จบปุ๊บ วิกฤตปั๊บ หากไม่ใส่ใจเรื่องเงิน แนวทางบริหารชีวิตและการเงินจากรั้วมหาวิทยาลัยสู่โลกแห่งความจริง

จบปุ๊บ วิกฤตปั๊บ หากไม่ใส่ใจเรื่องเงิน แนวทางบริหารชีวิตและการเงินจากรั้วมหาวิทยาลัยสู่โลกแห่งความจริง

เรียนจบแล้ว... แต่ยังไม่มีงานทำ! สถานการณ์ที่เด็กจบใหม่หลายคนต้องเผชิญ แม้ว่าจะสมัครงานไปหลายที่ แต่การได้งานที่ตรงใจอาจใช้เวลานานกว่าที่คิด ระหว่างที่กำลังหางานประจำ เราจะบริหารเงินอย่างไรให้รอดพ้นจากความกดดันทางการเงิน?

มาดูแนวทางที่จะช่วยให้คุณจัดการชีวิตและบริหารการเงินได้อย่างมั่นคงในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้กันเถอะ

บริหารเงิน = บริหารชีวิต หลักคิดให้ชีวิตไม่ซับซ้อน

การบริหารเงินกับการบริหารชีวิต จริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่เดินทางในระนาบเดียว มองแบบตรงไปตรงมาก็คือเรา มีเงินเป็นเครื่องมือหนึ่งในการใช้ชีวิต และเราเรียนเพื่อสร้างทักษะชีวิตเพื่อนำไปใช้หาเงิน หลายครั้งเด็กจบใหม่มักถูกกดดันหรือคาดหวังกับตัวเองเกินเหตุว่าเรียนจบแล้วจะต้องหาเงินให้ได้มากๆ แต่แท้จริงแล้วเงินเป็นเพียงเครื่องมือในการสร้างคุณภาพชีวิต การบริหารเงินที่ดี คือการบริหารชีวิตให้สมดุล ไม่ใช่แค่ทำให้มีเงินมากขึ้น แต่ต้องใช้มันอย่างชาญฉลาดด้วย

และนี่คือ 5 ขั้นง่ายๆ เรียนจบแล้วบริหารชีวิตและบริหารเงินยังไงดี?

1. อย่ารอแค่งานประจำ จงเปิดโอกาสให้ตัวเองหารายจากหลายๆ วิธี

หลายคนเชื่อว่าต้องได้งานประจำก่อนถึงจะมีรายได้ แต่จริง ๆ แล้ว แนวคิดแบบนี้อาจทำให้คุณพลาดโอกาสทางการเงินไปมากมาย โลกยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยช่องทางสร้างรายได้ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการนั่งทำงาน 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นเสมอไป ช่วงนี้แหละดีที่สุดที่จะ…

  • ลองหางานพาร์ทไทม์ หรือ ฟรีแลนซ์ ในสายที่คุณสนใจ
  • ใช้แพลตฟอร์มหางานออนไลน์ เช่น Fastwork, Fiverr หรือ Upwork
  • นำทักษะที่ได้มาหลังเรียนจบมาต่อยอด เช่น สอนพิเศษ งานเขียน งานแปล หรือกราฟิกดีไซน์

การหารายได้แบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณมีเงินหมุนเวียน แต่ยังช่วยเพิ่มประสบการณ์และเครือข่ายในการทำงานอีกด้วย และไม่แน่ว่า การได้ลองหาเงินจากรายได้เสริมในครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจส่วนตัวในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การทำงานพาร์ทไทม์หรือรับจ็อบเสริม ถ้าเป็นไปได้มีงานประจำทำแล้วก็อย่าพึ่งปล่อยไป เพราะในโลกของการเป็นผู้ใหญ่การมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่าทางเดียว

2. จัดระเบียบการเงิน ถึงเวลาเป็นคนจ่าย ถ้าจ่ายไม่ไหวต้องตอบได้ว่าใช้ไปกับอะไร

ช่วงเปลี่ยนผ่านจากนักศึกษาเป็นวัยทำงานเป็นโอกาสที่ดีในการเริ่มต้นบริหารเงินอย่างจริงจัง และใครๆ ก็อาจคาดหวังให้คุณมีวุฒิภาวะและรับผิดชอบเรื่องต่างๆ มากขึ้น การจะอธิบายให้คนเข้าใจสถานการณ์ทางการเงินของเราด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียวนั้นเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าเรามีการจัดทำงบประมาณที่ชัดเจน พร้อมจดบันทึกรายรับและรายจ่ายอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมและสามารถอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่ายขึ้น

