“เสน่ห์ของงานประจำ ในโลกที่ใครๆ ก็อยากเป็นฟรีแลนซ์” พื้นที่เล็กๆ ที่มั่นคง พอให้ยืนหยัด และค่อยๆ ทำสิ่งที่รักได้อย่างไม่หมดไฟ

ในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบ ทุกคนต่างต้องการ "อิสระ" และ "เวลาว่าง" เพื่อใช้ไปทำในสิ่งที่รัก เดินทางไปในที่ที่อยากไป โดยไม่ต้องมีใครตามจี้หรือตรวจงานอยู่ตลอดเวลา อาชีพฟรีแลนซ์จึงเหมือนกลายมาเป็นทางออกสำหรับการทำงานสมัยใหม่
จากผลสำรวจเจน Z จำนวน 10,033 คนจากทั่วโลก ในด้านการวางแผนการทำงาน ของ Fiverr (แพลตฟอร์มหางานสำหรับจ้างงานฟรีแลนซ์) ณ เดือน กุมภาพันธ์ 2567 พบว่า เจน Z ประมาณ 70% เลือกงานอิสระ หรือเตรียมตัวที่จะทำงานอิสระในอนาคต
แต่ในขณะเดียวกัน หนังสือ Steal Like an Artist โดยคุณ ออสติน คลีออน (Austin Kleon) ในบทที่ 9 - ใช้ชีวิตแบบน่าเบื่อ (เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่คุณจะทำงานเสร็จ) กลับบอกว่า
“งานประจำช่วยให้คุณมีเงิน มีสังคม เเละกิจวัตรประจำวัน โดยไม่ต้องเครียดเรื่องเงินก็หมายความว่า คุณมีอิสระในการสร้างสรรค์ผลงาน”
หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่างานประจำให้อิสระในการสร้างสรรค์ ซึ่งฟังดูสวนทางกับเทรนด์ในการทำงานในยุคปัจจุบันที่ทุกคนอยากที่จะทำงานอิสระเป็นอย่างมากเลย
แล้วทำไมเป็นอย่างนั้น?
ในยุคที่ใคร ๆ ก็อยากเป็นฟรีแลนซ์ ทำไมงานประจำยังคงมีเสน่ห์?
คลีออน อธิบายไว้ว่า
“หลายคนโชคดีพอที่จะสามารถทำเงินจากสิ่งที่รักได้ เเต่ก็คงต้องใช้เวลาไม่น้อยเลยกว่าจะถึงจุดนั้นได้
ดังนั้น ระหว่างนี้คุณจำเป็นต้องมีงานประจำ”
แต่ถึงเราจะรู้อย่างนั้น… หลายคนก็เลือกลาออกจากงานประจำด้วยความฝันว่าจะได้ทำสิ่งที่รักอย่างอิสระ แต่เวลาผ่านไป... งานที่เคยใฝ่ฝันก็ยังไม่เริ่ม
อิสระที่เคยฝัน กลับกลายเป็นตัวดูดพลังงานโดยที่ไม่รู้ตัว
เวลาในมือที่เหลือล้น กลับกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของความกระตือรือร้น
ต่างจากตอนมีงานประจำ แม้จะเหนื่อย แต่สุดท้ายก็ยังมีแรงกระตุ้นที่ทำให้ต้องลุกขึ้นมาทำงาน หรือบางคนก็แรงล้นมาทำงานอดิเรกหรืองานฟรีแลนซ์ที่รักได้ เพราะรู้ว่า “เวลามีจำกัด” เหลือไม่มาก เพราะส่วนใหญ่หมดไปกับงานประจำ เลยต้องใช้มันอย่างคุ้มค่า
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่หลายคนซึ่งลาออกมากลางคันเพื่อทำสิ่งที่รัก อาจพบว่า “เวลาที่มีเหลือเฟือ” ไม่ได้ส่งผลดีเสมอไป เพราะเมื่อมีอิสระมากเกินไป มันอาจกลายเป็นดาบสองคม ความเฉื่อยชาเริ่มมาเยือน ความกระตือรือร้นค่อยๆ หายไป และสุดท้าย ก็พาเราเข้าสู่ภาวะหมดไฟโดยไม่รู้ตัว
งานประจำเป็นฝันร้ายของคนมีความฝันจริงหรอ?
