“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centre Point” โดยทีมผู้บริหารโรงแรมมืออาชีพอย่าง บริษัท เซนเตอร์ พอยต์ ฮอสพิทอลิตี้ จำกัด (CPH) และบริหารจัดการทรัพย์สินโดย บริษัท คิว.เอช.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (QHI) ในเครือ บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) กับ 4 ทรัพย์สินสุดแกร่งบนทำเล “Super Prime Location ใจกลางเมือง”

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centre Point” โดยทีมผู้บริหารโรงแรมมืออาชีพอย่าง บริษัท เซนเตอร์ พอยต์ ฮอสพิทอลิตี้ จำกัด (CPH) และบริหารจัดการทรัพย์สินโดย บริษัท คิว.เอช.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (QHI) ในเครือ บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) กับ 4 ทรัพย์สินสุดแกร่งบนทำเล “Super Prime Location ใจกลางเมือง”

ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้เศรษฐกิจไทยคึกคัก ถ้าลองไปเดินตามสถานที่ท่องเที่ยวอย่างสยาม ประตูน้ำ หรือโซนกลางเมือง จะเห็นภาพชัดเจนมากว่านักท่องเที่ยวกลับมาคึกคักมากกว่าเดิม จากข้อมูล ณ สิ้นปี 2567 มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยกว่า 36 ล้านคน เริ่มจะใกล้เคียงกับจุดเดิมในช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิดซึ่งมีนักท่องเที่ยวเกือบ 40 ล้านคนแล้ว

และหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับประโยชน์เต็ม ๆ เมื่อการท่องเที่ยวฟื้นตัวกลับมาคึกคักก็คือ ธุรกิจโรงแรม

ในมุมมองของนักลงทุน การจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับธุรกิจโรงแรมได้ ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อหุ้นที่ทำธุรกิจโรงแรมเท่านั้น แต่ยังมีสินทรัพย์อีกกลุ่มหนึ่ง ที่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างสม่ำเสมอระยะยาวในรูปแบบของเงินปันผล นั่นคือ การลงทุนในกอง REIT หรือกองทรัสต์ที่ลงทุนโดยตรงกับโรงแรมเหล่านี้ โดยเฉพาะทรัสต์ที่ชื่อ QHHRREIT หรือชื่อเต็มคือ “ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า ควอลิตี้ เฮ้าส์ โฮเทล แอนด์ เรซิเดนซ์”  ภายใต้แบรนด์ "Centre Point" (เซนเตอร์ พอยต์) โดยทีมผู้บริหารโรงแรมมืออาชีพอย่าง บริษัท เซนเตอร์ พอยต์ ฮอสพิทอลิตี้ จำกัด (CPH) และบริหารจัดการทรัพย์สินโดย บริษัท คิว.เอช.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (QHI) ในเครือ บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารโรงแรมระดับกลางบน (Upper-Midscale Hotel) ทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด

กองทรัสต์ QHHRREIT คือกองทรัสต์ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรมคุณภาพแบรนด์ “Centre Point” ภายใต้การบริหารงานโดยมืออาชีพ ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ทราบว่ามีบริษัทแม่คือ บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (QH) ที่หลายคนจะนึกถึงบ้านหรูและคอนโดระดับไฮเอนด์นั่นเอง

สิ่งที่ทำให้โรงแรมภายใต้ทรัสต์ QHHRREIT โดดเด่นกว่าทรัสต์กองอื่น คือ “ทำเล” โดยทรัพย์สินที่กองทรัสต์นี้เข้าลงทุนนั้นไม่ได้เป็นเพียงโรงแรมทั่วไปหรือตั้งอยู่ตรงไหนก็ได้ แต่โฟกัสไปที่โรงแรมซึ่งอยู่ในทำเล Super Prime Location ที่มีศักยภาพและมีความต้องการเข้าพักต่อเนื่อง ขณะที่อุปทานใหม่ก็เกิดขึ้นได้จำกัด หรือที่เรียกว่าลักษณะ High Demand, Low Supply ซึ่งจะมีความผันผวนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับโรงแรมในทำเลรองหรือในย่านชานเมืองที่ไกลออกมา โดยทรัพย์สินที่ QHHRREIT เข้าลงทุนนั้นมีทั้งสิ้น 4 โครงการ ประกอบด้วย

