“ได้เงิน 10 ล้าน กับเงิน เดือนละ 1 แสน ผมเลือกแบบหลัง” บทเรียนการเงินจากชีวิตที่เคยลำบาก จนเห็นความต่างของคำว่า ‘มั่งคั่งและร่ำรวย’ โดย ออฟโรด กันตภณ จินดาทวีผล

“ได้เงิน 10 ล้าน กับเงิน เดือนละ 1 แสน ผมเลือกแบบหลัง” บทเรียนการเงินจากชีวิตที่เคยลำบาก จนเห็นความต่างของคำว่า ‘มั่งคั่งและร่ำรวย’ โดย ออฟโรด กันตภณ จินดาทวีผล

ในรายการ ลงทุน Young EP.6 คุณออฟโรดได้แบ่งปันประสบการณ์ชีวิต มุมมองด้านการเงิน และแนวคิดการลงทุนที่สะท้อนถึงการเดินทางจากจุดเริ่มต้นที่ไม่ง่ายนัก ไปสู่เป้าหมายทางการเงินที่มั่นคงและยั่งยืน

จากบ้านที่เคย “มี” สู่วันที่ “ไม่มีอะไรเลย”

“บ้านผมเคยมีฐานะที่ดีมาก วันหนึ่งล้มไม่เหลืออะไรเลย อยากกินอะไรก็ไม่ได้กิน อยากซื้ออะไรก็ไม่ได้ซื้อ”
– คุณออฟโรดกล่าว

คุณออฟโรดเติบโตมาในครอบครัวที่เคยมีฐานะที่ดีแต่วันหนึ่งกลับไม่ได้ดีอย่างเคย ทำให้ได้เห็นความไม่แน่นอนของเงินและผลกระทบว่าการไม่มีเงินมันเป็นอย่างไร

จุดเริ่มต้นของความรู้ทางการเงิน

ความอยากรู้และความใส่ใจด้านการเงิน ทำให้เขาเลือกเรียนในสาขาการเงิน ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญในการบริหารเงินส่วนตัวอย่างมีระบบ ไม่ใช่เพียงเพื่อ “รวย” แต่เพื่อ “มั่งคั่งอย่างยั่งยืน”

ความมั่งคั่ง และ ความร่ำรวย

“ถ้าเลือกได้ระหว่างเงิน 10 ล้าน กับเงินเดือนละ 1 แสน ผมเลือกแบบหลัง”

เพราะสำหรับเขา ความร่ำรวยอาจหายไปได้ แต่ความมั่งคั่งคือความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่ต่อเนื่องและมั่นคง

"เงิน 10 ล้านอาจหมดไปได้ในวันหนึ่ง แต่ถ้าเรามีเงิน 1 แสนเข้าทุกเดือน มันคือกระแสเงินสดที่สร้างได้ยาวนาน และนั่นแหละคือ ความมั่งคั่งที่ควรให้ความสำคัญ"

วินัยทางการเงิน การทำรายรับ รายจ่าย และการออม

หนึ่งในนิสัยที่ทำให้เขาไปถึงเป้าหมายคือ “วินัย” คุณออฟโรดมีวินัยในการออมเงินสูงมาก เงินเข้า 100% ออมไปแล้ว 80% ส่วนอีก 20% เป็นการใช้จ่ายที่จำเป็นและไม่ซื้อของที่สิ้นเปลือง สิ่งที่ใช้จ่ายส่วนใหญ่คือการแบ่งปัน และการได้มีเวลาไปใช้กับครอบครัว

เงินสำรองฉุกเฉินสำคัญ

ด้วยความยากลำบากในวัยเด็กและผ่านช่วงโควิด 19 มาทำให้เห็นความไม่แน่นอนในชีวิตจึงให้ความสำคัญ กับการมีเงินสำรองฉุกเฉินถึง 1 ปี โดยคุณออฟโรดให้วิธีคิดการหาเงินสำรองฉุกเฉิน คือ

“fix cost + variable cost = ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน” เมื่อได้ค่าเฉลี่ยต่อเดือนแล้วอยากให้เป็นกี่เท่าของเดือนก็คูณจำนวนเดือน ซึ่งจำนวนเงินของแต่ละคนในการมีเงินสำรองฉุกเฉินก็ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับการใช้จ่ายของแต่ละคน

สมการการสร้างความมั่งคั่ง และ การบริหารหนี้

สมการการสร้างความมั่งคั่งประกอบไปด้วย 3 อย่าง คือ เงินต้น / ผลตอบแทน / ระยะเวลา

“ถ้าอยากสร้างความมั่งคั่ง เราต้องหาเงินต้นให้ได้มากที่สุด และสร้างผลตอบแทนให้ได้เยอะๆ แต่สิ่งที่ยากที่สุด คือ เวลา เพราะมันไม่สามารถย้อนกลับมาได้”

คุณออฟโรดให้ความสำคัญกับเรื่องของเวลามาก เพราะมันสามารถที่จะสร้างผลตอบแทนแบบทบต้นได้ ทำให้นำมาสู่การบริหารหนี้ไปด้วยลงทุนไปด้วย

ด้วยฐานะตอนช่วงเข้ามหาลัยไม่ได้ดีมากจึงเลือกที่จะกู้หนี้ กยศ. สำหรับ 2 เทอมแต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังจ่ายหนี้ไม่หมด เพราะดอกเบี้ยที่ต่ำจึงนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยของหนี้ทำให้มีส่วนต่างของผลตอบแทน และได้เริ่มลงทุนตั้งแต่แรกๆ แต่การจะทำอย่างนี้ได้ต้องดูที่ตัวหนี้

2 ปัจจัยที่ต้องดู ถ้าอยากลงทุนควบคู่กับการจ่ายหนี้

1. อัตราดอกเบี้ย

ถ้าดอกเบี้ยหนี้สูงมาก ควรชำระหนี้ก่อน เพราะโอกาสหาผลตอบแทนที่สูงกว่านั้นไม่ง่าย

2. ระยะเวลาในการจ่ายหนี้

ต้องพิจารณาว่าการลงทุนจะให้ผลตอบแทนทันเวลาครบกำหนดชำระหนี้หรือไม่

เรื่องราวของคุณออฟโรดไม่ได้ทำให้เราเห็นเพียงความสำเร็จของศิลปินหนุ่มวัย 25 ปี แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของคนรุ่นใหม่ที่เรียนรู้และวางแผนทางการเงินอย่างมีกลยุทธ์ และนำมาแบ่งปัน ไม่ว่าจะคนรุ่นไหน อายุเท่าไหร่ก็สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่เรื่องของรายได้ที่สูงเพียงอย่างเดียว แต่คือวินัย ความรู้ และความอดทน

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save