ถ้าคอนเทนต์ดี ไม่ต้องเสียเงินยิงโฆษณาสักบาท : เทคนิคการเขียนขายแบบป้ายยาบนโซเชียลจากหนังสือ ‘งานประจำสอนทำธุรกิจ’

ในยุคที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นพื้นที่หลักในการทำธุรกิจ ปัญหาที่หลายคนเจอก็คือ ค่าโฆษณาแพงขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับยอดขายที่ดูเหมือนจะลดลงไม่หยุด หลายคนอาจจะโทษพี่มาร์คที่ปิดกั้นการมองเห็นหรืออะไรก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้น ในฐานะคนทำธุรกิจก็ต้องพยายามหาหนทางที่จะฟันฝ่าเอาชนะอุปสรรคตรงนี้ไปให้ได้
แล้วถ้ามีคนบอกว่าเราสามารถสร้างคอนเทนต์ที่ดีพอที่จะทำยอดขายได้ โดยไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณาสักบาทละ?
คำถามคือ… มันทำได้จริงหรือ?
จากหนังสือยอดฮิตที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียลอย่าง "งานประจำสอนทำธุรกิจ" มีตอนหนึ่งของหนังสือที่ นาฟิส อิสลาม ผู้เขียนและเจ้าของเพจดัง ‘สมองไหล’ ได้อธิบายเทคนิคหนึ่งที่เรียกว่า "การเขียนแบบป้ายยา" เอาไว้อย่างน่าสนใจ
มันเป็นเทคนิคนี้ช่วยให้ผู้คนติดกับดักในการซื้อสินค้าแบบเต็มใจ แถมยังประหยัดค่าโฆษณาได้อีกด้วย
“การเขียนแบบป้ายยา" คืออะไร?
นาฟิสเล่าว่าเทคนิคนี้เปรียบเหมือนการที่คุณพาหลานไปเดินห้าง แล้วรู้ว่าหลานคุณชอบกินมาร์ชแมลโลว์ คุณซื้อมาให้หลานชิม พอหลานเริ่มเพลิดเพลิน คุณก็ดึงมาร์ชแมลโลว์กลับไม่ให้กินต่อ จนหลานอยากได้จนดิ้นไปกับพื้น (ฟังดูใจร้าย แต่ภาพก็ชัดเจนมากๆ)
เทคนิคการเขียนแบบป้ายยาก็ทำในลักษณะเดียวกัน คือ “การสร้างความอยากให้ลูกค้าต้องตัดสินใจซื้อสินค้า”
5 ขั้นตอนการเขียนขายแบบ "ป้ายยา"
1. ค้นหาปัญหาของลูกค้า และกางปัญหานั้นให้เห็นชัดเจน
2. นำลูกค้าไปสู่จุดที่ปัญหาเหมือนจะถูกแก้ไขแล้ว
3. ดึงลูกค้ากลับมาอยู่ในสถานะเดิมอีกครั้ง
4. ยื่นข้อเสนอและกำหนดราคาในใจที่สูงไว้ก่อน
5. เสนอสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าราคาในใจ เพื่อสร้างความรู้สึกคุ้มค่า
ตัวอย่าง
นาฟิสเล่าว่าครั้งหนึ่งเขาใช้เทคนิคนี้ในการขายหนังสือที่เขาเขียนเองได้มากกว่า 1,000 เล่มภายในเวลาแค่ 3 วัน ลูกค้าทักจนแทบไม่ได้หลับได้นอน
โดยเขาเริ่มต้นด้วยประโยคว่า “ถ้าคอนเทนต์ดี ไม่ต้องเสียเงินยิงโฆษณาสักบาท” ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ 1 ขยี้เข้าที่ปัญหาตรงๆ เพราะตอนนี้พ่อค้าแม่ค้าประสบเหมือนกันคือค่าโฆษณาที่แพงขึ้น ยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง
จุดเริ่มต้นของทุกยอดขาย คือคุณต้องเข้าใจปัญหาของลูกค้าให้ชัด แล้วแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าคุณรู้ดีว่าพวกเขากำลังประสบปัญหาอะไรอยู่
