สมบัติไม่ใช่ “กงสี” แต่สมบัติยุคนี้ คือ “การศึกษา” เปิดแนวคิดทางการเงิน “คนจีนยุคใหม่” “หาเงินได้-ต้องใช้เงินเอง-เก่งถึงจะรอด”

สมบัติไม่ใช่ “กงสี” แต่สมบัติยุคนี้ คือ “การศึกษา” เปิดแนวคิดทางการเงิน “คนจีนยุคใหม่” “หาเงินได้-ต้องใช้เงินเอง-เก่งถึงจะรอด”

หากพูดถึงประเทศจีน แม้ในปัจจุบันจะพบเจอกับปัญหาทางเศรษฐกิจอยู่ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ถ้าย้อนกลับไปในอดีตและเทียบกับปัจจุบันถือว่า “จีนมาไกลมาก” เศรษฐกิจมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ประเทศมีระดับการพัฒนาที่อยู่ในระดับสูง

แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมา คือ ความเป็นอยู่ของประชาชนที่เปลี่ยนเปลงไปด้วย ทำให้เกิดเป็นความสงสัยว่า ทุกวันนี้ “คนจีนยุคใหม่” ในช่วงที่ประเทศมีความเจริญขึ้นมาก (แม้จะยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา) กับ “จีนยุคเก่า” มุมมองด้านการเงินหรือการจัดการเงินเปลี่ยนไปอย่างไร สืบเนื่องจาก aomMONEY ได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีนร่วมกับทางธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB จึงได้มีโอกาสสอบถามถึงความสงสัยในประเด็นดังกล่าวจากไกด์สาวชาวจีน(ไม่ระบุนาม) โดยให้ข้อมูลและสามารถสรุปได้ดังนี้

✅ 1. หาเงินได้ = ใช้เพื่อตัวเองก่อน (ใช้แบบมีคุณภาพ)

ภาพจำในสมัยก่อนของ “ชาวจีน” คงหนี้ไม่พ้นภาพของความประหยัด ขยันทำงาน หมั่นเก็บเงิน ต่อยอดทำธุรกิจ เพื่อส่งต่อเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น แต่ปัจจุบันภาพเหล่านี้อาจพบเจอได้บางตา เพราะชาวจีนในประเทศจีนส่วนใหญ่มีแนวคิดว่า “เมื่อหาเงินได้ ต้องใช้เพื่อความสุขตัวเองก่อน” และสิ่งที่ใช้ต้องคุ้มค่า ต้องดี ต้องมีคุณภาพ

ทั้งนี้ หลายๆ คนอาจเห็นว่า จีนทำสินค้าได้ราคาถูกมาก และอาจคิดไปว่า คนจีนจะต้องชอบซื้อของราคาถูกแน่นอน ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ผิด เพราะคนจีนนิยมของมีคุณภาพ แม้ราคาจะสูงก็ยอมจ่าย เพราะในระยะยาวมันคุ้มค่ามากกว่า

✅ 2. ให้เงิน หรือ แจกเงิน = สอนให้คนขี้เกียจ

สำหรับเป้าหมายหลักในการเก็บเงินของชาวจีนที่มีครอบครัวและมีลูก จะไม่ได้เก็บไว้ให้ลูกเพื่อเอาไว้เที่ยว เอาไว้กิน หรือเอาไว้ใช้ชีวิตในด้านต่างๆ แล้ว แตกต่างกับสมัยก่อนที่มีอะไรก็ต้องให้ลูกๆ เท่านั้น เพราะปัจจุบันคนจีนมองว่า “การเก็บเงินเอาไว้ให้ลูก ไม่ค่อยมีประโยชน์ เพราะจะปลูกฝังให้ไม่มีความสามารถ เอาแต่เงินไปใช้ เดี๋ยวก็หมด”

อีกทั้ง ถ้ามองในภาพที่ใหญ่ขึ้นระดับประเทศ จีนเองก็ไม่นิยมนโยบาย “แจกเงินประชาชน” เพราะมองว่าเป็นการส่งเสริมความขี้เกียจ แม้แต่ในช่วงโควิด-19 ก็เน้นช่วยเหลือด้านความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นการแจกอาหารแทน

✅ 3. ให้เงินลูก = ให้เพื่อการศึกษา

ปัจจุบันคนจีนให้ความสำคัญกับการเรียนของลูกมากๆ แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงก็ตาม เพราะมองว่า “การลงทุนในความรู้ของลูก” เพื่อให้ลูกเป็นคนเก่ง มีความสามารถ จะกลายเป็นสมบัติติดตัวที่ใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมด

แต่ก็ยอมรับว่า ทุกวันนี้เด็กๆ ที่จีนเรียนหนักมาก พ่อแม่และผู้ปกครองจึงต้องมองหาและใส่ใจในเรื่องของกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อคลายความเครียดให้กับลูกๆ ด้วย เช่น การเล่นดนตรี การเล่นกีฬา เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีเป็นต้น

✅ 4. สุขภาพดี = สุขภาพเงินทองดี

จากที่กล่าวไปแล้วว่า คนจีนใช้จ่ายโดยเน้นคุณภาพ ที่สำคัญก็ยังเน้นเรื่อง “การใช้จ่ายเพื่อสุขภาพ” ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการใช้เงินเพื่อซื้ออาหารที่มีประโยชน์มารับประทาน การดูแลร่างการให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา เพราะคนจีนเชื่อว่า “สุขภาพดีแล้วเงินทองจะเยอะ” หมายความว่า ถ้าสุขภาพไม่ดี เจ็บป่วยบ่อย ต้องไปรักษาพยาบาล ซึ่งจะตามมาด้วยค่ารักษาที่แพงมากๆ จนอาจทำให้เงินหมดได้ แต่ถ้าสุขภาพดี ก็จะมีแรงที่จะออกไปหาเงินเพื่อต่อยอดได้เรื่อยๆ

✅ 5. กู้เงิน = ต้องใช้คืนในราคาที่แพงกว่า

หากพูดถึงปัญหาทางการเงินของจีนในปัจจุบัน ก็ต้องบอกว่าคล้ายๆ กับคนไทย เพราะต้องเจอกับรายจ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นมาก แต่รายได้เพิ่มขึ้นตามไม่ทัน สิ่งที่ตามมาคือเรื่องของหนี้สิน แม้รัฐบาลยังคงมีการสนับสนุนเรื่องของการกู้อยู่ เพราะเชื่อว่า เมื่อประชาชนกู้ไปแล้วก็จะส่งผลให้เกิดการใช้จ่ายหรือการลงทุนต่างๆ ตามมา ทั้งนี้ต้องบอกว่าสำหรับคนที่กู้ไปค้าขายทำธุรกิจ ก็พอจะมีอยู่บ้าง แต่สำหรับคนจีนบางคนในตอนนี้ คือ กลัวการกู้เงิน เพราะมองว่า ถ้ากู้มาใช้จ่ายเฉยๆ จะไม่เกิดประโยชน์อะไร สุดท้ายก็ต้องคืนในจำนวนที่สูงอยู่ดี

เขียนและเรียบเรียง: วัฒนา มะสันเทียะ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save