รู้จักเทคนิค ‘Low Budget Period’ เครียดน้อย แต่เงินเพิ่มขึ้นไม่น้อย.

ใครบ้างที่ตั้งเป้าหมายว่าปีนี้อยากสร้างนิสัยการเงินใหม่?
เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายแบบ 180 องศา เลิกซื้อของที่ไม่จำเป็น ไม่ซื้อของใหม่ ไม่กินข้าวนอกบ้าน ตัดค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้หมด ทุกบาทที่ใช้ต้องเป็นของจำเป็นเท่านั้น หรือตั้งเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ไว้เลยว่าปีนี้จะทำ ’No Spending Year’
ถามว่าดีไหม? แน่นอนว่าดีอยู่แล้ว…ถ้าทำได้
แต่ว่ากันตามสถิติแล้วมีการทำแบบสำรวจออกมาพบว่า 88% ของคนที่ตั้งเป้าหมายปีใหม่จะล้มเลิกกลางทางและไปไม่ถึงฝั่ง
นั่นรวมไปถึงเป้าหมายทางการเงินด้วยเช่นเดียวกัน
เหตุผลอย่างหนึ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่ล้มเหลว ดร. โทมัส แม็คคาร์ตี้ (Dr. Thomas MacCarty) รองคณบดีคณะสังคมศาสตร์ที่ Southern New Hampshire University และเป็นที่ปรึกษาสำหรับผู้เสพติดแอลกอฮอล์และยาเสพติดบอกว่า “คนส่วนใหญ่ตั้งปณิธานไว้ด้วยความตั้งใจดี แต่ไม่นานก็พบว่าต้องใช้ความมุ่งมั่น ความพยายาม ความปรารถนาอย่างแท้จริงที่จะเปลี่ยนแปลง และความรับผิดชอบส่วนตัวในการรักษาแนวทางนั้นไว้”
การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่ต้องใช้เวลานานและความอดทนมุ่งมั่น ซึ่งสำหรับคนส่วนใหญ่ก็อาจจะทำได้ยาก
แต่อย่าเพิ่งท้อครับ ส่วนตัวผมก็ล้มเหลวมาเยอะ ไม่ว่าจะการงานหรือการเงิน ความล้มเหลวไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นคนแพ้ที่เปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ได้ คุณแค่ต้องลองหาทางใหม่ที่เหมาะสมกับตัวเองเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั่นมากกว่า
วันนี้เลยอยากลองเสนอแนวทางการทำให้เงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นด้วยเทคนิคที่เรียกว่า ‘Low-Buy Period’
วิธีทำก็ง่ายมากๆ และลองทำมาแล้วได้ผลดีมากๆ ด้วย
หลังจากได้เงินเดือนมาแล้ว จ่ายส่วนที่จำเป็นต้องจ่ายไปหมดแล้ว (ค่าเช่าบ้าน ค่ารถ ค่าหนี้บัตรต่างๆ ออมเงิน ลงทุน ฯลฯ) ทีนี้เราก็จะเหลือเงินอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งเราก็รู้แหละว่าถ้าแบ่งเงินตรงนี้ไปออมมากขึ้น หรือลงทุนมากขึ้น หรือโปะหนี้เยอะขึ้น ก็จะส่งผลดีต่อตัวเองในอนาคต แต่หลายคนก็เอาไปชอปปิงซื้อของ ใช้จ่ายต่างๆ นานา
แหม...ก็ทำงานมาเหนื่อยๆ ก็อยากซื้อความสุขให้ตัวเองบ้าง
อันนี้เข้าใจเลยครับ เพราะฉะนั้นแทนที่จะตัดสิ่งฟุ่มเฟือยออกทั้งหมด ให้เราเลือกส่วนของการใช้เงินที่อยากควบคุม ‘เป็นระยะเวลาหนึ่ง’ แล้วก็เริ่ม ‘ลดค่าใช้จ่ายตรงนั้นลงบ้าง’ ในช่วงระยะเวลานั้น พอครบกำหนดก็อาจจะกลับมาใช้เหมือนเดิมก็ได้ หรือจะทำต่อไปก็ได้เช่นกัน
สมมุติง่ายๆ เลยครับ อย่างการกินข้าวนอกบ้าน ปกติแล้วถ้าเราไปอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เดือนหนึ่งก็ 8 ครั้ง ถ้าเฉลี่ยครั้งละ 1,000 บาท นั่นก็ 8,000 บาท/เดือนไปแล้ว เราดูแล้วว่าอยากลงควบคุมค่าใช้จ่ายตรงนี้ดู
ตั้งเป้า ‘Low-Buy Period’ ของงบกินข้าวนอกบ้านเดือนนี้ไปเลยว่าจะเหลือ 6 ครั้งต่อเดือน นั่นหมายความว่าเราประหยัดไปได้ 2,000 บาท สามารถเอาไปลงทุนเพิ่มก็ได้
เดือนต่อมาถ้าคิดว่าอยากจะทำต่อก็ทำ ถ้าไม่ทำต่อกลับไปเหมือนเดิมก็ได้ แล้วไปทำ ‘Low-Buy Period’ กับหมวดการใช้เงินอันอื่นแทน (ยกตัวอย่างเช่น หมวดชอปปิงออนไลน์ หมวดท่องเที่ยว หมวดแกรบ ฯลฯ)
สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ว่าเราควบคุมเงินตรงนี้ ‘ทำไม’ (Why?) เช่นต้องการปลดหนี้ให้หมด หรือบางคนอยากแก้นิสัยซื้อของด้วยอารมณ์ หรืออยากเก็บเงินฉุกเฉินให้ได้ตามเป้า ยิ่งเหตุผลเราชัด ยิ่งทำง่าย
อย่าลืมตั้งกรอบเวลาที่ทำได้จริงๆ ชัดเจน เริ่มต้นอย่าทำนาน อาจจะครั้งละ 2 อาทิตย์ ครั้งละเดือน และที่สำคัญอย่าลืมติดตามผลระหว่างทางด้วย
เทคนิค Low-Buy Period ช่วยให้เราปรับนิสัยการเงินแบบค่อยเป็นค่อยไปแล้ว ไม่ต้องเครียดถึงขั้นตัดทุกอย่าง แต่เงินในกระเป๋าก็เพิ่มขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว
การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
เป็นกำลังใจให้ทุกคนสำหรับปี 2025 ให้เป็นปีที่การเงินแข็งแรงที่สุดกันไปเลยครับ
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

