“ผมไม่อยากซื้อบ้าน เพราะมันเหมือนช่างไม้ขายเครื่องมือทำมาหากิน” “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” แนวคิดที่คนรวยทุกคนมีเพราะทุกการตัดสินใจ มีราคาที่ต้องจ่ายมากกว่าตัวเงิน

“ผมไม่อยากซื้อบ้าน เพราะมันเหมือนช่างไม้ขายเครื่องมือทำมาหากิน” “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” แนวคิดที่คนรวยทุกคนมีเพราะทุกการตัดสินใจ มีราคาที่ต้องจ่ายมากกว่าตัวเงิน

คุณสมบัติของการเป็นคนรวย หลายคนได้ยินคำนี้ต้องคิดถึง การหารายได้ให้เยอะๆ ทำธุรกิจ เเต่ความเป็นจริงเเล้วการจะเป็นคนรวยได้ต้องเริ่มจากเเนวคิดเรื่องเงิน

ขั้นพื้นฐานเลยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นต้องเศรษฐีก็เริ่มทำได้เลยคือ การอดออมใช้จ่ายให้น้อย สร้าง Passive come ให้มีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

เเต่มีเเนวคิดหนึ่งที่เศรษฐีมีกันทุกคนเลยคือ คิดเเบบมี “ต้นทุนค่าเสียโอกาส”

ต้นทุนค่าเสียโอกาส คืออะไร?

คือผลประโยชน์ที่เราพลาดไป เมื่อเลือกทางเลือกหนึ่งแทนที่จะเลือกอีกทางหนึ่ง ต้นทุนค่าเสียโอกาส

ใครหลายคนอาจจะมองผ่านไปได้ง่ายๆ โดยไม่คิดอะไร เพราะอาจมองว่ามันสิ่งที่เราไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า

ไม่เหมือนต้นทุนที่เป็นตัวเงินที่จับต้องได้ เเต่มันซ่อนอยู่ ทุกครั้งที่เราตัดสินใจเมื่อเราเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เราก็พลาดโอกาสที่จะได้อีกสิ่งที่ดีกว่า

ทุกการตัดสินใจล้วนมีต้นทุนค่าเสียโอกาส

ยกตัวอย่าง่ายๆ เเทนที่จะซื้อรถหรูคันใหม่ เศรษฐีอาจคิดว่า ถ้าเอาเงินเงินที่หามาได้ ไปลงทุนเเทน 10 ปีข้างหน้ามันจะงอกเงยเป็นเท่าไร?

หรือก่อนจะใช้เงินจำนวนนึงไปเที่ยวพักผ่อน เขาจะคิดว่า เงินก้อนนี้สามารถเอาไปซื้อทรัพย์สินที่สร้างรายได้ เพื่อท่องเที่ยวหลังเกษียณได้ไหม?

การที่ตัดสินใจใช้จ่ายเเบบนี้ของคนรวยไม่ได้เเปลว่าเขาไม่ใช้จ่ายกับสิ่งดีๆ หรือนำเงินไปพักผ่อน แต่เศรษฐีจะใช้อย่างมีกลยุทธ์ทุกครั้ง โดยต้องมั่นใจว่าพื้นฐานของความมั่งคั่งเขาสามารถใช้จ่ายเพื่อความสุขได้เเล้ว

นักลงทุนระดับตำนาน กับ ค่าเสียโอกาส

“ผมยินดีจะซื้อบ้านก็ได้ แต่สำหรับผม ถ้าซื้อบ้านมันเหมือนช่างไม้ขายเครื่องมือทำมาหากิน ผมไม่อยากใช้ทุนของตัวเองไปกับมัน” - วอร์เรน บัฟเฟตต์ พูดกับภรรยาของเขา

ย้อนกลับไปช่วงปี 1995-1958 บัฟเฟตต์ เช่าบ้านโดยจ่ายค่าเช่าเพียงเดือนละ 175 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 5,700 บาท เเละในปี 1958 เขาก็ตัดสินใจซื้อบ้านในเมืองโอมาฮา รัฐเนแบรสกา ด้วยราคา 31,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1,030,000 บาท เพราะครอบครัวของเขากำลังใหญ่ขึ้น เเละภรรยากำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สาม

ความผิดพลาดที่ยอมรับเอง

ไม่กี่อาทิตย์หลังจากซื้อบ้าน ตัวบัฟเฟตต์ถึงกับตั้งชื่อบ้านที่เขาพึ่งซื้อหลังนี้ว่า “Buffett’s Folly” ที่เเปลว่า “ความผิดพลาดของบัฟเฟตต์”

ในหนังสือ The Snowball เขายอมรับว่า บ้านราคา 31,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ นี้ สำหรับเขาแล้วคือการจ่าย ที่มีมูลค่า หลายล้านดอลลาร์ เพราะเขารู้ว่าถ้าเอาเงินก้อนที่ซื้อบ้านไปลงทุนต่อยอดผลตอบเเทน จะมหาศาลในเวลาไม่กี่สิบปี

คำถามที่ควรถามตัวเองก่อนจะใช้เงินก้อนใหญ่

- สิ่งนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคตได้ไหม?

ลองศึกษาดูว่าสิ่งที่เรากำลังจะซื้อ จะมีมูลค่าที่เพิ่มขึ้นในอนาคตได้ไหม เช่น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หุ้น หรือธุรกิจที่สามารถเติบโตได้ในอนาคต

- สิ่งนี้ช่วยให้เราหารายได้เพิ่มขึ้นได้ไหม?

เงินก้อนนี้สามารถเพิ่มในการสร้างรายได้เพิ่มได้ไหม เช่น การลงเรียนคอร์สเรียนเพื่อเพิ่มทักษะสามารถเพิ่มโอกาสให้รายได้เพิ่มขึ้นจากทักษะที่เราเรียนรู้มา

- เรากำลังเสียโอกาสอะไรไปบ้างถ้าใช้เงินก้อนนี้ในวันนี้น้ี

ให้ย้อนคิดกลับว่า ถ้าเราใช้เงินก้อนนี้ในวันนี้ เรากำลังปิดโอกาสอีกทางอยู่หรือเปล่า เช่น
ถ้าใช้เงินไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ อาจเสียโอกาสในการลงทุนในช่วงราคาถูก

แนวคิดเรื่อง “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ไม่ได้หมายความว่าให้เราไม่ใช้จ่ายเลย แต่มีไว้เพื่อช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้น เพราะทุกการตัดสินใจของเราจะเเลกอะไรบางอย่างมาเสมอ เเละการที่เรารู้ว่ามีต้นทุนอะไรที่เรา ต้องเเลกมานั่น จะช่วยให้เราใช้เงินอย่างมีเหตุผลมากขึ้น บางครั้งการใช้เงินเพื่อซื้อประสบการณ์ดีๆ หรือการพักผ่อน ก็เป็นสิ่งที่เติมเต็มชีวิตของเราเช่นกัน ไม่ใช่ทุกการใช้จ่ายจะเป็นสิ่งที่ผิดพลาด ถ้ารู้ว่ากำลังเเลกอะไรเเละได้อะไรกลับมา

เรียบเรียงโดย ณัฐวีร์ เชี่ยวพัทธยากร

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save