วิธีบันทึกรายรับรายจ่ายสามารถเริ่มต้นด้วยวิธีง่ายๆ เช่น

  • ใช้แอพบันทึกค่าใช้จ่ายหรือแม้แต่สมุดบันทึกธรรมดา
  • แบ่งค่าใช้จ่ายเป็นหมวดหมู่ เช่น รายได้ว่าเรามีรายได้มาจากทางไหนบ้าง (งานเสริม พ่อแม่สนับสนุน) รายจ่ายจำเป็น (ค่าเช่า ค่าโทรศัพท์ ค่าอาหาร) รายจ่ายเพิ่มเติม (ค่าชุดไปทำงาน ค่าขนม ค่าเดินทางไปเจอเพื่อน)
  • วางแผนงบประมาณล่วงหน้าและติดตามว่าใช้จ่ายตามที่วางแผนไว้หรือไม่

3. ใช้จ่ายเท่าที่หาได้ และอย่าเป็นหนี้รายวัน!

การเริ่มต้นชีวิตหลังเรียนจบไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกใช้ชีวิตสนุกสนาน เพียงแต่ต้องเลือกใช้จ่ายอย่างมีสติ ลองหากิจกรรมที่ไม่ต้องใช้เงินมาก เช่น ท่องเที่ยวแบบประหยัด หรือเลือกไปคาเฟ่ที่ไม่แพงจนเกินไป เพื่อให้มีทั้งความสุขและยังไปขั้นต่อไปได้

และที่สำคัญ ถ้าขาดเงินสด อย่ากู้เงินด่วนเด็ดขาด แม้จะขอกู้ได้ง่าย ไม่ต้องมีหลักค้ำประกันใดๆ แต่นี่คือกับดักหนี้ที่อันตรายมาก!

โฆษณาสินเชื่อเงินด่วนมักจะบอกว่า “ได้เงินเร็ว ไม่เช็กเครดิต” ซึ่งฟังดูเป็นทางออกที่ดีในยามฉุกเฉิน แต่เบื้องหลังคือดอกเบี้ยมหาศาลที่อาจพุ่งสูงถึง ตั้งแต่ร้อยละ 20 ไปจนถึง ร้อยละ 2,300* (ข้อมูลจากตัวจริงสนามข่าว) และส่วนใหญ่แล้วการกู้นอกระบบแบบนี้ทำให้ใครๆหลายคนพังมานักต่อนัก ทางที่ดีที่สุด อย่าเข้าไปในวงจรนั้นเด็ดขาด

4. อย่าปล่อยให้เงินควบคุมอารมณ์

เคยเป็นไหม? ยังไม่มีงานประจำแต่มีเงินเก็บนิดหน่อย ระหว่างรองานก็เครียดมากเลยเผลอกดสั่งของออนไลน์แบบไม่รู้ตัว? นั่นเป็นเพราะสมองของเราตอบสนองต่อความเครียดด้วยการหาทางออกที่ให้ความสุขชั่วคราว เช่น การช้อปปิ้ง แต่หลังจากกดซื้อไปแล้ว อารมณ์กลับดิ่งลงเพราะเงินในบัญชีหายไป!

💡 ถ้ารู้สึกเครียดเรื่องเงิน

  • หยุดและสำรวจตัวเองว่าปัญหาคืออะไร
  • หาวิธีแก้ไขปัญหาแบบไม่ต้องเสียเงิน เช่น ออกกำลังกาย ฟังพอดแคสต์
  • ใช้เวลาจัดระเบียบการเงิน เพื่อให้ตัวเองรู้สึกมั่นคงขึ้น

