ป้องกันยังไงเมื่อความโดดเดี่ยวและความเหงากลายเป็นช่องโหว่ให้ผู้สูงอายุกลายเป็นเป้าของเหล่ามิจฉาชีพ?

ป้องกันยังไงเมื่อความโดดเดี่ยวและความเหงากลายเป็นช่องโหว่ให้ผู้สูงอายุกลายเป็นเป้าของเหล่ามิจฉาชีพ?

เหล่ามิจฉาชีพกำลังระบาดหนักในกลุ่มผู้สูงอายุ Thaipbs รายงานข้อมูลจากตำรวจไซเบอร์ว่า ในช่วงปี 2565 ถึง มิถุนายน 2567 กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป กว่าจำนวน 25,951 คน ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

หลอกง่ายได้เงินไว คือคำจำกัดความที่มิจฉาชีพนิยามเหยื่อผู้สูงอายุ

เหตุผลสำคัญที่กลุ่มมิจฉาชีพจ้องจะหลอกกลุ่มผู้สูงอายุเพราะคนกลุ่มนี้มีเงินเก็บสะสมจากตลอดชีวิตการทำงาน แต่มักขาดความรู้ด้านเทคโนโลยีที่จำเป็นในการป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพ

เรื่องน่ากังวลก็คือเมื่อผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อการฉ้อโกง พวกเขามีแนวโน้มจะสูญเสียเงินมากกว่าเหยื่ออายุน้อยกว่า และมีโอกาสในการฟื้นฟูสถานะทางการเงินจำกัดกว่า เมื่อมิจฉาชีพขโมยเงินเก็บของพวกเขาสำเร็จมันจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการใช้ชีวิต สุขภาพจิต และความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขา

ความโดดเดี่ยวและการขาดการดูแลจากคนในครอบครัว เป็นช่องโหว่สำคัญที่เปิดโอกาสให้มิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวงได้ง่าย

ตำรวจไซเบอร์เปิดเผยข้อมูลว่าปัจจุบันเรามีจำนวนประชากรสูงอายุราว 13 ล้านคน โดยผู้สูงอายุที่โดนหลอกมักจะติดโทรศัพท์ ใช้โซเชียลมีเดียคนเดียวตอนกลางวัน และชอบแชร์ความเป็นส่วนตัวในเฟซบุ๊ก มิจฉาชีพที่ทำงานเป็นขบวนการ จะจับตา และเจาะฐานข้อมูลที่แชร์บนช่องทางต่าง ๆ เพื่อหาข้อมูลส่วนตัวและพฤติกรรม

เมื่อรวบรวมข้อมูลส่วนตัวได้ระยะหนึ่งมิจฉาชีพจะเลือกหาวิธีการที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นจะติดต่อหาเหยื่อโดยตรงไม่ว่าจะเป็นการโทรหา ทักไลน์ ทักข้อความเพื่อหลอกล่อให้ตายใจ โดยใช้จิตวิทยาหลอกล่อเพราะรู้ว่าเมื่ออยู่คนเดียวผู้สูงอายุมักจะคิดไม่ทัน

วิธีการหลอกของเหล่ามิจฉาชีพ

มีหลากหลายรูปแบบ

ตั้งแต่การหลอกให้รักผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ออนไลน์ การหลอกให้กดลิงก์ซื้อสินค้าปลอม การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อหลอกขอข้อมูลส่วนตัว ไปจนถึงการหลอกให้ทำธุรกรรมทางการเงินที่ไม่ปลอดภัย หลอกให้ออมเงินเกษียณ ทั้งหมดนี้ล้วนอาศัยความไว้ใจและความไม่รู้เท่าทันเทคโนโลยีของผู้สูงอายุเป็นสำคัญ

รู้ทันมิจฉาชีพ

ก่อนโอนต้องดู 5 จุดสำคัญ นี้

1. ถ้าถูกชวนให้ลงทุนต้องตรวจสอบที่มาของข้อมูลก่อน

เช่น บริษัทที่เป็นนายหน้าจำหน่ายหุ้นได้ต้องได้รับอนุญาตจาก กลต. โดยตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ https://market.sec.or.th/LicenseCheck/Search