ทีนี้เมื่อขยี้ให้เห็นปัญหาแล้ว ก็เริ่มอธิบายถึงวิธีการแก้ไขเบื้องต้น เล่าถึงประเภทของการทำคอนเทนต์ และเทคนิคการทำคอนเทนต์ให้คนแชร์จำนวนมาก ตรงนี้คนอ่านจะรู้สึกเหมือนว่าได้ชิม "มาร์ชแมลโลว์" แล้ว ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ 2
หลังจากนั้นก็ดึงลูกค้ากลับมา เอามาร์ชแมลโลว์คืน (ว๊าาา....) แล้วบอกว่า "ทั้งหมดนี้คือเทคนิคที่สามารถทำให้เราประสบความสำเร็จในการทำเพจได้ แต่ความจริงแล้วมันยังมีวิธีอีกมากมายเลยที่จะทำให้เราสามารถทำคอนเทนต์แบบออร์แกนิกได้ซึ่งผมไม่ได้เก่งตั้งแต่เกิด” นี่เป็นขั้นตอนที่ 3
พอคนเริ่มอยากได้เพิ่ม สิ่งที่เราต้องทำคือหยอดราคาสินค้าที่สูงเอาไว้ก่อน เช่น "วิธีที่ผมไปเรียนมาเพื่อทำคอนเทนต์แบบออร์แกนิกนี้ ผมต้องเสียเงินคอร์สเรียนถึง 8,000 บาทเลยทีเดียว"
ขั้นตอนนี้คือขั้นตอนที่ 4 ทางจิตวิทยาเรียกว่าการ ‘Anchoring’ พฤติกรรมที่คนเรามักปักใจเชื่อยึดติดกับ “ข้อมูลชุดแรก” ความรู้สึกแรก ความคิดแรกที่ได้รับ
สุดท้ายตบจบด้วยขั้นตอนที่ 5 ซึ่งก็คือการนำสินค้าหรือบริการของคุณมาเสนอในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่ลูกค้าคาดไว้มาก ให้รู้สึกคุ้มค่ามากๆ เช่น "แต่ข่าวดีก็คือ วันนี้ผมเอาความรู้จากคอร์ส 8,000 บาท มาอยู่ในหนังสือที่ราคาเพียง 245 บาทเท่านั้น"
และถ้าอยากให้พิเศษขึ้นไปอีก นาฟิสเล่าว่าลองเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้น คือการกำหนดให้สินค้ามีจำนวนจำกัด เช่น "หนังสือเล่มนี้พิมพ์จำนวนจำกัด เหลือเพียง 43 เล่มเท่านั้น" สิ่งนี้จะช่วยให้ลูกค้ารีบตัดสินใจซื้อ เพราะกลัวจะพลาดโอกาสสำคัญ
ข้อควรระวัง: ห้ามเริ่มด้วยการขายตรงๆ
ข้อสำคัญของเทคนิคนี้คือ ห้ามเริ่มต้นด้วยการขายสินค้า โปรโมชั่น หรือส่วนลดทันทีเด็ดขาด เพราะคนทั่วไปมักไม่ชอบคอนเทนต์ที่ชัดเจนว่ากำลังจะขายของ
หากคุณเริ่มด้วยการขาย ลูกค้าจะเลื่อนผ่านทันที วิธีที่ถูกต้องคือต้องเริ่มด้วยปัญหาหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของลูกค้า เพื่อดึงดูดความสนใจตั้งแต่ต้น
หลายคนได้นำเทคนิคนี้ไปใช้ต่างกลับมาบอกเขาว่าช่วยเพิ่มยอดขายได้จริง แถมยังช่วยลดค่าโฆษณาลงได้อีกด้วย เพราะเมื่อคนอ่านรู้สึกว่าคอนเทนต์ของคุณมีประโยชน์ หรือช่วยเสริมภาพลักษณ์ของพวกเขาได้ ก็จะเกิดการแชร์อย่างเป็นธรรมชาติ ส่งผลให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้แบบไม่ต้องพึ่งค่าโฆษณา
สุดท้ายแล้วไม่ว่าคุณจะใช้เทคนิคการเขียนแบบไหนก็ตาม สิ่งที่ลูกค้าจะจำได้คือ "ตัวตน" ของคุณ ดังนั้นคุณควรนำเทคนิคนี้ไปปรับใช้และฝึกฝนให้ชำนาญตามสไตล์ของตัวเองด้วย
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