1. โครงการเซนเตอร์ พอยต์ พลัส ประตูน้ำ (Centre Point Plus Pratunam) ตั้งอยู่ใจกลางย่านประตูน้ำ ศูนย์กลางธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่น และแหล่งช้อปปิ้งระดับโลกอย่าง Central World และ Platinum ฯลฯ จุดหมายของนักช้อปนานาชาติ ได้รับความนิยมจากนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวเข้าพักตลอดทั้งปี

ทำให้ย่านช้อปปิ้งบริเวณนี้ไม่เคยหลับใหล อีกทั้งยังเชื่อมต่อย่านธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งราชประสงค์ ชิดลม สยาม และอโศก ใกล้ BTS พญาไทและราชเทวีและ Airport Rail Linkในระยะเดินเท้าประมาณ 15 นาที ทำให้กลุ่มลูกค้ามีความหลากหลายทั้งนักท่องเที่ยวที่มาช้อปปิ้งและนักธุรกิจที่เดินทางมาเพื่อทำงานย่านนี้

2. โครงการเซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 10 (Centre Point Sukhumvit 10) อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS อโศกและนานาเพียงไม่กี่ก้าว อีกทั้งยังสามารถเดินทางด้วย MRT สถานีสุขุมวิทได้ด้วย เป็นโรงแรมที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์กลางเมืองที่ผสมผสานความสะดวกสบายคู่กับความสงบได้เป็นอย่างดี

3. โครงการเซนเตอร์ พอยต์ พลัส สีลม (Centre Point Plus Silom) ตั้งอยู่บริเวณถนนเจริญกรุง ไม่ไกลจากบริเวณสถานีรถไฟฟ้าตากสิน ท่าเรือสาทร และทางพิเศษ สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมืองได้ง่าย ตัวโรงแรมอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้มีความสะดวกสบายในการเดินทาง และมีเสน่ห์เฉพาะตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี 

4. โครงการเซนเตอร์ พอยต์ ชิดลม (Centre Point Hotel Chidlom) ตั้งอยู่ในย่านหลังสวน-ชิดลม ย่านธุรกิจใจกลางเมือง ใกล้กับถนนสีลม ถนนเพลินจิต ถนนสาทร สวนสาธารณะลุมพินี สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายโดยรถไฟฟ้า BTS สถานีชิดลม ซึ่งจัดว่าเป็นทำเล Super Prime CBD ระดับไฮเอนด์และดูดีที่สุดแห่งหนึ่งในไทย สถานที่โดยรอบมีทั้งสถานทูต ห้างสรรพสินค้า และอาคารสำนักงานระดับเกรด A ทำให้โครงการนี้มีฐานลูกค้าโรงแรมที่มีกำลังซื้อสูงมาก

จุดเด่นที่เป็นไฮไลท์ของกองทรัสต์ QHHRREIT ก็คือ สัดส่วนการลงทุนส่วนใหญ่เป็นกรรมสิทธิ์ (Freehold) ถ้ามูลค่าที่ดินซึ่งโรงแรมตั้งอยู่นั้นมีราคาสูงขึ้น ก็อาจส่งผลให้ราคาของหน่วยทรัสต์เพิ่มสูงได้ในอนาคต ทำให้นักลงทุนมีโอกาสรับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ (Stable Income) จากเงินปันผลต่อเนื่องในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

โดยข่าวล่าสุด ทาง QHHRREIT มีแผนเตรียมลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อ “ต่อสัญญา” ลงทุนในสิทธิการเช่าอาคารในโครงการเซนเตอร์ พอยต์ ชิดลม (Centre Point Hotel Chidlom) เพิ่มอีก 30 ปี “เพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากเงินปันผลของผู้ถือหน่วยทรัสต์อย่างต่อเนื่องในอนาคต” 

