“ตกงานที ชีวิตเจ๊ง ถ้ามีรายได้แค่ทางเดียว”Office Survivor อยากรอด! ต้องมีอาชีพที่ 2

ในยุคนี้ นอกจากสุขภาพกายแล้ว ก็มีสุขภาพการเงินนี่แหละครับที่ต้องดูแลไปควบคู่กัน เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หลายธุรกิจต้องลดจำนวนพนักงาน หรือถ้ากระทบหนักก็ต้องปิดตัวไป …จนสะเทือนมาถึงมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ต้องเกาะเก้าอี้ให้แน่น พร้อมภาวนาให้ผ่านจุดๆ นี้ไปสักที
ณ ตอนนี้เราทุกคนจึงเข้าโหมด “หมดยุคของการมีรายได้แค่ทางเดียว” เดี๋ยวเราจะมาพูดคุยกันถึงประเด็นนี้กันครับว่า ทำไมมีรายได้ทางเดียวถึงไปไม่รอด แล้วการมีอาชีพที่ 2 มันช่วยให้เรารอดได้อย่างไร!
ทำไมยุคนี้ อยากรอดต้องมีอาชีพที่สอง?
1️. มีอาชีพที่สอง = มีทางรอด
ก่อนหน้านี้ มนุษย์เงินเดือนมักถูกมองว่ามีความมั่นคง มีโอกาสตกงานน้อยถ้าเทียบกับคนที่ทำธุรกิจของตนเองหรือฟรีแลนซ์ แต่พอเจอโควิด หลายบริษัทต้องลดจำนวนพนักงานหรือปิดตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาชีพสายการบินและการท่องเที่ยวที่โดนเต็มๆ เลยครับ
จะเห็นเลยว่า ความรู้สึกมั่นคงที่เราเคยสัมผัส มันลดลงเรื่อยๆ เลือนลางไปตามกาลเวลา ซึ่งการมีอาชีพที่สอง ที่สาม ที่สี่ นี่แหละครับ ที่จะเป็นไฟแห่งความหวัง ในวันที่เงินเดือนของมนุษย์เงินเดือนเริ่มสั่นคลอน
2️. มีอาชีพที่สอง = มีแหล่งรายได้สำรอง
เพราะความแน่นอนไม่มีอยู่จริงครับ ต่อให้ไม่มีโควิดหรือวิกฤติเกิดขึ้น รายได้แค่ทางเดียวก็ยังเสี่ยงเกินไปอยู่ดี เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะมาปัญหาสุขภาพของเราเองหรือครอบครัว จากปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น เศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาด
และแรงสะเทือนที่เราเจอจากโควิด เป็นแค่หนึ่งในความเสี่ยงของการมีรายได้ทางเดียวเท่านั้น อย่างโควิดเอง ก็ไม่มีใครรู้ใช่ไหมล่ะครับ ว่าจะกลับมาอีกรอบตอนสิ้นปีและยาวมาจนถึงตอนนี้… จะเห็นเลยนะครับว่า พรุ่งนี้ มะรืนนี้ หรือในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ไม่รู้ การหาอาชีพที่สอง ที่สาม ที่สี่ ตั้งแต่ตอนนี้จึงเป็นการเตรียมรับมือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นไม่รู้ตัวถึงสำคัญ
3️. มีอาชีพที่สอง = มีรายได้เพิ่มขึ้น
เชื่อว่าจากการระบาดของโควิด คงทำให้พวกเรารู้ว่าเงินเก็บสำคัญแค่ไหน แล้วในสถานการณ์แบบนี้ ถ้ามีรายจ่ายเพิ่ม แต่รายได้เท่าเดิม เงินเก็บที่เคยมีอาจจะลดลงเรื่อยๆ หรือถ้าเงินเก็บน้อยอยู่แล้ว อาจจะน้อยลงไปอีกจนไม่เหลืออะไรไว้เก็บเลยก็ได้
เพราะงั้น ถ้าจะหวังพึ่งรายได้ทางเดียวแบบที่เคย...ก็คงไม่อุ่นใจเท่าไหร่ อาชีพที่สองจึงมาตอบโจทย์นี้นั่นเอง แถมนอกจากเงินเก็บจะช่วยให้เราอุ่นใจขึ้นแล้ว ยังสามารถนำไปลงทุนต่อเพิ่มเงินออมได้อีกด้วยครับ
4️. มีอาชีพที่สอง = มีโอกาสใหม่ๆ ในชีวิตมากขึ้น
เพราะชีวิตเราไม่ได้หยุดอยู่กับที่ การมีอาชีพที่สอง นอกจากจะเพิ่มรายได้แล้ว ยังสร้างโอกาสใหม่ๆ ในชีวิตอีกด้วย วันใดวันนึง เงินที่เราได้รับจากอาชีพรองอาจจะมีมากกว่าอาชีพหลัก และกลายมาเป็นโอกาสทองของชีวิตเลยก็ได้
นอกจากเรื่องเงินๆ ทองๆ แล้ว สำหรับใครที่อาจรู้สึกว่ายังค้นหาตัวเองไม่เจอ หรือมีอะไรที่อยากทำแต่ไม่ได้ลองสักที เพื่อนๆ อาจจะได้เจอคำตอบนั้นตอนหาอาชีพที่สองทำก็ได้นะครับ
สรุปได้ว่า อาชีพที่สองก็เหมือนอาชีพที่หนึ่งหรืออาชีพหลักที่เราทำอยู่นั่นแหละครับ มีทั้งคนที่ทำแล้วสำเร็จกับไม่สำเร็จ เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น จัดการเวลาได้ดีพอไหม? หรือความสามารถที่เรามีน่ะพอรึยัง? แต่ถึงแบบนั้น อาชีพที่สอง ที่สาม หรือที่สี่จะไปได้สวยไหม
“ไม่มีใครรู้หรอก...ถ้ายังไม่ได้ลอง จริงไหม?”
ไม่ว่าอาชีพที่สองของเพื่อนๆ จะเป็นอะไร
aomMONEY ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนเสมอครับ
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