สำหรับคลีออนแล้วดูเหมือนว่างานประจำไม่ได้แย่เสมอไป งานประจำเปิดโอกาสในการเดินเส้นทางเดียวกันกับคนทั่วๆไป ได้เรียนรู้จากพวกเขา และยังนำสามารถนำความรู้นำไอเดียไปใช้ในงานอิสระภายหลังได้
เมื่อมีเวลาที่จัดสรรได้จากงานประจำเเล้ว จะยังสามารถทำสิ่งที่เรารักหารายได้จากสิ่งนั้น โดยที่มีกิจวัตรจากงานประจำทำให้ยังมีแรงกระตือรือร้น
5 เสน่ห์ที่หลายคนไม่รู้ของงานประจำ
1. งานประจำช่วยให้มีความมั่นคง มีกิจวัตร ทำให้ไม่ต้องเครียดเรื่องเงิน
2. รายได้ที่เเน่นอนของงานประจำ ทำให้สามารถทำงานอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. สร้างรากฐานที่สำคัญในการบริหารจัดการเงินส่วนบุคคล “วินัยทางการเงิน”
4. สามารถวางแผนเก็บออมและลงทุนได้ง่ายกว่าการแบกรับความเสี่ยงในการลาออกจากงานประจำมาทำฟรีแลนซ์โดยไม่มีแผนการเงินรองรับ
5. ได้นำความรู้ความสามารถที่ได้จากเพื่อนร่วมงาน มาประยุกต์ใช้ในงานอิสระ
3 เคล็ดลับ ทำงานเสริมโดยที่ไม่จำเป็นต้องทิ้งงานประจำ
เคล็ดลับนี้มาจากหนังสือ Steal Like an Artist
1. หางานประจำที่มีรายได้ดี ไม่น่าเบื่อจนเกินไป และหลังจากทำงานประจำเเล้วยังพอมีเวลามีพลังในการทำสิ่งที่รัก อาจเป็นทางออกทำให้งานประจำยังมีสีสัน งานอิสระไม่ได้มีเวลาว่างจนหมดไฟไปซะก่อน
2. ใช้เวลาหลังเลิกงานที่มีอยู่อย่างจำกัด ในการลองผิดลอง แทนที่จะลาออกเพื่อมาลุยฟรีแลนซ์เต็มตัวทันที ให้ลองเริ่มเล็ก ๆ ค่อย ๆ ทำไปหลังเลิกงาน ฝึกสร้างวินัยเเล้วดูว่า เหมาะกับเราจริงๆรึป่าว
3. ใช้ข้อจำกัดด้านเวลาของงานประจำช่วยสร้างแรงกระตุ้น ในการทำงานเสริม(งานอิสระ)ของเรา
มาร์ค คิวบาน (Mark Cuban) มหาเศรษฐีและนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง เคยพูดไว้บนรายการของช่อง Wired
เมื่อมีคนถามเขาว่า “อะไรคือคำแนะนำที่ดีที่สุดของคุณสำหรับคนที่อยากจะลาออกจากงานประจำมาเป็นเจ้าของธุรกิจแบบเต็มเวลา?”
คิวบานบอกว่า “เก็บเงินของตัวเองก่อน อย่าเพิ่งลาออกจากงานถ้าไม่รู้ว่าแม่งกำลังทำอะไรอยู่ เราต่างเคยได้ยินเรื่องราวของคนที่ลาออก เริ่มทำธุรกิจและทำเงินได้มากมาย สิ่งที่เราไม่เคยได้ยินคือเรื่องราวของคนที่ลาออก เริ่มทำธุรกิจแล้วล้มเหลวไม่เป็นท่า จนต้องกลับไปทำงานที่ตัวเองเกลียด”
สำหรับคนที่กำลังคิดจะลาออกจากงานประจำ เพียงเพราะรู้สึกว่ามันมีความเป็นอิสระและจะนำไปสู่งานในฝัน ที่จริงแล้วงานประจำอาจไม่ใช่ศัตรูของอิสระอย่างที่หลายคนคิด เเต่อาจเป็นรากฐานสำคัญในการก้าวไปสู่งานในฝันอย่างมั่นใจ
ใครที่กำลังยืนอยู่ระหว่างทางเเยกนี้ อาจย้อนกลับมามองเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสียก่อนจะรีบตัดสินใจ โดดเข้าไปทำงานอิสระจนลืมมองเห็นเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ของงานประจำ
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

