สปป.ลาว จากประเทศที่เติบโตต่อเนื่องกว่า 30 ปี สู่ความท้าทายจากหนี้สาธารณะและวิกฤตเงินเฟ้อที่กำลังเผชิญ

หลายปีก่อนหน้านี้ สปป.ลาว ถือเป็นประเทศที่เศรษฐกิจโดดเด่นโดยเฉพาะเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ จึงมีความพยายามยกระดับประเทศให้กลายเป็น ศูนย์กลางโลจิสติกส์ประจำภูมิภาค จากโครงการโครงสร้างพื้นฐานมากมายที่เกิดขึ้น
แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะมากกว่า ผลิตมวลรวมของประเทศ (GDP) และกำลังผจญกับสภาวะวิกฤตเงินเฟ้อสูงระดับ 31% รวมถึงเงินในคลังสำรองของประเทศที่ไม่เพียงพอจนมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ได้
วันนี้ aomMONEY จะพาเพื่อน ๆ ไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับ สปป.ลาว ทำไมถึงมาอยู่ในจุดนี้ รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นและแนวทางที่ สปป.ลาว สามารถทำได้
การเติบโตวันนั้น สู่วิกฤตวันนี้
สปป.ลาว มีประชากรกว่า 8 ล้านคน มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีเรื่อยมาตั้งแต่ช่วงปี 1990 และมีความพยายามในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยมีเป้าหมายที่จะเป็น “Land Bridge Country” หรือเมืองแห่งการเชื่อมต่อ ทั้งในด้านโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว
รวมถึงลาวมีแม่น้ำขนาดใหญ่อย่างแม่น้ำโขง ทำให้สร้างเขื่อนผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ จึงวางตัวเองให้เป็น “Battery of southeast Asia” พร้อมกันไปด้วย
รัฐบาลสปป.ลาว ลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนและโรงไฟฟ้า พลังงานไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า และโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงมูลค่ากว่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (210,000 ล้านบาท) โดยโครงการทั้งหมดได้รับทุนส่วนใหญ่จากจีน
แต่ยังไม่ทันจะสร้างกำไร การเข้ามาของ ‘โควิด-19’ (COVID-19) ก็เปลี่ยนโอกาสของ สปป.ลาว ให้กลายเป็นวิกฤต เพราะโรคระบาดดังกล่าวทำให้รายได้หยุดชะงัก แต่จำนวนเงินกู้ที่สูงมากและดอกเบี้ยยังเดินต่อ ก่อให้เกิดหนี้สาธารณะที่สูงขึ้น
ในปี 2023 หนี้ก็พุ่งทะลุไปมากกว่า 108% ของจีดีพี คิดเป็น 13,800 ดอลลาร์ (482,000 ล้านบาท) โดยจำนวนนี้ เป็นหนี้ต่างประเทศ 10,500 ดอลลาร์ (367,000 ล้านบาท) โดย 50% ของหนี้จำนวนดังกล่าวเป็นของ ‘จีน’ ประเด็นนี้ส่งผลกระทบมากมายต้องสภาพเศรษฐกิจของ สปป.ลาว
เงินกีบอ่อนค่า เงินสำรองฯร่อยหรอ
ศูนย์วิจัยกสิกรออกรายงานเศรษฐกิจอาเซียน-จีน เดือนสิงหาคม ไตรมาส 2 ปี 2024 โดยวิเคราะห์หนี้ต่างประเทศภาครัฐของสปป.ลาว อยู่ในระดับสูง แต่ค่าเงินกีบ กลับอ่อนค่าลง 7.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน
รวมถึงอัตราเงินเฟ้อก็พุ่งสูง 31% ในปี 2023 ก่อนจะลดลงมาอยู่ที่ 26.1% ในเดือนกรกฎาคม 2024 ซ้ำเติมกำลังซื้อของคนภายในประเทศ และที่วิกฤตที่สุด น่าจะเป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ โดยเหลือเพียง 1,860 ล้านดอลลาร์ (65,000 ล้านบาท) ในเดือนมีนาคม 2024 เพียงพอต่อการชำระค่าสินค้านำเข้าได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น
ความสัมพันธ์กับจีน
หลายฝ่ายเชื่อว่าเกิดจากการที่จีนล่อลวง สปป.ลาว ให้กู้เงินจำนวนมหาศาล เพื่อจะได้เข้าไปมีอำนาจในการยึดทรัพย์สินหรือเพิ่มอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่เรื่องนี้โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวกับ Bloomberg ว่า จีนพยายามเต็มที่เพื่อช่วยเหลือ สปป.ลาว ซึ่งข้อกล่าวหาที่ว่า เป็นการกุเรื่องของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขัดขวางความร่วมมือระหว่างจีนกับประเทศที่กำลังพัฒนา
