของเราให้มีความสุขไปด้วยระหว่างทาง เพราะอย่าลืมว่าสุดท้ายแล้วเงินเป็นเพียงเครื่องมือในการเติมเต็มชีวิตที่มีความสุข ไม่ใช่เป้าหมายในตัวมันเอง

หาเงิน (Making Money)

4. ให้เงินของคุณเติบโต (Make Thy Gold Multiply)

การเอาเงินไว้ในบัญชีเฉยๆ แม้จะทำให้รู้สึกปลอดภัย และเป็นก้าวแรกของการบริหารจัดการเงินที่ดี สร้างบัญชีฉุกเฉินให้ตัวเอง แต่ถ้าเงินฉุกเฉินเพียงพอแล้ว การเก็บออมเอาไว้อย่างเดียวเงินตรงนั้นมันไม่เติบโต (หรือก็เติบโตน้อยมากๆ)

เพราะฉะนั้นหากเราต้องการสร้างความมั่งคั่ง อย่าลืมให้เงินของเราไปทำงานด้วยการลงทุน (ซึ่งตรงนี้อย่าลืมว่าต้องไปหาความรู้เพิ่มด้วยนะครับ)

5. วางแผนเพื่อรายได้ในอนาคต (Ensure a Future Income)

ในหนังสือเรื่องนี้มีตัวอย่างของคนเลี้ยงอูฐคนหนึ่งที่ฐานะร่ำรวย แต่เขาไม่เคยเก็บเงินหรือวางแผนเผื่อไว้สำหรับการใช้จ่ายในอนาคตเลย

เมื่อแก่ตัวไป จนไม่สามารถบริหารธุรกิจของตัวเองได้ ความมั่งคั่งก็หายไปในที่สุด

สุดท้ายก็ต้องได้รับการช่วยเหลือจากผู้อื่นเพื่อให้มีชีวิตรอด

บทเรียนจากเรื่องนี้คืออย่าเพียงแค่หาเงินและใช้เงินสำหรับตอนนี้ แต่ต้องเตรียมตัวสำหรับอนาคตที่จะมาถึงด้วย

6. เพิ่มความสามารถในการหาเงิน (Increase Thy Ability to Earn)

ประเด็นนี้สำคัญมากๆ เพราะหลายคนอาจจะรู้สึกว่าวิธีการเดียวที่จะเพิ่มเงินในกระเป๋าคือการทำงานให้หนักขึ้น ยาวนานมากขึ้น แต่ที่จริงแล้วเราสามารถเพิ่มทักษะและความสามารถในการหาเงินในอัตราต่อชั่วโมงที่มากขึ้นด้วย

การลงทุนในตัวเองคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด การเรียนรู้ทักษะใหม่ การพัฒนาความเชี่ยวชาญ และการเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ไม่เพียงเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ แต่ยังทำให้ชีวิตมีความหมายและน่าตื่นเต้นมากขึ้น

ดูแลรักษาเงิน (Protecting Money)

7. ปกป้องทรัพย์สินจากการสูญเสีย (Guard Thy Treasure from Loss)

ความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้มาจากการได้มา แต่มาจากการรักษาไว้ให้ดีด้วย

การลงทุนควรผ่านการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ และต้องเข้าใจว่าการปกป้องสิ่งที่เรามีอยู่สำคัญพอๆ กับการแสวงหาสิ่งใหม่ ความระมัดระวังไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นปัญญาที่จะรักษาสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน

เข้าใจว่าเรากำลังลงทุนกับอะไรและมีความเสี่ยงอะไรบ้าง

8. มองหาคำแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์อันชาญฉลาด (Seek The Counsel of Wise Men)

ความผิดพลาดอย่างหนึ่งของการลงทุนคือการแห่ตามฝูงชนไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่

ชาห์บอกว่าสิ่งที่เราควรทำคือการเรียนรู้จากคนที่มีประสบการณ์ ผ่านร้อนผ่านหนาว และสร้างความมั่งคั่งมาแล้วจะดีกว่า

9. เก็บเกี่ยวความโชคดีจากการลงมือทำ (Cultivate ‘Good Luck’ Through Action)

ชาห์บอกว่า “มันง่ายมากที่เลยที่จะมองว่าคนที่ประสบความสำเร็จก็แค่ ‘โชคดี’ เท่านั้นแหละ” แล้วเราก็ได้แต่โทษคนอื่นว่าตัวเองไม่โชคดีแบบเขาบ้างเลยยังอยู่ที่เดิมอยู่แบบนี้ไม่ไปไหนซะที

แต่ชาห์เสนอว่า ที่จริงแล้ว ‘โชค’ จะเกิดขึ้นเมื่อการเตรียมพร้อม (Preparation) มาพบกับ โอกาส (Opportunity) ซะมากกว่า

คนที่ดูโชคดีคือคนที่ลงมือทำ ลองเสี่ยงแบบคำนวณมาแล้ว คว้าโอกาสที่ผ่านเข้ามา และมีเป้าหมาย

บทเรียนจาก The Richest Man in Babylon ไม่ได้เป็นเพียงคำแนะนำทางการเงิน แต่เป็นปรัชญาการใช้ชีวิตที่สอนให้เราเข้าใจว่าความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้วัดจากจำนวนเงินในบัญชี แต่วัดจากคุณภาพชีวิตและความสุขที่ยั่งยืน การเงินที่ดีไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เราได้ใช้ชีวิตอย่างมีความหมายและสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับโลกใบนี้

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save