5. ลงทุนกับตัวเองดีที่สุด

ช่วงที่กำลังหางานอย่าลืมพัฒนาสกิลให้พร้อมทำงาน บางคนอาจจะคิดเรื่องการเรียน แต่การเรียนต่อจะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อเรียนจบแล้วมีทักษะที่ใช้ทำงานได้ ถ้าสิ่งที่เราเรียนมาทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่เรียนมามันไม่ใช่สิ่งที่เราอยากจะไปต่อ หรือสายที่เรียนมาหางานยากซะเหลือเกิน เราอาจจะลองหา

  • คอร์สออนไลน์ หรือเข้าค่ายบูทแคมป์ (คอร์สสั้นๆเข้มข้น) เช่น การเขียนโค้ด การตลาด หรือ Data Science
  • มองหางานในตำแหน่ง Management Trainee ที่จะช่วยปูทางให้เติบโตได้เร็วขึ้น
  • มองหาทุนไปต่างประเทศ หรือ Work & Travel

ทุกอย่างอยู่ ในช่วงเริ่มต้น ไม่รู้อะไรไม่ใช่เรื่องผิด!

เรย์ เดลิโอ (Ray Dalio) นักบริหารเฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่สุดของโลก นอกจากเรื่องลงทุนและการคาดการณ์เศรษฐกิจแล้ว สิ่งหนึ่งที่เขามักจะโดนถามเสมอคือเรื่อง ‘หลักการสำหรับเด็กมหาวิทยาลัยที่จบใหม่’ ซึ่งจริงๆ แล้ว aomMONEY เคยเขียนทั้งหมดไว้ตรงนี้ ( https://www.facebook.com/share/p/1FWdaAna2W/ )

ข้อแรกของเขาบอกไว้ว่า “โลกที่คุณกำลังจะเดินไปนั่นเป็นโลกใหม่ คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย เป็นช่วงจังหวะชีวิตที่เรียกว่าเป็นช่วงที่สองของการเริ่มต้นที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงจากช่วงแรกที่เรายังมีพ่อแม่หรือใครก็ตามดูแลอยู่ นี่เป็นก้าวใหม่ที่เรากำลังโตเป็นผู้ใหญ่ ให้เตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลงและเรียนรู้มันให้เร็ว พร้อมปรับตัว”

อลิซ แทปเปอร์ ครีเอเตอร์ที่ได้รับรางวัลครีเอเตอร์ด้านธุรกิจและการเงินแห่งปีจาก Blogosphere Awards ปี 2023 และได้รับรางวัล Marie Claire Future Shaper ในปี 2019 กล่าวไว้ว่า

“หากฉันจะให้คำแนะนำคุณเพียงข้อเดียว ก็คือ อย่ากังวลมากเกินไปกับงานแรกของคุณ เพราะมันไม่ใช่งานสุดท้ายของคุณ แต่ให้มองว่างานแรกเป็นเพียงก้าวแรกสู่ความเป็นอิสระ เป็นโอกาสในการเรียนรู้ และช่วยให้คุณค้นพบว่าสิ่งใดที่ ไม่ใช่ สำหรับคุณ”

โดยอลิซได้แนะนำว่า ในงานแรกของคุณส่วนประกอบสำคัญของงานแรกที่ดีคือ

- ต้องไม่เอาเปรียบคุณ เช่น จ่ายค่าตอบแทนไม่พอให้คุณใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม
- ควรเป็นสิ่งที่คุณสนใจ หากบริษัททำงานในด้านที่ตรงความสนใจของคุณและอยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต ก็ถือว่าเป็นโบนัสเพิ่มเติม

สิ่งที่เราจะบอกก็คือในช่วงที่คุณพึ่งจบใหม่ “ไม่มีใครคาดหวังให้คุณทำได้ทุกอย่าง แต่เขาคาดหวังให้คุณพร้อมเรียนรู้และปรับตัวให้ไว” 

สรุป

ชีวิตเด็กจบใหม่เต็มไปด้วยตัวเลือก แต่หัวใจสำคัญคือการจัดลำดับความสำคัญให้ดี การเงินไม่ซับซ้อน มีแค่ หาให้ได้ – ใช้ให้เป็น – เก็บให้อยู่ – ลงทุนให้รอบคอบ ที่สำคัญ เงินซื้อเวลาให้ย้อนกลับมาไม่ได้ อย่าหมกมุ่นกับงานและการใช้จ่าย จนลืมออกแบบอนาคตที่ต้องการ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save