การเพิ่มทุนครั้งนี้ถือเป็นการลงทุนเพื่อรักษาทรัพย์สินที่เป็นหนึ่งในทรัพย์สินสำคัญของกองไว้ โดยเฉพาะโรงแรมบนทำเลอย่างชิดลม ซึ่งมีศักยภาพสร้างรายได้ในระยะยาวและทรัพย์สินที่อยู่ในทำเล Super Prime Location ที่มี Supply จำกัด นั้นหาได้ยากมากแล้วในตลาด

นอกจากจุดเด่นในเรื่องทรัพย์สินของกองทรัสต์ที่เป็นโรงแรมในทำเล Super Prime Location ใจกลางกรุงเทพฯ แล้ว กองทรัสต์ QHHRREIT ยังมีจุดเด่นอีก 2 อย่างที่ทำให้กองนี้น่าสนใจเข้าไปอีก

อย่างแรก คือทีมผู้บริหารโรงแรมที่มีประสบการณ์สูงกว่า 30 ปี ในธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์อย่างเครือ Centre Point เพราะหัวใจของธุรกิจโรงแรมคือ “การบริการ” และ “การเข้าใจลูกค้า” สิ่งที่ทีม Centre Point บริหาร ไม่ได้เป็นแค่การเปิดโรงแรมให้คนมาพักแล้วก็ไป  แต่เป็นการทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าทุกเซกเมนต์และการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกลุ่มเพื่อดึงดูดให้คนเข้าพักได้ตลอดทั้งปี แม้จะเป็นในช่วง low season ที่ผ่านมา โครงการของ QHHRREIT มีอัตราเข้าพัก (Occupancy Rate) สูงกว่า 80% เลยทีเดียว

อย่างที่สอง เป็นสิ่งที่เรียกว่า Tourism Tailwind หรือลมส่งจากการท่องเที่ยว หลายคนอาจกังวลปัญหานักท่องเที่ยวจีนที่ลดน้อยลง แต่กลุ่มลูกค้าที่พัก 4 โรงแรมนี้ ไม่ได้มีกลุ่มลูกค้าคนจีนเป็นหลักอย่างเดียว ดังนั้น การที่โรงแรมมีกลุ่มผู้เข้าพักหลากหลายสัญชาติ จึงเป็นข้อดีที่ช่วยกระจายความเสี่ยงในเรื่องการพึ่งพานักท่องเที่ยวกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากไปได้เป็นอย่างดี อีกทั้งตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยก็มากขึ้นเรื่อย ๆ จนใกล้จะถึงระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิดแล้ว

การลงทุนใน QHHRREIT จึงไม่ใช่แค่การซื้อกอง REIT ที่ลงทุนในโรงแรมทั่วไปเท่านั้น แต่มันคือการซื้อ “ทรัพย์สินที่ตั้งอยู่บนทำเล Super Prime Location” ที่นับวันจะหาไม่ได้อีกแล้ว และเป็นการลงทุนที่มี “ทีมผู้บริหารโรงแรมมืออาชีพ” ที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจโรงแรมมากว่า 30 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมาทุกวิกฤต

หากนักลงทุนคนไหนกำลังมองหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนไม่ผันผวนนัก มีเงินเข้ามาประจำ มีโอกาสเติบโตไปกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นหนึ่งในจุดแข็งที่สุดของประเทศไทย และต้องการถือครองสินทรัพย์ในทำเลใจกลางกรุงเทพ QHHRREIT คือทรัสต์คุณภาพที่น่าจับตา เพื่อสร้างความมั่นคงและความมั่งคั่งในระยะยาว

QHHRREIT-and-4-highly-competitive-properties-on-super-prime-location1

บทความนี้เป็น Advertorial

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save