เทคนิควางแผนการเงินแบบทำได้จริง ไม่ท้อระหว่างทาง ไม่เริ่มใหม่ทุก 3 วัน

เทคนิควางแผนการเงินแบบทำได้จริง ไม่ท้อระหว่างทาง ไม่เริ่มใหม่ทุก 3 วัน

วันก่อนคุยกับเพื่อนเรื่องข้อมูลบนโลกออนไลน์ว่าเดี๋ยวนี้มันเข้าถึงง่ายมากๆ โดยเฉพาะเรื่องเงิน

ในด้านหนึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะมันทำให้คนรุ่นใหม่ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของเรื่องนี้ พร้อมทั้งช่วยให้เกิดการแชร์ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อไปให้คนรอบตัวในวงสังคมของเขาด้วย

แต่เหรียญนี้ก็มีสองด้าน

เมื่อมีข้อมูลมากขึ้น ข้อมูลที่อาจจะไม่ได้อาจจะไม่ถูกต้องนักก็มีมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

และคำแนะนำเหล่านั้นก็อาจจะไม่ได้เหมาะกับวิถีการใช้ชีวิตทุกคน (แม้ว่าคนที่แชร์จะใช้ได้ผลหรือมีความตั้งใจที่ดีอยู่เบื้องหลัง) หรือบางครั้งถึงขั้นเป็นสิ่งที่รั้งเราไว้ข้างหลังและมูฟออนกับชีวิตไม่ได้ ทำลายความสุขในชีวิตเราได้ด้วย

เดนนิส เชียร์ชิคอฟ (Dennis Shirshikov) ศาสตราจารย์ด้านการเงินจากมหาวิทยาลัย City University of New York และหัวหน้าฝ่ายการเติบโตและวิศวกรรมที่บริษัท GrowthLimit ได้พูดคุยกับเว็บไซต์ GoBankRate ถึงประเด็นนี้

เขาชี้ว่ามีเทคนิคการวางแผนการเงินที่ได้รับความนิยมหลายข้อที่ควร ‘เอามาทบทวนใหม่’ เพราะมันเป็นเครื่องมือเริ่มต้นที่สำคัญและจำเป็น เลยอยากหยิบคำแนะนำบางข้อ ‘ที่ควรเลี่ยง’ มาแชร์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน

❌ 1. วิธีที่ดีที่สุดในการออมเงินคือการตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกให้หมด

แม้ว่าการตัดการทานอาหารนอกบ้านหรือตัดค่าใช้จ่ายสำหรับความบันเทิงออกให้หมดเหมือนเป็นทางแก้ไขปัญหาที่รวดเร็ว

ประเด็นคือมันทำได้แป๊บเดียว

การตัดแบบนี้เหมือนการหักดิบ พึ่งพากำลังใจ

ซึ่งอย่างที่เรารู้ว่าอยู่ได้ไม่นาน แถมอาจจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีด้วยสำหรับบางคน

“ความประหยัดแบบสุดโต่งสามารถทำให้คนรู้สึกหมดแรง หรือที่แย่กว่านั้นคือเลิกล้มแผนงบการเงินไปเลย” เชียร์ชิคอฟอธิบาย

ทางเลือกที่สมดุลกว่าคือการประเมินค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างรอบคอบ และหาจุดสมดุล

พยายามตัดสิ่งฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็นออก แต่ยังคง “เผื่อ” ไว้สำหรับสิ่งที่สร้างความสุขและคุณค่าให้กับชีวิต

เพราะสุดท้ายแล้ว การวางแผนการเงินไม่ใช่แค่การห้ามตัวเองจากความสุขเล็กๆ น้อยๆ แต่คือการใช้เงินอย่างมีเป้าหมายเพื่ออนาคตระยะยาวมากกว่า

❌ 2. คุณต้องมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินเท่ากับค่าใช้จ่าย 6 เดือนก่อนจะทำอย่างอื่น

ถึงจะเป็นคำแนะนำที่ดีและควรทำให้ได้ แต่เชียร์ชิคอฟมองว่าสำหรับหลายๆ คนมันยังห่างไกลจากความเป็นจริงมากๆ

ถ้าดูผลสำรวจล่าสุดของดุสิตโพล เราจะเห็นเลยว่ามีประมาณครึ่งหนึ่งของคนที่ตอบแบบสอบถามบอกว่าถ้าตกงานจะอยู่ได้แค่เดือนเดียว

ซึ่งนี่เป็นสถานการณ์ของความเป็นจริง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้หรือสำหรับคนที่เพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ

การตั้งเป้าเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน 6 เดือน (หรือ 1 ปี) ฟังดูเป็นเหตุเป็นผลที่ดี เป็นเป้าหมายที่น่าชื่นชม แต่ในความเป็นจริงคือมันจะใช้เวลาสักหน่อยกว่าจะไปถึงจุดนั้นได้

“แทนที่จะกังวลว่าต้องมีเงินเป็นจำนวนเท่าไหร่” เชียร์ชิคอฟเสริม “ผมแนะนำว่าสร้างเงินสำรองฉุกเฉินสักก้อนหนึ่งก่อน เงินก้อนที่จะพอค่าใช้จ่ายประจำสักเดือนหรือสองเดือน”

เมื่อมีเงินก้อนนี้แล้วก็ค่อยๆ สร้างส่วนที่เหลือทีละเล็กละน้อย

สิ่งสำคัญคือสร้างวินัยการออม ทำให้เป็นนิสัย การขยับขึ้นทีละนิดเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าเป้าหมายที่จะสมบูรณ์ตั้งแต่แรก

