เลิกวิ่งตามโลก โบกมือลาชีวิตเดือนชนเดือน ชีวิตเรียบง่าย เงินเหลือเก็บด้วยวิถีการใช้ชีวิตแบบ “Minimalist Lifestyle”

ในโลกที่เต็มไปด้วยการบริโภค สังคมและโฆษณาต่างกระตุ้นให้เรา “มีมากขึ้น” “ใช้จ่ายมากขึ้น” และ “ทำมากขึ้น” การหยุดวิ่งตามคนอื่น โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ ถือเป็นทักษะที่สำคัญมาก หากเราต้องการบรรลุเป้าหมายทางการเงินของเราในอนาคต
คุณกวี ชูกิจเกษม นักลงทุนสาย VI ชื่อดังของไทยกล่าวไว้ว่า
“เศรษฐกิจในปัจจุบันเก่งในสามเรื่อง: การสร้างความมั่งคั่ง, การโชว์ความมั่งคั่ง และการทำให้เราอิจฉาความมั่งคั่งของคนอื่นอย่างรุนแรง”
เมื่อเรารู้สึกอิจฉาความมั่งคั่งของคนอื่น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนอื่น แต่อยู่ที่เรา ที่มักจะรู้สึกขาดอยู่ตลอดเวลา หามาเท่าไหร่ก็ไม่พอ ใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน
แล้วเราจะหยุดวิ่งตามสังคมอย่างไร?
การใช้ชีวิตแบบมินิมัลลิสต์ (Minimalist Lifestyle) อาจเป็นคำตอบ การใช้ชีวิตแบบนี้เน้นใช้จ่ายเฉพาะสิ่งที่จำเป็นและลดสิ่งที่ไม่สำคัญออกไป เพื่อสร้างพื้นที่ให้กับสิ่งที่มีค่าจริงๆ
ไม่ใช่การตัดทางโลกทุกอย่างจนไม่เหลืออะไรเลย จนตัวเองต้องทรมาน แบบที่คนเข้าใจผิดๆ กัน
มันคือการคัดเลือกและเข้าใจว่าสิ่งไหนสำคัญที่สุดสำหรับเรา สิ่งไหนที่เหมาะกับเรา สอดคล้องกับค่านิยมของคุณ และที่สำคัญไม่ลำบากกระเป๋าตังค์ นำไปสู่อิสรภาพจากการแข่งขันทางสังคม เลิกวิ่งตามคนอื่น เป็นความมั่งคั่งที่เติมเต็ม ความสุขแบบเรียบง่าย น้อยแต่มากได้อย่างแท้จริง
จอห์น แรมป์ตัน (John Rampton) ผู้ประกอบการและนักลงทุนและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ให้ความรู้เกี่ยวกับการเงิน ‘Due’ บอกว่า :
“ความมั่งคั่งที่แท้จริงคือการมีชีวิตที่สมบูรณ์ ไม่ใช่การสะสมทรัพย์สิน มันคือการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ ความสัมพันธ์ และการเติบโตส่วนตัวมากกว่าสิ่งของ”
นิยามความมั่งคั่งใหม่
สังคมมักเชื่อมโยงคำว่าความมั่งคั่งและความสำเร็จกับการมีมากขึ้น—เงินมากขึ้น ทรัพย์สินมากขึ้น บ้านที่ใหญ่กว่า รถที่หรูหราราคาแพง
แต่อย่างไรก็ตาม การเงินแบบมินิมัลลิสต์คือคือความมั่งคั่งที่แท้จริงคือการมีเพียงพอที่จะใช้ชีวิตอย่างสบายและไล่ตามความหลงใหล (passion) ของคุณ มากกว่าการสะสมวัตถุ มันเกี่ยวกับการค้นพบความสุขในประสบการณ์ ความสัมพันธ์ และการเติบโตส่วนบุคคล
รวมไปถึงการใช้ชีวิตอย่างมีสติและความสอดคล้องกับคุณค่าในตัวคุณด้วย
การเปลี่ยนมุมมองเรื่องนี้ช่วยให้คุณหลุดพ้นจากวงจรของการบริโภคนิยม เมื่อหยุดไล่ตามอุปกรณ์ไอทีใหม่ๆ และเสื้อผ้าแฟชันที่กำลังเป็นที่นิยม คุณจะตระหนักว่าความสุขไม่ได้มาจากสิ่งของ คุณสามารถใช้เงินของคุณอย่างมีสติสำหรับสิ่งที่สำคัญจริงๆ