2. ตรวจสอบบัญชี Facebook ดูว่าบัญชีที่ใช้เป็นบัญชีทางการ (Official) และมีเครื่องหมาย ☑️ หรือไม่ รวมถึงไม่ลืมที่จะตรวจสอบความโปร่งใสของเพจ (ประวัติการสร้างเพจ, ประวัติการเปลี่ยนชื่อ, คนจัดการเพจควรอยู่ในไทย)

3. สังเกตว่ามีการกดอิโมชันแสดงอารมณ์โกรธ (กดโกรธ) มากหรือไม่ หากมีการกดโกรธในโพสต์มากก็เป็นไปได้ว่าเพจนั้นเป็นเพจปลอม

4. ตรวจสอบเบอร์โทรกับ Whoscall แอปพลิเคชันตรวจสอบเบอร์โทรเพื่อเช็กข้อมูลเบื้องต้นของเบอร์ที่ไม่รู้จัก https://whoscall.com/th

5. ตรวจสอบบัญชีผู้ขายใน https://www.blacklistseller.com/ เว็บไซต์นี้เป็นเว็บไซต์ช่วยตรวจสอบรายชื่อรวมถึงเลขที่บัญชีของผู้ขาย เพื่อเช็กประวัติว่าเคยมีการฉ้อโกงหรือไม่

???? กลลวงยอดฮิตช่วงนี้

กรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่ากลลวงมิจฉาชีพที่กำลังแพร่หลายในช่วงนี้คือการแอบอ้างเป็นหน่วยงานของรัฐ ส่ง SMS ชวนให้เช็กสิทธิเงื่อนไขเงินดิจิทัล 10,000 บาท แนบรูปนายกฯ หากกดลิงก์เข้าไประบบจะถูกล็อก ทำให้มิจฉาชีพดูดเงินในบัญชีธนาคารออกไปได้

ไม่ทันแล้ว โดนมิจฉาชีพหลอกเข้าแล้วต้องทำยังไงต่อ ?

https://www.chaladohn.com แพลตฟอร์มร่วมมือระหว่างหน่วยงานราชการและหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนงานป้องกันและปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์ที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ให้คำแนะนำไว้ว่า

“ในกรณีที่ถูกหลอกและให้ข้อมูลกับมิจฉาชีพเรียบร้อยแล้ว ต้องรีบเก็บภาพหน้าข้อมูลทั้งหมดเพื่อแจ้งความกับตำรวจทันที”

ช่องทางลงทะเบียนคุ้มครองสิทธิรับเงินคืนจากแก๊งคอลเซนเตอร์????

ข่าวจากกรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า ล่าสุด (5 กรกฎาคม 2567) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ยึดทรัพย์เป็นของกลางแล้วมูลค่ารวมกันประมาณ 10,000,000,000 บาท

โดยทรัพย์สินที่ยึดได้จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต้องเฉลี่ยทรัพย์คืนให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหาย หลังจาก ปปง. ยึดทรัพย์มาแล้ว โดยจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับการยึดทรัพย์ภายใน 90 วัน เพื่อให้ประชาชนมายื่นคำร้องขอรับการคุ้มครองสิทธิ ซึ่งผู้เสียหายจะได้รับเงินชดใช้คืนเมื่อศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุดให้ผู้เสียหายได้รับเงินชดใช้คืนแทนการสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

✍️ สำหรับผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

สามารถยื่นคําร้องขอคุ้มครองสิทธิ ผ่าน 3 ช่องทาง

1. ยื่นด้วยตนเอง ณ สํานักงาน ปปง.

2. ยื่นทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

ส่งถึง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เลขที่ 422 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โดยวงเล็บ 2 มุมซองด้านบนว่า “ส่งแบบคําร้องขอคุ้มครองสิทธิรายคดี..”

3. ยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทาง https://khumkrongsit.amlo.go.th หรือ สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-219-3600 หรือ โทร 1710

หากถูกหลอกสามารถแจ้งความออนไลน์ที่ https://www.thaipoliceonline.com
สอบถามที่เบอร์ 1441 หรือ 081-866-3000

ในปัจจุบันที่มิจฉาชีพปรับตัวและหาวิธีการหลอกลวงได้อย่างรวดเร็ว นอกจากการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภัยออนไลน์ผู้สูงอายุอย่างสม่ำเสมอแล้ว ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว เพราะการให้เวลาและความใส่ใจกับผู้สูงอายุจะช่วยลดความโดดเดี่ยวและความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้อย่างมาก

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save