วัยทำงานกว่า 1 ใน 3 มีอาชีพเสริม แต่ทำไมรายได้เสริมของแต่ละคนถึงต่างกันลิบลับ คำตอบอยู่ที่ Emotional Intelligence ผู้เชี่ยวชาญชี้ชัดอยากทำงานเสริมได้ดีต้องบริหารอารมณ์ได้ดี

วัยทำงานกว่า 1 ใน 3 มีอาชีพเสริม แต่ทำไมรายได้เสริมของแต่ละคนถึงต่างกันลิบลับ คำตอบอยู่ที่ Emotional Intelligence ผู้เชี่ยวชาญชี้ชัดอยากทำงานเสริมได้ดีต้องบริหารอารมณ์ได้ดี

วัยทำงานในสหรัฐอเมริกามากกว่า 1 ใน 3 มีอาชีพเสริม (side hustle) และสิ่งที่น่าสนใจคือ กลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จและสร้างรายได้สูงสุดมีจุดร่วมกันอย่างหนึ่ง นั่นคือ “การมีความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) ในระดับสูง”

ข้อมูลนี้มาจากไคล์ เอ็ม.เค. (Kyle M.K.) ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลให้กับเว็บไซต์หางาน Indeed และผู้เขียนหนังสือ "The Economics of Emotion" ที่ตีพิมพ์ในปี 2019

ไคล์ กล่าวว่า "งานธุรกิจเสริมส่วนใหญ่ต้องใช้ความฉลาดทางอารมณ์อย่างมาก" โดยก่อนที่เขาจะมาร่วมงานกับ Indeed นั้น เขาเคยบริหารบริษัทที่ปรึกษาด้านประสบการณ์ลูกค้าชื่อ The Heart Company ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส เป็นเวลา 8 ปี

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า "เพราะทุกธุรกิจล้วนประกอบไปด้วยคน และให้บริการกับคน ดังนั้นหากเราไม่สามารถเข้าใจผู้อื่นและเข้าใจตัวเองได้อย่างลึกซึ้ง มันจะยากมากที่จะประสบความสำเร็จในงานที่เราตั้งใจจะทำ"

ไคล์ อธิบายว่า ความฉลาดทางอารมณ์ หรือที่เรียกกันว่า EQ (Emotional Quotient) เป็นทักษะที่มีความสำคัญอย่างมากในการพัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจและการทำงานที่ต้องติดต่อกับลูกค้าโดยตรง

เขาให้ข้อสังเกตว่า ยิ่งคุณเข้าใจความต้องการที่แท้จริงในชีวิตของผู้อื่นมากเท่าไร คุณก็จะยิ่งสามารถพัฒนาสินค้าหรือบริการให้ตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้พวกเขาได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น สิ่งสำคัญคือการมองกลุ่มเป้าหมายในฐานะมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ ไม่ใช่แค่ตัวเลขทางสถิติ วิธีนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรมการซื้อ ความเต็มใจจ่าย และความต้องการอื่นๆ ของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น:

- ถ้าคุณเป็นสตรีมเมอร์บน Tiktok คุณก็จำเป็นต้องสร้างความผูกพันกับผู้ชม
- ถ้าคุณผู้ขายบน Shopee หรือ Lazada คุณก็ต้องให้เข้าใจความต้องการซื้อของลูกค้า
- ถ้าคุณเป็นไรเดอร์คุณก็ต้องสามารถประเมินและปรับตัวให้ผู้โดยสารรู้สึกว่าคุณให้บริการที่แตกต่างได้

ดังนั้น ไคล์จึงสรุปว่า ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ หากคุณทุ่มเทในการสร้างประสบการณ์ทางอารมณ์ที่ดีให้กับลูกค้า พวกเขาจะกลับมาใช้บริการซ้ำอย่างแน่นอน "ผมเชื่อว่าความฉลาดทางอารมณ์จะเป็นเสาหลักสำคัญของการทำงานในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่ AI เข้ามารับผิดชอบงานด้านปฏิบัติการมากขึ้น"

วิธีการพัฒนาทักษะ EQ ของคุณ

การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์นั้นไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจเสริมเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีในหลายด้าน ตามที่ Emma Seppälä (เอ็มม่า เซปปาล่า) นักจิตวิทยาและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้ให้สัมภาษณ์กับ CNBC Make It ไว้ว่าการมี EQ มีข้อดีหลายประการทั้ง การเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ การสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับผู้อื่น และนำไปสู่ความรู้สึกเติมเต็มในชีวิตที่มากขึ้น

เช่นเดียวกับ แคลร์ ฮิวจ์ จอห์นสัน (Claire Hughes Johnson) อดีตรองประธานของ Google ก็เคยให้ความเห็นในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ว่าการตระหนักรู้ในตนเอง (self-awareness) เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับความสำเร็จในการทำงาน และการรักษาความสัมพันธ์กับผู้อื่น

ตามคำแนะนำของเขา เขาแนะนำกลยุทธ์ 3 ขั้นตอนในการพัฒนาการตระหนักรู้ในตนเอง

1. จดบันทึกค่านิยมและสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณ

  • ระบุสิ่งที่คุณให้คุณค่า
  • บันทึกแนวคิดที่ทำให้คุณรู้สึกมีพลัง

2. วิเคราะห์ว่าค่านิยมเหล่านี้ส่งผลต่อตัวคุณอย่างไร

  • พิจารณาว่าค่านิยมเหล่านี้ช่วยพัฒนาทักษะของคุณอย่างไร
  • มองหาจุดที่อาจเป็นข้อจำกัดหรือข้อบกพร่อง

3. หากเกิดความไม่แน่ใจ

  • ขอความคิดเห็นจากเพื่อนที่ไว้ใจได้
  • รับฟังคำติชมจากคนใกล้ชิดที่จริงใจ

การพัฒนา EQ ไม่ใช่แค่เรื่องของพัฒนาตัวเอง แต่ยังเป็น ‘อาวุธลับ’ ที่จะช่วยให้การทำงานเสริมของคุณเติบโตไปพร้อมกัน ยิ่งคุณเข้าใจอารมณ์ของตัวเองและลูกค้าได้ดีเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะทำให้การหารายได้เสริมของคุณเติบโตยิ่งขึ้นในอนาคต!

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save