ข้อดีของการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย
ใครที่เคยย้ายบ้านน่าจะรู้ดีว่าเรามีของมากมายที่เราไม่ค่อยได้ใช้ และการมีของเยอะๆ ไม่เพียงแต่ทำให้บ้านรก ยังสร้างภาระทางการเงิน ทั้งในเรื่องการซ่อมแซม ดูแลรักษา หรือแม้แต่การเก็บรักษา การลดขนาดการใช้ชีวิต (downsizing) ช่วยให้เราเข้าใจสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขจริงๆ และใช้เงินกับสิ่งเหล่านั้น
เมื่อเราจ่ายน้อยลง เพราะไม่ต้องตามเทรนด์เสื้อผ้าหรือของใหม่ๆ เราจะมีเงินเหลือเก็บมากขึ้น ใช้เป็นเงินฉุกเฉิน ลงทุน หรือสะสมเพื่อเป้าหมายในอนาคต เช่น การซื้อบ้าน หนี้สินก็จะลดลง เพราะเราซื้อของน้อยลงและมีการวางแผนการใช้เงินมากขึ้น
ลงมือทำ
ความเรียบง่าย ไม่ใช่ ความอดอยาก การมีน้อย ไม่ได้หมายความว่าชีวิตไม่มีความสุขหรือต้องทนทุกข์ทรมาน นี่คือจุดที่ต้องย้ำกันอีกครั้ง
ของที่เราไม่ได้ใช้แล้ว หรือไม่ได้ทำให้มีความสุข ไม่ได้มีความทรงจำอะไรที่มีคุณค่า เมื่อได้จับ นึกถึง หรือมีสิ่งนั้นอยู่ใกล้ๆ ถ้าจะใช้คำของคุณ มาริเอะ คนโดะ ผู้เขียน “ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว” ก็คงบอกว่าอันไหนมันไม่สปาร์คจอย ‘spark joy’ ก็ส่งต่อให้คนอื่นหรือจะขายก็ได้
เริ่มจากโซนเล็กๆ (อย่าคิดว่าต้องทำวันเดียวเสร็จทั้งบ้าน) ตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ โต๊ะทำงาน ห้องนั่งเล่น ของเล่นลูก โต๊ะกินข้าว ฯลฯ ทำทีละส่วนไปเรื่อยๆ อาจจะขอให้คนในบ้านมาช่วยกันเป็นโปรเจกต์จัดบ้านก็ได้
ลองทำบัญชีรายรับรายจ่ายดูจะช่วยได้เยอะมาก รู้ว่าเงินเข้าเงินออกที่ไหน ตรงไหนลดได้บ้าง มีสมาชิกอันไหนที่จ่ายทุกเดือนแต่ไม่ได้ใช้เลยก็ยกเลิกไป ห่อข้าวเที่ยงไปทานที่ทำงานได้ไหมถ้ามีอาหารเย็นที่เหลือจากเมื่อวาน อาจจะดูไม่มาก แต่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ช่วยได้เยอะเลย
ก่อนจะซื้ออะไรลองทำการค้นคว้าหาข้อมูลให้ดี หลีกเลี่ยงหลุมพรางของโฆษณาของการจับจ่ายตามอารมณ์
คิดทบทวนดูว่าเราจำเป็นต้องมีสิ่งนี้จริงๆ ไหม หรือแค่อยากได้ เราจะใช้มันคุ้มค่าจริงๆ รึเปล่า เงินตรงนี้สามารถเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างอื่นที่จะนำความสุขมาให้กับชีวิตเรามากขึ้นได้ไหม (เช่นซื้อประสบการณ์ เอาไปเดินทางกับคนรักหรือครอบครัว หรืองานอดิเรกที่ทำให้คุณมีความสุขจริงๆ)
การลดขนาดของชีวิตลงและใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบมินิมัลลิสต์ช่วยลดความเครียดในชีวิตลง เพราะนอกจากจะไม่ต้องมีของรกเต็มบ้านให้ต้องคอยทำความสะอาดและจัดแจงอยู่เสมอแล้ว ยังไม่ต้องคอยอิจฉาสิ่งที่คนอื่นๆ มี คอยกังวลว่าเรายังไม่สำเร็จไม่มีเหมือนคนอื่นจนเกิดเป็นความเครียด กดดัน ซึ่งอาจจะนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ด้วย
แล้วเราจะหยุดซื้อได้ยังไง?
