สินค้าลักชูฯ ไม่ได้เป็นแค่เครื่องแสดงฐานะแต่กำลังกลายเป็น “สินทรัพย์” ทำความรู้จัก Luxury Assets เมื่อกระเป๋า รถยนต์ และงานศิลปะ กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของพอร์ตการลงทุน

สินค้าลักชูฯ ไม่ได้เป็นแค่เครื่องแสดงฐานะแต่กำลังกลายเป็น “สินทรัพย์” ทำความรู้จัก Luxury Assets เมื่อกระเป๋า รถยนต์ และงานศิลปะ กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของพอร์ตการลงทุน

ในอดีต สินค้าลักชัวรีมักถูกมองว่าเป็นเพียงของสะสมที่บ่งบอกสถานะทางสังคม แต่ปัจจุบัน บรรดานักลงทุนระดับ Ultra-High-Net-Worth Individuals (UHNWIs) กลับให้ความสำคัญกับสินทรัพย์เหล่านี้มากขึ้น โดยมองว่ามันเป็นหนึ่งในเครื่องมือกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน

ทำไมสินค้าหรูหราถึงเป็นที่ต้องการของนักลงทุน? 

1. ผลตอบแทนที่ก้าวกระโดด

ตลาดสินค้าลักชัวรีกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้การลงทุนโดยรวมในสินทรัพย์ประเภทนี้จะลดลง -1% ในปี 2023 แต่รายงาน Knight Frank Wealth Report 2024 ระบุว่า 70% ของกลุ่ม UHNWIs กลับเพิ่มการลงทุนในสินค้าหรูหรามากขึ้น

รถยนต์วินเทจเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าได้อย่างมหาศาล Ferrari 250 GTO ปี 1962 ถูกขายไปในราคา 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีราคาสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ และคาดว่าตลาดรถยนต์วินเทจจะเติบโตไปถึง 674 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2033

2. เกราะป้องกันความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

สินค้าลักชัวรีไม่ได้เป็นเพียงของสะสม แต่ยังทำหน้าที่เป็น "Store of Value" ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจผันผวน ต่างจากหุ้นและพันธบัตรที่ได้รับผลกระทบจากภาวะตลาด ทรัพย์สินจับต้องได้อย่างศิลปะ เพชร และอสังหาริมทรัพย์หรู มักรักษาหรือเพิ่มมูลค่าได้แม้ในช่วงเงินเฟ้อสูง

ข้อมูลจาก Fancy Color Research Foundation (FCRF) พบว่า มูลค่าเพชรสีชมพูเพิ่มขึ้น 399% และเพชรสีน้ำเงินเพิ่มขึ้น 249% ตั้งแต่ปี 2005 แสดงให้เห็นว่าความต้องการในสินทรัพย์ประเภทนี้ยังคงแข็งแกร่ง

3. คุณค่าทางใจที่ไร้เพดานราคา

ความหลงใหลในของหายาก ทำให้บางคนมองสินค้าหรูหราว่าเป็นมากกว่าการลงทุน รถยนต์คลาสสิกหายาก หรือผลงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซ ไม่เพียงเป็นทรัพย์สินที่เพิ่มมูลค่า แต่ยังมีคุณค่าทางวัฒนธรรมและอารมณ์ที่ยากจะประเมินเป็นตัวเลข

ความเสี่ยงที่ต้องระวังในการลงทุนสินค้าหรูหรา

ไม่มีการลงทุนใดที่ไม่มีความเสี่ยง และสินค้าลักชัวรีก็เช่นกัน

1. ความเสี่ยงทางกายภาพ

สินค้าเหล่านี้มีความเปราะบาง อาจเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุ สูญหาย หรือถูกโจรกรรม นอกจากนี้ ยังมีต้นทุนในการดูแลรักษาสูง เช่น การควบคุมอุณหภูมิของงานศิลปะ หรือการบำรุงรักษารถยนต์วินเทจที่ต้องใช้ช่างเฉพาะทาง

2. ความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์และสิ่งแวดล้อม

แม้แต่บุคคลที่มีชื่อเสียงก็อาจได้รับผลกระทบจากการครอบครองสินค้าหรูหรา เช่น กรณีของ Taylor Swift ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 1,200 ตันต่อปี จนส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเธอ และกระตุ้นให้ UHNWIs 10% พิจารณาลดการเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ตทำให้ยอดการซื้อและใช้เครื่องบินส่วนตัวลดลงไปด้วย

3. สภาพคล่องต่ำ

ต่างจากหุ้นที่สามารถซื้อขายได้ตลอดเวลา สินค้าหรูหราอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะขายได้ในราคาที่ต้องการ นักลงทุนต้องมีความเข้าใจว่าทรัพย์สินเหล่านี้อาจไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็ว

“สินเชื่อแบรนด์เนม” มิติใหม่ของการใช้สินค้าลักชัวรีเป็นหลักประกัน 

ปัจจุบัน แนวคิดเรื่องการใช้สินค้าหรูหราเป็นหลักประกันเงินกู้กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เช่น การนำคอลเลกชันงานศิลปะมาค้ำประกันเงินกู้จากบุคคลที่สาม ทำให้เจ้าของสามารถนำเงินไปลงทุนต่อ โดยไม่ต้องขายสินทรัพย์ของตนเอง

ในประเทศไทยเองก็มีการให้สินเชื่อประเภทนี้ เช่น บริษัท "เงินเรื่องจิ๊บ" ที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี 2565 ที่สามารถให้บริการทั้งสินเชื่อแบรนด์เนม สินเชื่อส่วนบุคคล ขายฝากสินค้าลักซัวรีและบริการตู้นิรภัย โดยให้ยอดสินเชื่อสูงสุด 6.5 ล้านบาทต่อสัญญา มีดอกเบี้ยคงที่ ซึ่งสะท้อนว่าการลงทุนกับสินค้าลักซูรีกำลังค่อยๆ ได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะ “สินทรัพย์เพื่อการลงทุน”

คุณเห็นด้วยไหม?

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save