เวลาที่เราพูดถึงการลงทุนในหุ้นนั้น หลายๆคนก็คงอาจจะนึกถึงการทำกำไรด้วยการซื้อมาในราคาที่ต่ำและขายไปในราคาที่สูงที่ทำให้เราร่ำรวยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้วิธีวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือจะเป็นการใช้ปัจจัยพื้นฐานเพื่อประเมินมูลค่าก็ตามแต่ แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของการสะสมหุ้นเพื่อเงินเป็นผลก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่หลายๆคนคาดไม่ถึงและสามารถทำได้ง่ายๆจากการซื้อหุ้นหรือกองทุนรวม สมัยนี้เริ่มต้นง่ายๆจากการเปิดบัญชีออมหุ้น - กองทุนรวม เริ่มด้วยเงินแค่เพียง 1,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น มาดู Concept ง่ายๆว่ามันทำได้จริงอย่างไร ผมจะ Back Test ให้ดูนะครับ

1. จำนวนหุ้นจะมากขึ้นตามที่เราสะสมมากขึ้น

การซื้อหุ้นหรือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมแต่ละเดือนแบบ DCA นั้น มีข้อดีที่ว่าเราสามารถทยอยสะสมได้เรื่อยๆโดยไม่ทำให้เราต้องลงเงินก้อนในตูมเดียว (ซึ่งเหมาะกับมนุษย์เงินเดือนมาก) รวมถึงมีโอกาสลดความเสี่ยงจากความผันผวนของการลงทุนในแต่ละเดือนด้วย ยิ่งหุ้นลงก็จะได้หุ้นมากขึ้น และถ้าหุ้นปรับตัวในราคาสูงก็ยอมลดความเสี่ยงในการซื้อหุ้นราคาแพง มาดูตัวอย่างราคาข้างล่างของการซื้อหุ้นตัวหนึ่งในรอบ 3 ปีกว่าๆ ของหุ้นตัวหนึ่งนะครับว่าหากเราลงทุนด้วยเงินเริ่มต้นที่ 5,000 บาทนั้น ในแต่ละปีเราจะสะสมหุ้นได้มากขึ้นขนาดไหน

จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่าจำนวนของหุ้นในแต่ละเดือนจะมากขึ้นเรื่อยๆตามที่เราสะสมเข้าไป ช่วงเริ่มต้นจะน้อยนะครับ ก็ต้องอดทนในการสะสมโดยไม่ขายแม้เราจะเห็นว่าราคามันช่างเย้ายวนให้คลิ๊กขายจริงๆ และที่สำคัญก็คือหุ้นที่เราเลือกนั้นจะต้องคัดสรรมาดีแล้วในเรื่องของพื้นฐานทั้งทางคุณภาพบริษัทไม่ว่าจะเป็นคณะผู้บริหาร สินค้าและบริการ ความได้เปรียบทางการแข่งขัน ฯลฯ ตลอดจนงบการเงินที่เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าหุ้นตัวนี้มันเจ๋งจริงและมีผลงานที่เห็นชัดเจนนะครับ

2. ปันผลจะมากขึ้นเมื่อเราสะสมหุ้นเข้าไป

เรื่องนี้เราสามารถมองเห็นภาพได้ชัดมาก พอเราสะสมหุ้นมากขึ้น พอหุ้นปันผลก็จะเอาอัตราเงินปันผลไปคูณกับจำนวนหุ้น ในกรณีที่ปันผลมีอัตราเท่าเดิม จำนวนเงินที่ได้รับยอมมากขึ้นเสมอ แต่ถ้าเราเลือกหุ้นที่มีผลประกอบการที่ดีขึ้นและหุ้นได้มีการจ่ายปันผลที่มากขึ้นไปด้วยยิ่งดีเลยนะครับ มาดูกันว่าเมื่อเราลงทุนในหุ้นแบบนี้จะได้ปันผลกี่บาท

จะเห็นได้อัตราเงินเป็นผลในแต่ละรอบนั้นไม่เท่ากัน ในปี 2013 อัตราปันผล 4.6 บาท ซึ่งหุ้นที่สะสมตอนนั้นจำนวน 451 หุ้นก็สร้างเงินปันผลได้ถึง 2,075 บาท แม้อัตราเงินปันผลจะลดลงมาเป็น 3.4 ในปีต่อมา แต่จำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 727 หุ้น ก็ทำให้ได้เงินปันผลที่มากขึ้นเป็น 2,472 บาท พอมาเรามาดูในปี 2015 การปันผลนั้นมี 2 รอบ แต่รวมแล้วจะมีเงินปันผลถึง 5,877 บาท

ในอนาคตถ้าผลประกอบการดีขึ้นและเงินปันผลมากขึ้นก็จะสามารถทำให้เราสร้างเงินปันผลได้มากขึ้นครับ

3. ถ้าอยากได้ Passive Income มากขึ้นจะต้องทำอย่างไร?

พอมาถึงตรงนี้แล้ว หลายๆคนก็คงเห็นแนวทางในการสร้าง Passive Income จนเกิดคำถามว่าจะทำยังไงให้ได้เงินมากขึ้นละเนี่ย ก็มีหลายวิธีการที่เราจะทำได้ในเรื่องนี้เหมือนกันนะครับ

  • นำเงินมาลงทุนให้มากขึ้น ก็เก็บจากเงินเดือนและรายได้เสริมนี่ล่ะ เงินต่อเงินโล้ด
  • เงินเดือนขึ้นก็ลงทุนเพิ่ม เชื่อว่าไม่มีใครเงินเดือนลดหรอก เพิ่มตามไปเลย
  • จัดพอร์ตการลงทุนให้มีสัดส่วนของหุ้นและกองทุนรวมที่ให้เงินปันผลมากขึ้น
  • มีการปรับพอร์ตการลงทุนบ้างเพื่อแสวงหาหุ้นและกองทุนที่มีโอกาสจะสร้างเงินปันผลให้เรามากขึ้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องวางแผนทางการเงิน จัดพอร์ตตามความเสี่ยงทางการลงทุนให้เหมาะสมกับตัวเราให้มากขึ้นเช่นเดียวกันนะครับ วางแผนไม่ดีก็อาจจะแย่ได้นะ ลองดูกันนะครับ

ฝากทิ้งท้าย สำหรับคนที่มีคำถามว่าแล้วหุ้นได้ Capital Gain ไหม มาดูกราฟของตาราง DCA ข้างล่างนี้เลย จะเห็นได้ว่าราคาตอนนี้ไปไกลแล้วแต่ต้นทุนเฉลี่ยสะสมของเราต่ำกว่าเยอะ หากเราขายไปก็ยังได้กำไรนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าลืมนะครับว่าก็ต้องดูธุรกิจด้วยว่ามันจะไปต่อได้ในระยะยาวหรือเปล่า เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงในอนาคตเสมอครับ

อย่าลืมติดตามบทความออมหุ้นได้ทางเวปไซต์ www.aommoney.com/tarkawin และหากใครสนใจเรียนรู้การลงทุนแบบออมหุ้นเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับชีวิตก็สามารถแวะชมคอร์สการลงทุนทางออนไลน์ได้ที่ www.aomstock.com นะครับ