แรมป์ตัน แนะนำ 3 วิธี
1) ถามตัวเองครับว่าอยากได้หรือจำเป็น? และใช้กฎของการ ‘รอ’ เข้ามาช่วย
เช่น รออาทิตย์หนึ่ง เดือนหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจซื้อจริงๆ ส่วนใหญ่แล้วความต้องการมันจะหายไปเอง
2) ลองใช้ ‘กฎหนึ่งปี’
ถามตัวเองครับว่าปีที่ผ่านมาเคยใช้ของที่คล้ายๆ กันไหม ถ้าไม่ค่อยได้ใช้เลย งั้นก็แสดงว่าก็คงจะไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น
3) ท้าทายตัวเองด้วยการตั้งเป้าหมายการใช้เงิน
อาจจะตั้งเป้าว่าอาทิตย์นี้จะไม่ใช้เงินซื้อของฟุ่มเฟือยเลย ถ้าทำได้ก็ลองยืดไปเดือนหนึ่ง หรือสามเดือน หรือหนึ่งปี
“มันสำคัญมากที่จะต้องจำเอาไว้ว่าการลดขนาดของชีวิตลงนั้นเป็นประสบการณ์ส่วนตัว” แรมป์ตันอธิบาย “ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นใคร อะไรที่ทำแล้วเวิร์กสำหรับคุณก็อาจจะไม่เวิร์กสำหรับคนอื่น ไม่ว่ายังไงก็ตามมันสำคัญมากที่จะหาสมดุลที่ทำให้คุณใช้ชีวิตที่สบายและให้ความสำคัญกับสุขภาพการเงินของคุณด้วย”
ใครที่อยากโบกมือลาชีวิตการใช้เงินแบบเดือนชนเดือน เลิกวิ่งไล่ตามคนอื่น มีชีวิตเรียบง่าย สบายใจ ที่สำคัญมีเงินเหลือเก็บด้วย วิถีการใช้ชีวิตแบบ “Minimalist Lifestyle" อาจจะเหมาะกับคุณก็ได้นะครับ![]()
======================
อย่าพลาดโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีขึ้น!
เตรียมพบกับ Make Rich Expo มหกรรมการลงทุนแห่งชาติ ที่จะพาคุณก้าวเข้าสู่โลกของการลงทุนที่ทันสมัยและเข้าใจง่ายกว่าที่เคย! ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดลงทุน หรือผู้ที่มีประสบการณ์ เรามีทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคต
เข้าร่วมงานฟรี!!
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ ที่ https://bit.ly/4cKxqet
แล้วพบกันวันที่ 2 - 3 November 2024 เวลา 10.00 - 19.00 น. ณ Paragon Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้า Siam Paragon
========================
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

