เมื่อใครก็ดูเหมือนอินฟลูฯการเงินได้ ข้อมูลเข้าถึงง่าย แต่ก็ควรระวังเสมอ แนะวิธีหลีกเลี่ยงคำแนะนำทางการเงินที่ไม่ดีบนโซเชียล จาก ก.ล.ต.

เมื่อใครก็ดูเหมือนอินฟลูฯการเงินได้ ข้อมูลเข้าถึงง่าย แต่ก็ควรระวังเสมอ แนะวิธีหลีกเลี่ยงคำแนะนำทางการเงินที่ไม่ดีบนโซเชียล จาก ก.ล.ต.

ถ้าคุณกำลังมองหาไอเดียต่อยอดเงินที่มีในกระเป๋าหรือการมองหารายได้เสริม ให้ได้ผลตอบแทนเป็นแสนเป็นล้านจากเพจสอนลงทุน หรือเทรดเดอร์ขาย คุณอาจชีช้ำเพราะข้อมูลจำนวนมากอาจชวนให้คุณตัดสินใจลงทุนทำธุรกิจที่มีความเสี่ยงโดยที่พวกเขาไม่อธิบายผลที่อาจตามมา

ที่ Social Media ใครๆ ก็สามารถอ้างตนเป็น ‘ผู้รู้’ ได้

ปัจจุบันโซเชียลมีเดียกลายเป็นแหล่งความรู้ขนาดใหญ่ที่เข้าถึงง่าย และมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมทางการเงินของคนรุ่นใหม่ทั้งลึกและกว้างกว่าที่คิด ข้อมูลจาก PYMNTS แพลตฟอร์มข่าวสารเศรษฐกิจระดับโลก พบว่า คนรุ่นมิลเลนเนียลและ Gen Z ถึง 79% พึ่งพาโซเชียลมีเดียในการหาคำแนะนำเรื่องการเงิน ขณะเดียวกัน Spruce สื่อในเครือ HRB Tax Group, Inc. บริการทางการเงินในต่างประเทศพบว่า 68% ของ Gen Z ก็ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากคอนเทนต์การเงินที่พวกเขาเสพออนไลน์

ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าคนรุ่นเราไม่ได้แค่เลื่อนดูทริกการเงินเล่นๆ แต่กำลังใช้ข้อมูลบนโลกออนไลน์เพื่อกำหนดพฤติกรรมทางการเงินของตัวเองอย่างจริงจัง และเนื้อหาเหล่านี้ก็กระจายไปในทุกช่วงอายุของผู้ใช้งาน ทำให้ความรู้ (หรือความเข้าใจผิด) สามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วในไม่กี่คลิก

เนื้อหาทางการเงินที่ได้รับความนิยมบนโซเชียลมีเดียมักมาจากกลุ่ม “Finance Influencers” หรือ “Finfluencers” ซึ่งเป็นครีเอเตอร์ที่เน้นสอนการจัดการเงินและการสร้างรายได้ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย พวกเขาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยจุดเด่นคือการอธิบายแนวคิดทางการเงินผ่านคลิปสั้น ๆ ด้วยภาษาที่เป็นกันเอง ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้เริ่มต้นได้ง่ายและรวดเร็ว

กระแสความนิยมนี้เกิดขึ้นพร้อมกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ หลังการระบาดของโควิด-19 รวมถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย และการเลิกจ้างจำนวนมากในหลายอุตสาหกรรม ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยหันมาหาความรู้ด้านการเงินด้วยตัวเอง และ Finfluencers ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายที่สุดในสายตาหลายคน

แต่ไม่ใช่ทุกคำแนะนำของคนดังจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องและน่าทำตาม…

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสความนิยม ก็มีครีเอเตอร์จำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจจริงในด้านการเงิน หรือแย่กว่านั้น บางรายอาจเป็นมิจฉาชีพอแฝงตัว หรือแอบอ้างเป็นครีเอเตอร์เพื่อหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อข้อมูลผิด ๆ จนกลายเป็นปัญหาทางสังคมในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ส่งผลให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต้องเข้ามามีบทบาทในการกำกับดูแลอย่างจริงจัง

หนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญคือการที่ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงาน ก.ล.ต. ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงาน คปภ. ได้ร่วมมือกันจัดทำโครงการ Responsible Voices เพื่อส่งเสริมให้ Finfluencer ให้ข้อมูลด้านการเงิน การลงทุน และประกันภัยอย่างมีความรับผิดชอบ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพของเนื้อหา และเพื่อร่วมกันเสริมสร้างกลไกการคุ้มครองผู้ลงทุนและประชาชน

วิธีหลีกเลี่ยงคำแนะนำทางการเงินที่ไม่ดีบนโซเชียล

ทีมงาน aomMONEY มีโอกาสเข้าร่วมอบรมในโครงการ Responsible Voices รุ่นที่ 1 ได้รับเกียรติจากคุณเอนก อยู่ยืน ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับตลาดทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มาให้คำแนะนำในด้านการสื่อสารด้านการลงทุน ให้กับเหล่า Finfluencers ฟัง โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกย้ำก็คือ…

“พูดเรื่องหุ้นมั่ว ๆ = เสี่ยงผิดกฎหมาย!”

หากคุณเจอใครที่กำลังแชร์ความรู้หรือความเห็นด้านการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการรีวิวหุ้นรายตัว ชี้เป้าหุ้นเด็ด หรือชักชวนให้ซื้อขายสินทรัพย์ ผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับการรับรองจาก กลต. อย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมด

ตั้งสติ และมองหาคุณสมบัติ 3 ข้อนี้ก่อนเสมอ

✅ 1. คนคนนั้นต้องมีสังกัด และทำงานอยู่ภายใต้บริษัทที่ได้รับอนุญาตจาก กลต. และขึ้นทะเบียนกับ กลต.

✅ 2. คนคนนั้นต้องผ่านการอบรม/ทดสอบ เปรียบเหมือนการมี “ใบขับขี่” ในโลกการเงิน ต้องเข้าใจหลักการลงทุน ความเสี่ยง กฎหมาย และจรรยาบรรณในการให้คำแนะนำ

✅ 3. คนคนนั้นต้องทำตาม Market Conduct มีหลักวิชาการที่ชัดเจน ต้องเปิดเผยความเสี่ยง และห้ามชี้นำผิด ๆ เช่น ปั่นหุ้น ปกปิดข้อมูล หรือชวนคนลงทุนแบบไม่บอกความเสี่ยงที่แท้จริง

เพราะแม้บางเรื่องลงทุนจะพูดได้ แต่สุดท้ายก็ต้องระวังเพราะคนที่จะเสียเงินลงทุนคือคุณนั่นเอง

สรุป

แม้โซเชียลมีเดียจะเป็นแหล่งไอเดียทางการเงินที่เข้าถึงง่าย แต่ก็เป็นพื้นที่ที่ใครก็สามารถสร้าง “คอนเทนต์ฟาสต์ฟู้ด” ที่ดูดีแต่ขาดความลึกได้เช่นกัน

หากคุณกำลังเริ่มต้นศึกษาเรื่องหาราย การลงทุน หุ้น คริปโตฯ หรือแม้กระทั่งประกันชีวิต ควรมีกรอบคิดระยะยาว ไม่รีบเชื่ออะไรเร็วเกินไป หมั่นตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง และหาความรู้ด้วยตัวเองให้มากที่สุด อย่าปล่อยให้แค่โพสต์เดียวเปลี่ยนการตัดสินใจทางการเงินของทั้งชีวิต

ที่สำคัญที่สุด อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่ขายฝันเพราะเบื้องหลังคำพูดเหล่านี้ มักแฝงความเสี่ยงที่คุณอาจยังไม่รู้ทัน เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจเสมอ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save