“เจ็บป่วย” มีสิทธิ์ไหมนะ? รวมสิทธิ์การรักษายามป่วยไข้ของราชการ, เอกชน, คนทำอาชีพอิสระ

เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องที่หนีไม่พ้น โดยเฉพาะเรื่องรักษาพยาบาล ประเทศไทยได้มีการพัฒนาระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลมาอย่างต่อเนื่องตลอดมา ประชาชนคนไทยไม่ว่าจะมีอาชีพหรือไม่ ทุกคนจะได้รับการดูแลด้านการรักษาพยาบาลจากรัฐไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
• หากรับราชการก็มีระบบสวัสดิการ รักษาพยาบาลข้าราชการดูแล
• หากทำงานในภาคเอกชนก็มีระบบประกันสังคมดูแล
• หากไม่ทำงานก็ มีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าดูแล จึงอาจกล่าวได้ว่า “ไม่มีคนไทยคนใดไม่มีสิทธิด้านสวัสดิการ รักษาพยาบาลที่รัฐจัดให้” ทั้งนี้ ประชาชนคนไทยที
ข้าราชการ
สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ
จะได้รับสวัสดิการทั้ง ค่ารักษาพยาบาล ค่าตรวจสุขภาพประจำปี (บุคคลในครอบครัวไม่ได้สิทธิตรวจสุขภาพประจำปี
ผู้มีสิทธิ ได้แก่…
1. ข้าราชการและลูกจ้างประจำซึ่งได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำจากเงินงบประมาณ รายจ่าย งบบุคลากรของกระทรวง ทบวง กรม เว้นแต่ข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจซึ่งอยู่ในระหว่าง รับการศึกษาอบรมในสถานศึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการประจำ
2. ลูกจ้างชาวต่างประเทศซึ่งมีหนังสือสัญญาจ้างที่ได้รับค่าจ้างจากเงินงบประมาณรายจ่าย และสัญญาจ้างนั้นมิได้ระบุเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลไว้
3. ผู้ได้รับบำนาญปกติหรือผู้ได้รับบำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพตามกฎหมายว่าด้วย บ าเหน็จบ านาญข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบ าเหน็จบ านาญข้าราชการ และทหารกองหนุน มีเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินเบี้ยหวัด
รวมถึง “บุคคลในครอบครัว” ก็ได้รับสวัสดิการนี้เช่นกัน “บุคคลในครอบครัว” หมายความว่า
(1) บุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสิทธิซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือบรรลุนิติภาวะแล้วแต่เป็น คนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีสิทธิ แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น ผู้มีสิทธิสามารถนำค่ารักษาพยาบาลของบุตรมาเบิกจ่ายได้เฉพาะ บุตรลำดับที่ 1 – 3 โดยนับเรียงลำดับการเกิดก่อนหลัง
(2) คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสิทธิ
(3) บิดาหรือมารดาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสิทธิ
ผู้มีสิทธิจะมีสิทธิตั้งแต่วันที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง และหมดสิทธิเมื่อเกษียณอายุราชการ ลาออก ถูกไล่ออก หรือเสียชีวิต และกรณีถูกระงับสิทธิเพราะถูกพักราชการ สำหรับบุคคลในครอบครัวของผู้มีสิทธินั้น อิงการเกิดสิทธิ และหมดสิทธิของผู้มีสิทธิ กล่าวคือ เมื่อผู้มีสิทธิเกิดสิทธิ ก็จะมีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครัวไปด้วยพร้อมกัน และเมื่อผู้มี สิทธิหมดสิทธิก็จะไม่มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครัวเช่นเดียวกัน
หมายเหตุ: ข้าราชการส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์กรของรัฐ พนักงาน ราชการจึงมิใช่ผู้มีสิทธิตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2553
พนักงานเอกชน
ประกันสังคม
เป็นสวัสดิการหลักๆที่ทุกคนมีตามกฎหมาย โดยลูกจ้างต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนทุกเดือน ตามเงื่อนไขจึงจะสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลได้ โดยใช้กับโรงพยาบาลที่เลือกสิทธิไว้ กรณีฉุกเฉินเข้าที่ไหนก่อนก็ได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย และสิทธิอื่นๆ เช่น
• เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกกฤติเข้าสถานพยาบาลรัฐและเอกชนที่อยู่ใกล้ (สิทธิ UCEP เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่)
• ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ไม่มีวงเงิน และไม่เสียค่าใช้จ่ายครอบคลุมการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข สร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็น
• การย้ายสถานพยาบาลประจำตัวย้ายได้ปีละ 1 ครั้ง
• ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน ไม่เกิน 900 บาท/ปี
• ค่าห้องและค่าอาหาร ไม่เกิน 700 บาท/วัน
• ได้รับเงินชดเชย กรณีว่างงาน เกษียณ เสียชีวิต
ประกันกลุ่ม (Group Insurance)
หลายบริษัทจะมีสวัสดิการรักษาพยาบาลเพิ่มเติมจากประกันสังคม คือ ประกันกลุ่ม โดยทั่วไปบริษัทจะเป็นผู้ชำระเบี้ยเองทั้งหมด ประกันกลุ่ม คือ ประกันที่บริษัทหรือองค์กรทำให้แก่พนักงานหรือสมาชิกในองค์กร โดยบริษัทจะเป็นผู้ถือกรมธรรม์ ซึ่งถือเป็นสวัสดิการอย่างหนึ่งของพนักงาน โดยความคุ้มครองของประกันกลุ่ม จะแบ่งเป็น
1. การประกันชีวิตกลุ่ม
จะคุ้มครองการเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บทั้งจากในเวลางานและนอกเวลางาน โดยบริษัทจะจ่ายเงินให้กับผู้รับผลประโยชน์ตามทุนประกันที่ทำไว้
