‘ตกงาน’ ทำรายได้หดหาย แต่หนี้ที่ต้องจ่ายไม่ได้หายไปด้วย เปิดทางรอดจัดการหนี้สินยามวิกฤติ เมื่อชีวิตต้องตกงานกะทันหัน

‘ตกงาน’ ทำรายได้หดหาย แต่หนี้ที่ต้องจ่ายไม่ได้หายไปด้วย เปิดทางรอดจัดการหนี้สินยามวิกฤติ เมื่อชีวิตต้องตกงานกะทันหัน

ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ ความมั่นคงในหน้าที่การงานกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถการันตีได้อีกต่อไป แม้แต่องค์กรใหญ่ที่ดูมั่นคง ก็อาจต้องเผชิญกับการปรับลดพนักงานหรือปิดกิจการลงอย่างไม่คาดฝัน ส่งผลให้พนักงานจำนวนมากต้องเผชิญกับสถานการณ์ตกงานกะทันหัน ในขณะที่ภาระหนี้สินยังคงเป็นรายจ่ายประจำที่ยังคงอยู่เหมือนเดิม

การตกงานแบบกะทันหันมักสร้างผลกระทบต่อสภาพจิตใจและการเงินส่วนตัวอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีภาระหนี้สินที่ต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นหนี้บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต หรือหนี้ส่วนบุคคลต่างๆ ซึ่งการขาดรายได้กะทันหันอาจนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งจะยิ่งสร้างปัญหาซ้ำเติมในระยะยาว ทั้งการถูกคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระ การเสียประวัติเครดิต ไปจนถึงการถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้

อย่างไรก็ตาม ในทุกวิกฤติย่อมมีทางออก เพราะลูกหนี้ส่อแววว่าจะไม่สามารถชำระหนี้ได้เหมือนอย่างเคย สามารถขอ “ปรับโครงสร้างหนี้” กับสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ได้ โดยการปรับโครงสร้างหนี้ ก็คือ การเจรจาเพื่อเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการชำระหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของเราที่เปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง โดยมีแนวทางหลักๆ ดังนี้

✅ [ 1 ] การขอลดอัตราดอกเบี้ย

เป็นวิธีการที่เหมาะสำหรับผู้ที่ตกงาน แต่ยังพอมีรายได้เสริมจากทางอื่นบ้าง และต้องการลดภาระการผ่อนชำระในแต่ละเดือนลง โดยทั่วไปสถาบันการเงินจะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยให้เป็นระยะเวลา 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน วิธีนี้จะช่วยให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลง เหมาะสำหรับผู้ที่คาดว่าจะสามารถหางานใหม่ได้ในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน

ข้อดีของการขอลดดอกเบี้ยคือ ไม่กระทบต่อระยะเวลาการผ่อนชำระโดยรวม และยังคงสามารถทยอยชำระหนี้ที่เป็นเงินต้นได้ตามปกติ ทำให้ภาระหนี้ไม่พอกพูนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม เราควรประเมินสถานการณ์ของตนเองอย่างรอบคอบว่าจะสามารถกลับมาจ่ายดอกเบี้ยในอัตราปกติได้หรือไม่เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับการลดดอกเบี้ย

✅ [ 2 ] การขอพักชำระเงินต้น

สำหรับผู้ที่มีรายได้ลดลงอย่างมากจากการตกงาน การขอพักชำระเงินต้นอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะวิธีนี้จะช่วยให้เราจ่ายเฉพาะส่วนที่เป็นดอกเบี้ยเท่านั้น โดยไม่ต้องจ่ายเงินต้นเป็นระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือน แล้วแต่สถาบันการเงินจะกำหนด ทำให้ภาระการผ่อนต่อเดือนลดลงอย่างมาก

การพักชำระเงินต้นเหมาะสำหรับผู้ที่มั่นใจว่าจะสามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน แต่ต้องคำนึงว่าหลังจากครบกำหนดระยะเวลาพักชำระเงินต้น ผู้กู้จะต้องกลับมาจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยตามปกติ และอาจต้องชดเชยเงินต้นที่พักชำระไว้ด้วย

✅ [ 3 ] การขอพักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ตกงานและกำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ไม่มีรายได้เลย หรือมีรายได้น้อยมากจนไม่สามารถชำระหนี้ได้เลย การพักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยจะช่วยให้เรามีเวลาในการหางานใหม่หรือหาแหล่งรายได้อื่นๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชำระหนี้ในช่วง 3-6 เดือน

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจทำให้ภาระหนี้ในระยะยาวเพิ่มขึ้น เนื่องจากดอกเบี้ยยังคงเดินอยู่ตลอดเวลาในช่วงที่พักชำระหนี้ และเมื่อครบกำหนดพักชำระแล้ว จะต้องจ่ายคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยในช่วงที่พักไปด้วย ดังนั้น ผู้ที่ขอปรับโครงสร้างหนี้ด้วยวิธีนี้ควรใช้ช่วงเวลานี้ในการวางแผนการเงินและหาแหล่งรายได้ใหม่อย่างจริงจัง

✅ [ 4 ] การขอขยายระยะเวลาชำระหนี้

สำหรับผู้ที่ยังพอมีรายได้บ้าง แต่ไม่เพียงพอที่จะจ่ายค่างวดในจำนวนเดิม การขอขยายระยะเวลาชำระหนี้อาจเป็นทางออกที่เหมาะสม เพราะวิธีนี้จะช่วยลดยอดผ่อนต่อเดือนลงได้ โดยการกระจายการชำระหนี้ให้ยาวนานขึ้นนั่นเอง

ข้อควรระวังคือ การขยายระยะเวลาชำระหนี้จะทำให้เราต้องจ่ายดอกเบี้ยรวมมากขึ้นในระยะยาว แต่หากเทียบกับความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้และถูกฟ้องร้อง วิธีนี้ก็ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า

✅ [ 5 ] การขอเปลี่ยนประเภทหนี้

สำหรับผู้ที่มีหนี้หลายประเภท โดยเฉพาะหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง เช่น หนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคล การขอเปลี่ยนประเภทหนี้เป็นสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า เช่น สินเชื่อแบบมีกำหนดระยะเวลา (Term Loan) จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยลงได้

วิธีนี้จะช่วยให้ผู้กู้มีแผนการชำระหนี้ที่ชัดเจน มีกำหนดเวลาสิ้นสุดที่แน่นอน และมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ทำให้การบริหารจัดการหนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับผู้ที่ต้องการขอปรับโครงสร้างหนี้ สามารถติดต่อขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้จากสถาบันการเงินหรือธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้ของเราได้ หรือหากใครที่มีหนี้สินอยู่หลายแห่ง และมีปัญหาไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร สามารถขอคำปรึกษาได้ที่ คลินิกแก้หนี้ by SAM โทร.1443

สุดท้ายนี้ ต้องยอมรับว่าการตกงานอาจเป็นเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม แต่วิธีการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่เราสามารถเลือกได้ การรีบดำเนินการขอปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหาการเงินลุกลามจนกระทบต่อชีวิตด้านอื่นๆ และเปิดโอกาสให้เราสามารถฟื้นตัวจากวิกฤติได้เร็วขึ้น

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save