ทางด้าน ‘รศ. ดร.ปิติ ศรีแสงนาม’ ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา ศูนย์เกาหลีศึกษา และศูนย์เศรษฐกิจระหว่างประเทศ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า ลาวเติบโตต่อเนื่องมา 30 ปี และเพื่อการพัฒนาต่อ จึงผลักดันโครงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงกับจีนที่หลายคนมองว่าเป็นปัญหา แต่โครงการนี้ จีนถือหุ้นถึง 70% และ สปป.ลาว ถือหุ้นเพียง 30%
ดังนั้นภาระหนี้ของ สปป.ลาว ในโครงการนี้จะมีเพียง 1,400 -1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น (49,000-56,000 ล้านบาท) จึงไม่ใช่สาเหตุหลักของหนี้สาธารณะที่เกิดขึ้น โดยก่อนการมาของโควิด-19 หนี้สาธารณะของสปป.ลาว อยู่ในอัตรา 69% ของจีดีพีแล้ว จึงมีความเป็นไปได้ที่หนี้ของ สปป.ลาว ที่เพิ่มสูงขึ้นไปมากกว่า 108% ของจีดีพี น่าจะเกิดจากการกู้เงินมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในวิกฤตของโรคระบาดดังกล่าว
ผลกระทบต่อประชาชนในสปป. ลาว
‘เคียริน ซิมส์’ (Kearrin Sims) อาจารย์อาวุโสพิเศษสาขาวิชาการพัฒนาที่มหาวิทยาลัย ‘เจมส์ คุก’ (James Cook University) กล่าวว่า สปป. ลาว มีการกู้ยืมเงินที่มากเกินไปและไม่ยั่งยืน ทำให้ต้องใช้หนี้ระยะยาว ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งเรื่องการศึกษา สาธารณสุข และอื่นๆ
นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนในเขตเมืองที่ต้องพึ่งพาสินค้าและอาหารที่ต้องนำเข้า ส่วนประชาชนชนบทยังสามารถเพาะปลูกอาหารเองได้บ้าง แต่ก็ทำให้อำนาจการใช้จ่ายของคนรายได้น้อยในเมืองและชนชั้นกลางจะลดลงเป็นอย่างมาก
‘คีธ เบอร์นี’ (Keith Barney) รองศาสตราจารย์จาก ‘Crawford School of Public Policy’ มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย กล่าวว่า วิกฤตครั้งนี้ถือเป็นหายนะสำหรับเยาวชนลาว ที่ต้องออกจากโรงเรียนในอัตราที่สูงเป็นประวัติการณ์ ผู้คนนับพันข้ามชายแดนประเทศไทยหรือไกลกว่านั้นเพื่อหางานที่ให้ผลตอบแทนเป็นสกุลเงินต่างประเทศ
การขอเลื่อนและอาจผิดนัดชำระหนี้
สปป.ลาว มีการขอเลื่อนชำระหนี้ไปแล้ว 670 ล้านดอลลาร์ (23,400 ล้านบาท) ในปี 2024 ซึ่งหากยังไม่สามารถคลี่คลายปัญหานี้ได้ การเลือกที่จะผิดนัดชำระหนี้ อาจเป็นหนึ่งในวิธีการที่ สปป.ลาว เลือกใช้ แต่ก็อาจจะส่งผลกระทบทำให้การกู้ยืมในอนาคตเกิดขึ้นได้ยาก หรืออาจทำให้ต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้นจากการถูกลดความน่าเชื่อถือลง
ผลกระทบต่อประเทศไทยและอาเซียน
คำถามต่อมาคือ สถานการณ์ของสปป.ลาว ยังเป็นแบบนี้ จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศไทย เรื่องนี้ทาง ‘SCB EIC’ (Economic Intelligence Center) ศูนย์วิจัยของธนาคารไทยพาณิชย์ เคยวิเคราะห์สถานการณ์ของ สปป.ลาว ในกรณีเกิดวิกฤตการเงินไว้เมื่อปี 2022 ว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยดังนี้
ภาคการส่งออก
มีการลดการสั่งซื้อสินค้าจากไทยและกลุ่มประเทศอาเซียนลดลง โดยเฉพาะสินค้าที่มีราคาสูงเช่น รถยนต์และชิ้นส่วนประกอบ
การท่องเที่ยว
โดยนักท่องเที่ยวจาก สปป.ลาว จะเข้ามาเที่ยวในบ้านเราลดลง ส่งผลต่อการค้าตามพื้นที่ชายแดนที่มีอาณาเขตติดกัน
ภาคการลงทุน
นักลงทุนที่เข้าไปลงทุนที่ สปป.ลาว ในโครงการต่างๆ มีความเสี่ยง รวมถึงการชำระค่าหนี้ต่างๆ ของไทยก็อาจจะถูกเลื่อนออกไปด้วย ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในอนาคต
แรงงาน
เศรษฐกิจที่หดตัวจะทำให้ประชาชนชาวลาวหลั่งไหลออกนอกประเทศเพื่อหางาน โดยเฉพาะงานที่ได้เงินในสกุลต่างประเทศ
แนวทางการแก้ไขสถานการณ์