2. การประกันอุบัติเหตุกลุ่ม
จะคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะ และคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บเนื่องจากอุบัติเหตุ โดยบริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ตามทุนประกันที่ทำไว้
3. การประกันทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงกลุ่ม
จะคุ้มครองจากการบาดเจ็บทางร่างกายจากอุบัติเหตุโดยตรง รวมถึงการสูญเสียมือ เท้า สายตา หรืออย่างใดอย่างหนึ่งรวมกัน 2 ข้าง บริษัทฯ จะจ่ายเงินทดแทนให้ครั้งเดียว 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
4. การประกันสุขภาพแบบกลุ่ม
จะคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาจากการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย ตามความจำเป็นทางการแพทย์ในฐานะผู้ป่วยในของโรงพยาบาล และ เข้ารับการรักษาตัวเป็นเวลาต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง
กลุ่มอาชีพอิสระ
บัตรทองหรือบัตร30บาท (สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)
คนที่มีสิทธิ…
คนไทยที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ ไม่เป็นผู้ประกันสังคม หรือหมดสิทธิประกันสังคม
บุตรของข้าราชการที่บรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปีขึ้นไป หรือสมรส)
บุตรของข้าราชการคนที่ 4 ขึ้นไป (สิทธิข้าราชการจำกัดการคุ้มครองใช้สิทธิได้สูงสุด 3 คน)
ข้าราชการที่เกษียณอายุก่อนกำหนด และไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ
ผู้มีสิทธิบัตรทอง เมื่อมีอาการเจ็บป่วย นอกจากเข้ารักษาได้ที่สถานพยาบาลประจำตามสิทธิหรือหน่วยบริการในระดับปฐมภูมิได้ทุกแห่งแล้ว ยังเข้ารักษาได้ที่หน่วยบริการเอกชนที่เข้าร่วมในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ทั่วประเทศ ไม่ว่าสิทธิบัตรทองจะอยู่ที่จังหวัดไหน ก็ไปใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้เพียงแค่บัตรประชาชนใบเดียว ปัจจุบันครอบคลุม 45 จังหวัด จะขยายครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศภายในปี 2567
สิทธิบัตรทอง
ไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่มีวงเงิน เพียงลงทะเบียนเลือกหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลประจำตัวแล้วใช้สิทธิได้ทันทีโดยใช้บัตรประชาชนใบเดียว
ใช้กับสถานพยาบาลประจำที่ลงทะเบียนไว้ หรือเจ็บป่วยต่างพื้นที่เข้าสถานพยาบาลปฐมภูมิที่ไหนก็ได้ และยังสามารถเข้ารับบริการสาธารณสุขวิถีใหม่ได้ที่ ร้านยาชุมชนอบอุ่น คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น คลินิกเทคนิคการแพทย์ชุมชนอบอุ่น คลินิกเวชกรรมชุมชนอบอุ่น คลินิกทันตกรรมชุมชนอบอุ่น คลินิกกายภาพบำบัดชุมชนอบอุ่น คลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น
เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติถึงแก่ชีวิต (สีแดง) เข้าสถานพยาบาลรัฐและเอกชนที่อยู่ใกล้ (สิทธิ UCEP เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิทุกที่)
มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย ไม่ว่าสิทธิบัตรทองจะอยู่ที่สถานพยาบาลใด ก็เข้ารับบริการตามรายการนี้ได้
o เจ็บป่วยเล็กน้อย 16 กลุ่มอาการ ปรึกษาเภสัชกรและรับยาที่ร้านยากว่า 1,700 แห่งที่เข้าร่วมได้ทั่วประเทศ
o เจ็บป่วยเล็กน้อย 32 กลุ่มอาการ รับบริการที่คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่นกว่า 1,000 แห่งที่เข้าร่วมได้ทั่วประเทศ
o เจ็บป่วยเบื้องต้น 42 กลุ่มอาการ พบหมอออนไลน์ รอรับยาจัดส่งถึงบ้านได้ ในพื้นที่ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล 5 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร
การย้ายหรือเปลี่ยนสถานพยาบาลประจำตัวทำได้ 4 ครั้งต่อปีงบประมาณ ใช้สิทธิได้ทันทีเมื่อเปลี่ยนแล้ว
สิทธิประโยชน์ครอบคลุมการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข สร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็น
ครอบคลุมค่าอาหารและค่าห้องสามัญเมื่อต้องแอดมิทที่โรงพยาบาล
ได้เพียงสิทธิรักษาฟรี (บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข) ไม่มีเงินชดเชยว่างงาน เกษียณ เสียชีวิต เหมือนประกันสังคม
หมายเหตุ: ผู้ประกันตนมาตรา 40 ใช้สิทธิ ‘บัตรทองหรือบัตร 30 บาท’ รักษาพยาบาล หรือหากได้รับสิทธิเบิกจ่ายตรงจากกรมบัญชีกลาง ก็ยังคงได้รับสิทธิได้ตามปกติ (มาตรา 40 ไม่ได้ให้ความคุ้มครองในเรื่องค่ารักษาพยาบาล แต่ให้เป็นเงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย และกรณีทุพพลภาพ รวมถึงได้รับเงินค่าทำศพ กรณีตาย ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด)
ประกันสุขภาพ
สุดท้าย ไม่ว่าจะประกอบอาชีพในกลุ่มไหน ถ้ารู้สึกว่าความคุ้มครองที่มีอยู่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ หรือต้องการความสะดวกสบายในการรักษาที่เพิ่มมากขึ้น สามารถเลือกทำ “ประกันสุขภาพ” ด้วยตัวเองเพิ่มเติมได้ครับ
เขียนโดย: สาธิต บวรสันติสุทธิ์, นักวางแผนการเงิน CFP
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

