การเปลี่ยนผ่านแต่ละยุคสมัย ที่จริงแล้วถูกขับเคลื่อนด้วย “เงิน” มองเรื่องเงินผ่านมุมมองด้านประวัติศาสตร์ โดย อาจารย์ตั๊ม พิริยะ สัมพันธารักษ์

หากพูดถึงประวัติศาสตร์ หลายคนอาจนึกถึงการเล่าเรื่องเชิงการเมือง วัฒนธรรม หรือบุคคลสำคัญ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ค่อยถูกนำมาพูดถึงคือมุมมองในเรื่องของ ‘ประวัติศาสตร์การเงิน’ ซึ่งแท้จริงแล้ว เป็นประเด็นแอบแฝงที่มีผลต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านในแต่ละยุคสมัย ทั้งยังมีผลสืบเนื่องมาถึงยุคปัจจุบัน จนเกิดเป็นประเด็นถกเถียงในมุมมองเรื่องการเงินที่แตกต่างกัน
ชวนอ่าน 6 ประเด็น เล่าเรื่องเงินผ่านมุมมองด้านประวัติศาสตร์ที่อาจเปลี่ยนความคิดคุณ โดยอาจารย์ตั๊ม พิริยะ สัมพันธารักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Bitcoin
1. ‘เงิน’ ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัย
หลายคนอาจเข้าใจว่า การประท้วง การต่อสู้ หรือความเก่งกาจของบุคคลสำคัญที่ได้รับการยกย่องในทางประวัติศาสตร์นั้น เป็นตัวการเปลี่ยนผ่านยุคสมัย แต่ในความจริงแล้ว “เงินต่างหาก” ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัย ถ้าจะให้เห็นภาพมากขึ้น ก็หมายถึงต้นทุนของการทำสงคราม ที่มีทั้งอาวุธ ข้าวของ เวลา แผ่นดิน หรือแม้กระทั่งชีวิตคน
2. ‘เงินเฟ้อ’ สิ่งที่รัฐบาลสร้างขึ้นมา โดยปราศจากความยินยอมของประชาชน
เงินเฟ้อ เป็นคำคุ้นหูฟังดูน่ากลัวเมื่อเศรษฐกิจตกอยู่ในยุคข้าวยากหมากแพง ส่งผลให้ประชาชนต้องซื้อของในราคาที่แพงขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่า เงินเฟ้อเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานานมากแล้วนับตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์ ในยุคนั้น เงินเฟ้อ จะหมายถึงงบทางการทหารที่รัฐบาลสร้างขึ้นมา อีกทั้งยังซ่อนไว้ด้วยกระบวนการผลิตเงินโดยไม่มีการค้ำประกัน ใช้แค่เพียงอำนาจเป็นเครื่องมือ ใครผลิตเงินได้มาก ก็ยิ่งมีอำนาจมากขึ้น ส่วนฝ่ายที่ตกเป็นเหยื่อ เหมือนถูกสาปให้จน ก็คือ ‘ประชาชน’ อย่างเราๆ
3. ประวัติศาสตร์การเงิน ตัวแปรสำคัญที่ทำให้ความคิดเรื่องเงินเปลี่ยนไป
คนส่วนใหญ่อาจไม่รู้ว่า จริงๆ แล้ว เงินที่เราใช้จ่ายกันในยุคปัจจุบัน ไม่ได้มีสินทรัพย์ค้ำประกันที่เรียกว่า ‘ทองคำ’ อยู่เบื้องหลัง แต่กลับกลายเป็น ‘หนี้’ ที่ถูกนำมาผลิตเงิน และใช้จ่ายกันในยุคปัจจุบัน นั่นหมายความว่า การออมเงินในยุคปัจจุบัน เท่ากับการออมหนี้ และสิ่งนี้ถูกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “การออมเงินเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ทำให้รวย” จึงนำมาซึ่งเทคนิคการลงทุนผ่านเครื่องมือต่างๆ ที่แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน หรือนักลงทุนหลายแขนงจากทั่วโลก
4. ยิ่งเก็บเงินมากเท่าไร ยิ่งโดนปล้นมูลค่าการจับจ่ายลงไปมากขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับคนที่มีความคิดความเชื่อในแบบเดียวกัน จะเข้าใจได้อย่างง่ายว่า อีกด้านหนึ่งของเงินเฟ้อ คือการที่รัฐบาลกระตุ้นให้ประชาชนนำเงินออกมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อของกินของใช้ในราคาแพง ซึ่งในขณะเดียวกัน เงินเก็บ เงินออม ที่ประชาชนถูกกระตุ้นให้นำออกมาใช้จ่าย กลับไปเข้ากระเป๋าของรัฐบาล และกลุ่มนายทุนที่ซึ่งมีทั้งอำนาจ และไม่มีความเดือดร้อนเรื่องเงินอยู่แล้ว ทั้งยังทำให้วัฎจักรของเงินเฟ้อ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และคนที่เสียเปรียบที่สุดในสถานการณ์นี้ ยังเป็นคนกลุ่มเดิม นั่นคือ ประชาชน นี่จึงเป็นสาเหตุที่สามารถใช้สนับสนุนแนวคิดที่ว่า ยิ่งเก็บเงินมากเท่าไร ยิ่งเป็นการโดนปล้นมูลค่าการจับจ่ายลงไปมากขึ้นเรื่อยๆ
5. ต้องแก้ปัญหาโดย ‘ไม่เก็บเป็นเงินสด’
สำหรับคนที่มีความคิดความเชื่อในแบบเดียวกัน ถ้าถามว่าแล้วถ้าไม่เก็บเป็นเงิน จะเก็บเป็นอะไร? ในสมัยก่อน อาจตอบได้ว่าเป็น หุ้น ทองคำ หรือไม่ก็อสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ เงินสดก็ยังคงสถานะความคล่องตัวสำหรับการใช้จ่ายมากที่สุด ซึ่งก็อาจคำนวณระยะเวลาคร่าวๆ แล้วเก็บไว้แค่พอใช้ประมาณ 3 เดือน 6 เดือน หรือไม่ก็ 1 ปี นอกเหนือจากนั้น ให้แปลงสถานภาพเป็นทรัพย์สินที่สามารถรักษามูลค่าได้ ในปัจจุบันสามารถเทียบเท่าได้กับ บิทคอยน์ (Bitcoin)
6. ‘Bitcoin’ ตัวฉกรรจ์ที่อาจเปลี่ยนโลกได้
หากใครเล่นบิทคอยน์ อาจเข้าใจได้อย่างง่ายกับประโยคที่ว่า “บิทคอยน์ อาจเปลี่ยนโลกที่มีพื้นฐานตั้งอยู่บนหนี้ กลายเป็นโลกที่มีพื้นฐานตั้งอยู่บนความมั่นคงได้อีกครั้ง” เช่นเดียวกับการผ่านช่วงเวลาแห่ง Golden Age ของแต่ละยุคสมัย แม้ว่าประเด็นนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ ยังคงต้องใช้ช่วงเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ต่อไป
รับชมรายการ : https://youtu.be/XmOiKpfZF2Y?si=zNQcJZutmwFuuDDR
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