มีการวิเคราะห์ว่า สปป.ลาวนั้น อาจแก้ปัญหานี้ด้วยการทำข้อตกลงแปลงหนี้เป็นทุน (debt-for-equity swap) หรือ ขอให้จีนยกหนี้บางส่วนให้ลาว แลกกับการเพิ่มสัดส่วนการเป็นเจ้าของในกิจการของรัฐบาลลาว เช่น โรงไฟฟ้า หรือขอเลื่อนการชำระกับเจ้าหนี้โดยตรง ซึ่งเป็นวิธีการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วน
แต่หากสปป.ลาว ต้องการแก้ปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม รศ. ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ก็ให้ความเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการจัดการวิกฤตเศรษฐกิจ สปป.ลาว ว่าควรดำเนินการดังนี้
1. De-Dollarization หรือลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ และพยายามผลักดันให้คนลาวหันมาใช้เงินกีบ
ทั้งในการจับจ่ายใช้สอย ทำธุรกรรม ลงทุน และเก็บออม เพื่อให้กระทรวงการคลังของ สปป.ลาว มีอำนาจในการใช้เครื่องมือนโยบายการคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. Currency Board และระบบตะกร้าเงิน
โดย รศ. ดร.ปิติ อธิบายเรื่องนี้ให้เข้าใจง่ายๆ ว่า ต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องค่าเงิน เพื่อมากำหนด ‘ค่าเงินเสมอภาค’ (Par Value) หรือกำหนดค่าเงินกีบในอัตรา ‘ตายตัว’ (Fixed Exchange Rate) กับสกุลเงินที่ใช้หลักๆ เช่น ดอลลาร์, บาท, ยูโร หรือหยวน ว่าแลกเงินกีบได้เท่าไหร่ก็ว่าไป ให้สอดคล้องกับเงินสำรองที่มี โดยข้อดีของการทำเช่นนี้คือ จะสร้างมูลค่าให้กับเงินกีบขึ้นมาได้ทันที
แต่การที่จะกำหนดค่าเงินในอัตราตายตัวได้ จำเป็นต้องมีเงินสำรองหนุนหลัง 100% หรือประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์ (421,000 ล้านบาท) แต่ก็อย่างที่ทราบกันว่า เงินสำรองของ สปป.ลาว นั้นเหลือเพียง 1,860 ล้านดอลลาร์เท่านั้น จะหาเงินมาหนุนหลังแบบ 100% ได้อย่างไร
เรื่องนี้ รศ. ดร.ปิติ กล่าวว่า โดยปกติจะต้องไปขอกู้เงินจาก IMF (International Monetary Fund) แต่การจะกู้ยืมนั้น ต้องมีการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง ซึ่งอาจจะทำให้ สปป.ลาว กลายเป็นเครื่องมือในการต่อสู้กันของมหาอำนาจได้ คำถามคือ ‘แล้วจะเอาเงินจากไหนหากไม่กู้ IMF ?’
3. ใช้กลไก ‘Chiang Mai Initiative Multilateralization’ (CMIM)
แต่ความโชคดีของ สปป.ลาว คือ การเป็นสมาชิกของ CMIM ที่เกิดขึ้นจาก กลุ่ม 10 ประเทศอาเซียน ร่วมกับ 3 ประเทศอย่าง จีน เกาหลีและญี่ปุ่น (ASEAN+3) มีข้อผูกพันที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือชาติสมาชิกกรณีเกิดวิกฤตสภาพคล่องทางการเงิน โดยมีเงินในกองทุนอยู่ 240,000 ล้านดอลลาร์ (8.4 ล้านล้านบาท)
ซึ่ง สปป.ลาวนั้น มีความสัมพันธ์อันดีกับทั้ง จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และ10 ประเทศอาเซียน น่าจะสามารถขอใช้วงเงินส่วนนี้เพื่อมาแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้
แต่ รศ. ดร.ปิติ ย้ำว่า ถ้าใช้วิธีนี้เป็นวิธีระยะสั้นเท่านั้น เมื่อผ่านพ้นวิกฤตแล้วต้องรีบปล่อยให้ค่าเงิน ขึ้น-ลง ตามปกติ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะโดนโจมตีค่าเงินได้ (เหมือนช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง)
ส่วนในระยะกลางและระยะยาวนั้น สปป.ลาว จำเป็นต้องมีการดึงดูดเงินลงทุน ขยายฐานรายได้ของประเทศ สร้างฐานการผลิต สร้างความหลากหลายของสินค้าที่ผลิตและส่งออก กระจายความเสี่ยงที่จะพึ่งพาสินค้าและบริการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งจะทำได้ต้องมีการปฏิรูปภาคการผลิตของประเทศ ในระยะเร่งด่วนและระยะสั้น รวมถึง ต้องมีการสื่อสารให้ประชาชนชาวลาวเข้าใจถึงแนวทางทั้งหมด เพื่อให้เกิดการร่วมแรง ร่วมใจในการผ่านวิกฤตหนี้ครั้งนี้ไปให้ได้
เรียบเรียงโดย อติพงษ์ ศรนารา
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

