สรุปเรื่องราวและปัญหา Jagat Coin Hunt ฟีเจอร์แอปฯ หาเหรียญในโลกคล้ายเกมโปเกม่อนที่ตำรวจออกมาเตือนว่า ใช้บัญชีม้าโอนเงิน คนรับเสี่ยงโดนตรวจสอบฟอกเงิน

สรุปเรื่องราวและปัญหา Jagat Coin Hunt ฟีเจอร์แอปฯ หาเหรียญในโลกคล้ายเกมโปเกม่อนที่ตำรวจออกมาเตือนว่า ใช้บัญชีม้าโอนเงิน คนรับเสี่ยงโดนตรวจสอบฟอกเงิน

1. ที่มาที่ไปของแอปฯ

- “Jagat” เป็นแอปพลิเคชันติดตามบุคคลได้แบบเรียลไทม์ ที่มาจากประเทศอินโดนีเซีย เป็นแอปฯ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อกับครอบครัวและเพื่อนๆ

- จุดเด่นของแอปฯ อยู่ที่ฟีเจอร์ที่เรียกว่า "Jagat Coin Hunt" ที่เปิดให้ผู้เล่นได้ล่าสมบัติในโลกเสมือนจริง และแปลงค่าเป็นเงินได้ในโลกความจริง

- แอปฯ "Jagat" เข้ามาเปิดให้บริการและเปิดให้เล่นเกม Jagat Coin Hunt (หาเหรียญ) ได้ใน 5 จังหวัดของไทย คือ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต และชลบุรี (พัทยา)

- เหรียญที่แอปฯ จะให้คนออกตามหาจะมีทั้งหมด 3 สี คือ เหรียญทองแดง มูลค่า 500 - 2,000 บาท เหรียญเงิน มูลค่า 20,000 บาท และเหรียญทองมูลค่าถึง 200,000 บาท ถ้าเจอแล้วก็ให้อัปโหลดรูปสถานที่ที่เจอและวิดีโอลงไปในแอปฯ จากนั้นก็ใส่เลขบัญชีที่ใช้รับเงินลงไปในแอปฯ จากนั้นแอปฯ ก็จะโอนเงินรางวัลให้ ซึ่งมีผู้ใช้งานออกมายืนยันว่าสามารถแลกเป็นเงินได้จริง (แต่อ่านให้จบก่อน)

- แม้ว่าแอปฯ จะระบุว่าไม่มีการซ่อนเหรียญในพื้นที่อันตราย เช่น ในน้ำ บ้านคน หรือสถานที่เสี่ยง แต่การใช้งานก็ได้สร้างปัญหาในหลายพื้นที่

2. โมเดลธุรกิจของแอปฯ

- การขายสิทธิพิเศษในเกม (In-App Purchases)

แอปฯ นี้แม้จะให้ดาวน์โหลดฟรี แต่มีฟีเจอร์บางอย่างในแอปฯ ที่ต้องเสียเงิน และสำหรับผู้เล่นที่เกม Coin Hunt และต้องการเบาะแสหรือคำใบ้เพิ่มสำหรับหาเหรียญต้องจ่ายเงินเพิ่ม

3. ตำรวจออกมาเตือนเพราะอะไร?

แม้จะเป็นเกมที่สนุกและน่าสนใจ แต่กิจกรรมล่าเหรียญกลับก่อให้เกิดปัญหาในหลายพื้นที่ เฟซบุ๊ก "ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก Police Don't Cry" ของ พ.ต.ท.วสุเทพ ใจอินทร์ รองผู้กำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ระบุว่า

- บริษัทที่ทำแอปฯ นี้เป็นสัญชาติอินโดนีเซีย จากการสืบต้นตอพบว่า ไม่มีทีมงานคนไทยเลย หากเกิดเหตุก็ไม่รู้จะติดต่อกับใคร

- App มีการออกแบบให้คนที่ไม่ระวัง อาจเผลอไปกด สมัครแบบเสียเงิน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี โดยไม่รู้ตัวได้ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มผู้ใช้หลักในขณะนี้

- การจะเข้าใช้แอปนี้ผู้ใช้ต้องแชร์พิกัดตำแหน่งของผู้ใช้ตลอดเวลา (เปิดให้แอปฯเข้าถึงที่อยู่เราได้ตลอด) ซึ่งตรงนี้อาจเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพเฝ้าติดตามและฉวยโอกาสลงมือขโมยทรัพย์สินไปได้

- มีรายงานว่าผู้เล่นบางกลุ่มบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคล เช่น ปีนรั้ว งัดแงะทรัพย์สิน หรือขุดค้นพื้นที่ของผู้อื่นเพื่อหาเหรียญ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้รับการร้องเรียนและได้ออกคำเตือนว่าพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายฐานบุกรุกเคหสถาน ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท

- กลุ่มผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนที่เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ บางพื้นที่เป็นพื้นที่เปลี่ยวหรือไม่คุ้นเคย อาจเสี่ยงต่อการถูกทำร้ายหรืออุบัติเหตุ

- เงินรางวัลที่รับอาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินเนื่องจากใช้บัญชีม้าในการส่งเงิน ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบ

4. ข้อเสนอแนะสำหรับผู้เล่น

พล.ต.ต.วรวิทย์ได้สั่งการให้กองกำกับการสายตรวจ (191) ยกระดับการป้องกันเหตุ โดยออกเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการใช้แอปพลิเคชันดังกล่าว หลีกเลี่ยงการรุกล้ำพื้นที่ส่วนบุคคล และเฝ้าระวังภัยจากมิจฉาชีพที่อาจแฝงตัวเข้ามาในพื้นที่ หากประชาชนบริเวณใดได้รับความเดือดร้อน หรือพบเหตุผิดปกติ สามารถแจ้ง สายด่วน 191 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบได้ทันที

การใช้งานแอปฯ หรือบริการใดๆ ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบและการตระหนักรู้ ดังคำกล่าวที่ว่า “If you’re not paying for it, you are the product หรือ ของฟรีไม่มีในโลก หากคุณไม่ได้เป็นผู้จ่ายเงิน คุณนั่นแหละคือผลิตภัณฑ์หนึ่ง”

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save