“เงินสำรองฉุกเฉิน” ของเราต้องมากแค่ไหน? จัดสมดุลใหม่ระหว่างเป้าหมายสูงสุดกับความเป็นไปได้จริง (ซึ่งอาจจะไม่ได้มากขนาดนั้น)

ในแบบสำรวจจากศูนย์วิจัยธนาคารไทยพานิชย์ (SCB EIC) พบว่าคนไทยประมาณ 66% (หรือ 2/3) มีเงินสำรองฉุกเฉินไม่ถึง 3 เดือน
แต่ถ้าเจาะลงไปเฉพาะกลุ่มคนที่รายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท/เดือน ประมาณ 86% มีเงินฉุกเฉินไม่ถึง 3 เดือน และ กลุ่มคนที่รายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/เดือน ประมาณ 79% มีเงินฉุกเฉินไม่ถึง 3 เดือน และส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน อายุ 31-40 ปี
ดูตัวเลขตรงนี้บอกเลยครับว่าน่ากลัวไม่น้อย หากเกิดอะไรขึ้นมา การมีเงินสำรองไม่ถึง 3 เดือนแบบนี้ค่อนข้างอันตรายทีเดียว
(ซึ่งไทยก็ไม่ใช่ประเทศเดียวหรอกที่เป็นแบบนี้ อย่างที่อเมริกาเองก็เพิ่งมีตัวเลขสำรวจจาก Bankrate ที่บอกว่า Gen Z ประมาณ 73% และ Millennials ประมาณ 64% มีเงินสำรองฉุกเฉินไม่ถึง 3 เดือน เช่นกัน)
ทุกคนรู้ครับว่า ‘เงินสำรองฉุกเฉิน’ เป็นสิ่งที่จำเป็น นักวางแผนการเงินและผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินทุกคนเห็นตรงกันในเรื่องนี้
แม้บางคนจะบอกว่ามีสัก 6 เดือนก็ได้ แต่บางคนก็บอก 12 เดือนปลอดภัยกว่า แต่ก็มีกลุ่มที่เน้นความปลอดภัยมากๆ ที่บอกว่า 24 เดือนไปเลย เผื่อเหลือดีกว่าเผื่อขาด
แต่ละคนก็มองแตกต่างกันไป อันนี้ไม่เป็นไร
ประเด็นย้อนกลับมาที่สถิติที่เราอ่านกันตั้งแต่บรรทัดแรกนั่นแหละคือคนส่วนใหญ่มีเงินสำรองฉุกเฉินไม่ถึง 3 เดือนเลย การจะเก็บให้ได้ 6 เดือน, 12 เดือน หรือ 24 เดือน มันดูเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่มากๆ
ไรอัน เออร์มีย์ (Ryan Ermey) นักข่าวอาวุโสสายการเงินจากเว็บไซต์ CNBC อธิบายว่าเหตุผลหนึ่งที่เป็นแบบนั้นก็เพราะ การคำนวณเงินสำรองฉุกเฉินตรงนี้ มาจากรายจ่ายที่เราจ่ายในแต่ละเดือนในเวลานี้ ตอนที่ยังมีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมออยู่ ซึ่งยังไม่ได้ตัดค่าใช้จ่ายที่สามารถตัดออกได้จริงๆ ต่างหาก
พูดอีกอย่างหนึ่งคือว่า ‘เงินสำรองฉุกเฉิน’ จะถูกใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจำนวนของมันควรเป็นเงินก้อนที่เราตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปแล้วมากกว่า
“เมื่อวางแผนสำหรับเงินฉุกเฉิน สิ่งสำคัญคือต้องสร้างสมดุลระหว่างเป้าหมายที่สูงสุดกับความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ" อลิสัน บาสโซ (Alyson Basso) ที่ปรึกษาด้านการเงินอธิบายเพิ่มถึงประเด็นนี้
การเก็บเงินฉุกเฉินอย่างที่บอกเป็นเรื่องที่ดี แต่พอคูณด้วย 6 คูณด้วย 12 หรือ 24 เข้าไป ตัวเลขมันก็ทำให้ท้อแท้ได้เหมือนกัน
บาสโซกล่าวต่อว่า สิ่งที่จะทำให้เป้าหมายนี้บรรลุได้ง่ายขึ้น และท้ายที่สุดก็มีประโยชน์มากขึ้น คือการคิดเรื่องการเก็บเงินสำรองฉุกเฉินให้ได้เท่ากับ “ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นจริงๆ” แทนที่จะเป็น “ค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้ชีวิตในปัจจุบันของคุณ"
เพราะเงินสำรองฉุกเฉินเป็นเหมือน ‘กันชน’ เผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
หากมีอะไรเกิดขึ้น เช่นตกงาน บริษัทเจ๊ง เศรษฐกิจล่ม ฯลฯ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเราก็คงไม่เหมือนเดิม ต้องรัดเข็มขัดมากขึ้น
ยกตัวอย่าง
สมมุติว่าตอนช่วงเวลาปกติค่าใช้จ่ายสำหรับใช้ชีวิตในแต่ละเดือนตกอยู่ราวๆ 30,000 บาท แต่ถ้าลองมาตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างเช่นการชอปปิงสินค้าฟุ่มเฟือย สมาชิกยิมที่ไปบ้างไม่ไปบ้าง บริการสตรีมมิ่งที่มีสามสี่อัน การกินข้าวนอกบ้านอาทิตย์ละสี่ห้าครั้ง ฯลฯ (แต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนะครับ ตัดได้มากน้อยต่างกันไป)
น่าจะบีบค่าใช้จ่ายให้เหลือสัก 20,000 บาท ต่อเดือนได้อยู่
ทีนี้สมมุติอยากเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน 12 เดือน
แทนที่จะเป็นเงิน 30,000 * 12 = 360,000 บาท
ก็จะเป็น 20,000 * 12 = 240,000 บาท แทน
อย่างหนึ่งที่ต้องเข้าใจคือ 'เงินสำรองฉุกเฉิน' จะถูกหยิบมาใช้แค่ชั่วคราวในสถานการณ์ที่ฉุกเฉินจริงๆ เราต้องรีบหาทางแก้ไขสถานการณ์ตรงนั้น เพื่อให้สถานการณ์ทางการเงินของเรากลับมาเป็นปกติอีกครั้งอย่างเร็วที่สุด
มันเป็นเงินก้อนที่มีไว้เพื่อความอุ่นใจ ไม่ใช่เงินที่เราจะพึ่งพามันไปในระยะยาว
การปรับเป้าหมายเงินฉุกเฉินให้เหลือแค่สิ่งที่จำเป็นจริงๆ แบบนี้ไม่เพียงแต่ทำให้มันดูน่ากลัวน้อยลง แต่ยังไปถึงง่ายขึ้นด้วย
ทั้งนี้ทั้งนั้นครับ เราต้องนั่งคำนวณดีๆ ว่าเราต้องการ ‘กันชน’ หนาแค่ไหน หากคิดว่า 12 เดือนเยอะไป เพราะมีสามี/ภรรยาที่มีรายได้มั่นคงหรือพอจะช่วยเหลือได้หากจำเป็น หรือบางคนอาจจะเป็นคนเดียวที่หาเงินเข้าบ้าน 12 เดือนไม่พอ ขอ 24 เดือนเลยละกัน เผื่อตกงาน หางานที่เหมาะกับความถนัดน่าจะยาก สุดท้ายมันอยู่ที่สถ
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