❌ 3. คุณต้องรู้ว่าทุกสตางค์จ่ายไปกับอะไร

แม้ว่าการติดตามรายรับ-รายจ่ายเป็นสิ่งสำคัญ การรู้ว่าเงินออกไปตรงไหนจะทำให้เข้าใจถึงนิสัยการใช้จ่ายเงินที่ควรแก้ไข

แต่การ ‘หมกมุ่น’ กับทุกสตางค์อาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี

ผลเสียในที่นี้โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มทำแรกๆ มันจะรู้สึกเหนื่อยมาก เครียด ทำสองวัน สามวันล้ม ฮึดอีกรอบก็ทำใหม่ แล้วก็เลิกอีก

“คนส่วนใหญ่จะรู้สึกอึดอัดและหมดกำลังใจ ถ้าต้องคอยจดบันทึกทุกอย่าง — แม้แต่ค่ากาแฟหรือค่าที่จอดรถ” เชียร์ชิคอฟกล่าว

วิธีที่ง่ายกว่าคือหาแอปฯ ธนาคารที่สามารถจัดระเบียบการใช้จ่ายเงินให้เราอัตโนมัติ จัดหมวดหมู่และพอสิ้นเดือนมาก็สร้างรายงานให้เห็นว่าเงินเราออกไปตรงไหนบ้าง แทนที่จะเครียดกับทุกสตางค์

เป้าหมายไม่ใช่การจัดการรายละเอียดทุกอย่าง แต่เป็นการเข้าใจว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น พอเห็นภาพแล้วจึงค่อยไปแก้ไขในรายละเอียด

❌ 4. การลงทุนมีไว้สำหรับคนรวยและคนที่มีเงินพอเท่านั้น

“แนวคิดที่ว่าคุณต้องมีเงินก้อนโตถึงจะเริ่มลงทุนได้นั้น ไม่เพียงล้าสมัย แต่ยังเป็นความเชื่อที่เป็นอันตรายอีกด้วย” เชียร์ชิคอฟกล่าว

สิ่งที่เราต้องเข้าใจคือหลักการ ‘ดอกเบี้ยทบต้น’ ที่จะงอกเงยตามกาลเวลา

ในตอนแรกแม้เงินจะไม่มาก แต่เรามีเวลาเยอะ ให้ลงทุนทีละนิด ผลตอบแทนไม่ต้องมาก ลงกองทุนหุ้นดัชนี S&P500 หรือดัชนีโลก ค่อยๆ หย่อนเงินเข้าไป

ความเข้าใจผิดเรื่องนี้ทำให้คนเมินหน้าหนีการลงทุนมานักต่อนัก ทั้งที่เราสามารถลงทุนได้เลยในตอนนี้แม้จะเป็นแค่เงินก้อนเล็กๆ ก็ตาม

ประเด็นสำคัญคือเราต้องหาความรู้ เลือกลงทุนให้ดี อย่าโลภ และทำอย่างสม่ำเสมอ

❌ 5. จ่ายหนี้ต้องมาก่อนทุกอย่าง

การจ่ายหนี้เป็นสิ่งจำเป็น อันนี้ไม่ผิด แต่การใช้เงินทุกบาทเพื่อจ่ายหนี้ โดยไม่แบ่งมาเก็บออมหรือลงทุนเลย อันนี้จะทำให้กำลังใจหายไปได้ง่ายๆ

เหมือนว่าเราทำงานมาทั้งเดือน เห็นเงินเข้า 100 แล้วก็ออก 100 เลย ปลายทางเหลือ 0

กำลังใจมันหมดเอาได้ง่ายๆ

“คนจำนวนมากจบลงด้วยการวนเวียนใช้หนี้บัตรเครดิตอยู่ตลอดเวลา โดยไม่เคยสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองได้จริงเลย” เชียร์ชิคอฟอธิบาย

ทางที่ดีกว่าคือการหาสมดุล แยกก่อนว่าเงินก้อนไหนจะจ่ายหนี้ (อย่าให้ขาด) เงินก้อนไหนเอาไว้ใช้จ่าย แบ่งออกมาบางส่วนเพื่อเป็นเงินฉุกเฉินให้ตัวเอง ลงทุนได้เท่าไหร่ เพื่อให้เห็นตัวเลขขยับขึ้นมาเล็กน้อย ปลายเดือนเหลือเงินเล็กน้อยยังดีกว่า 0

สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือการวางแผนการเงินไม่ควร ‘จำกัด’ คุณ​ แต่มันควรทำให้คุณมีเป้าหมายที่ชัดเจน รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เห็นทางข้างหน้าแม้จะลำบาก แต่ก็รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง

มันเป็นการออกแบบชีวิตที่ตอบโจทย์เป้าหมายในชีวิตของเรา แต่ในขณะเดียวกันก็เผื่อพื้นที่สำหรับการเติบโต เปลี่ยนแปลงและเหตุการณ์ไม่คาดฝันในชีวิตไว้ในระดับหนึ่งด้วย

วางแผนการเงินก็เหมือนวางแผนทุกอย่าง เราต้องวางแผนเผื่อว่าแผนจะไม่เป็นไปตามแผนที่เราวางไว้ด้วย

มองทีละก้าว ยืดหยุ่น อย่าพุ่งเป้าไปที่ความสมบูรณ์แบบ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save