เศรษฐกิจแบบนี้ รามิตร เศรษฐี “แนะนำให้มี เงินสำรอง 12 เดือน” และ 6 วิธีสร้างกองทุนฉุกเฉินให้เร็วที่สุด

รามิตร เศรษฐี (Ramit Sethi) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาทางการเงิน ที่คอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาการเงินในรายการพอดแคสต์ “I Will Teach You To Be Rich”
เขาเป็นเศรษฐีร้อยล้านที่สร้างความมั่งคั่งด้วยตัวเอง และผู้เขียนหนังสือขายดี “ผมจะสอนให้คุณรวย” ที่ติดอันดับหนังสือขายดีของ The New York Times คอนเทนต์ส่วนใหญ่ของเขาจะพูดถึงเรื่องการเงินส่วนบุคคล และการเงินคู่รัก รวมถึงความผิดพลาดทางการเงินที่ควรหยุดทำ ถ้าเราอยากจะมีชีวิตที่ร่ำรวย
ในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ เขาก็ได้มาทวิต ผ่านแพลตฟอร์ม X เกี่ยวกับ วิธีสร้างกองทุนฉุกเฉินให้ได้ 12 เดือนให้ไวที่สุด แต่ก่อนจะเข้าสู่วิธีสร้างกองทุนฉุกเฉิน เรามาทำความเข้าใจคร่าวๆ อีกทีว่าทำไมต้องสร้างกองทุนฉุกเฉินถึง 12 เดือนและ มันเกินกว่า 12 เดือนได้ไหม
ทำไมเราต้องสร้าง “กองทุนฉุกเฉิน” ให้พอใช้ถึง 12 เดือน?
กองทุนฉุกเฉิน คือ เงินที่กันไว้ใช้ใน “สถานการณ์ไม่คาดฝัน” เช่น ตกงาน เจ็บป่วย ธุรกิจรายได้ลดฮวบ เกิดเหตุจำเป็นต้องจ่ายเงินก้อน เช่น รถพัง บ้านรั่ว ฯลฯ
ถ้าไม่มีเงินสำรองเลย เราอาจต้องกู้ ยืม หรือรูดบัตรเครดิต ซึ่งดอกเบี้ยสูงมาก และทำให้สถานการณ์ที่แย่ กลายเป็น “แย่กว่าเดิม” ได้ง่ายมาก
ซึ่งจริงๆ แล้วจำนวนเงินสำรองควรมีกี่เดือน มันขึ้นอยู่กับ “ความเสี่ยงในชีวิต” ของแต่ละคน ยิ่งเรามีความเสี่ยงสูง หรือรายได้ไม่แน่นอน กว่าจะหางานใหม่หรือสร้างรายได้ใหม่ได้อาจต้องใช้เวลา และมีภาระระหว่างนั้นที่ต้องจ่ายต่อเนื่อง เช่น ค่ากินอยู่ ค่าผ่อนบ้าน ค่ารักษาพยาบาล ฯลฯ ดังนั้น การมีเงินสำรองไว้ยังไงก็อุ่นใจกว่า
โดยทั่วไปแล้ว รามิตร เศรษฐี ก็เหมือนกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินทั่วไปที่จะแนะนำให้เราเก็บเงินสำรองไว้ไม่เกิน 3-6 เดือน ในบัญชีธนาคารเพื่อที่เราจะถอนออกมาเมื่อไหร่ก็ได้ในกรณีฉุกเฉิน (อย่าเอาเงินฉุกเฉินไปลงทุนหรือทำให้มันอยู่ในสภาพคล่องต่ำนะ เพราะเงินฉุกเฉินจำเป็นต้องใช้ ต้องได้ใช้และขาดทุนไม่ได้)
แต่รอบนี้เขาบอกว่า “ผมขอแนะนำกองทุนฉุกเฉิน 12 เดือน ซึ่งถือเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ที่ผมแนะนำให้เก็บเงินสำรองเท่านี้ ครั้งสุดท้ายคือช่วงโควิด และนี่เป็นเพราะความไม่แน่นอนมหาศาลที่เกิดจากภาษีศุลกากร (tariffs)”
อีกทั้ง รามิตรยังบอกกับ Business Insider ไว้ด้วยว่าสำหรับคนที่อยากเพิ่มผลตอบแทนในช่วงตลาดซบเซา เขาเตือนว่า “อย่าลงทุนมากเกินกว่าที่คุณทำเป็นปกติ”
เพราะหนึ่งในความผิดพลาดที่คนทำกันตอนนี้ คือยังพยายามจะบีบผลตอบแทนจากการลงทุนให้ได้มากที่สุด แม้จะเป็นแค่ส่วนนิดเดียวก็ตาม
“หลายคนคิดว่า ‘เฮ้ย ตอนนี้ตลาดตก งั้นฉันลงทุนเพิ่มเลยดีมั้ย?’ ฟังดูฉลาดนะ แต่จริง ๆ แล้ว นั่นก็คือการพยายามจับจังหวะตลาด (Market Timing) เหมือนกับตอนที่บางคนจะขายหุ้นเพราะตลาดอยู่ในช่วงขาลง — แค่ครั้งนี้คุณเป็น ‘คนซื้อ’ ไม่ใช่ ‘คนขาย’ ก็เท่านั้นเอง” รามิตร กล่าว
ถ้าคุณมีเงินเหลือในช่วงนี้ เขาแนะนำว่า
“เอาไปเก็บในบัญชีเงินฝาก เพื่อสร้าง ‘กองทุนฉุกเฉิน’ หรือ ‘เงินสำรองเผื่อเหตุไม่คาดฝัน’ มันจะเป็นประโยชน์มากกว่าการเอาไปเสี่ยงลงทุน เพราะถ้าคุณโดนเลย์ออฟขึ้นมา เงินตรงนั้นจะช่วยคุณได้ทันที”
วิธีสร้างเงินสำรองฉุกเฉินให้ได้ไวที่สุด ตามฉบับ รามิตร เศรษฐี
สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือ “หักใช้จ่าย”
1. ตัดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
ให้ลงมืออย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว แล้วนำเงินส่วนนั้นไปออมแทน ในที่นี้คุณรามิตรเขาได้ทำเทมเพลต Conscious Spending Plan ไว้ เพื่อช่วยคนแยกค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายใดควรรักษาไว้ และค่าใช้จ่ายใดควรตัดออก (แปะไว้ที่คอมเมนต์)
2. ชะลอการใช้จ่ายก้อนใหญ่
ไม่ว่าจะเป็นการซื้อรถหรือย้ายบ้าน ช่วงนี้มีความเสี่ยงสูง เขาแนะนำให้เลี่ยงการใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ เพราะมันมักจะมีค่าใช้จ่ายแฝงตามมาเสมอ
3. ยืดค่าใช้จ่ายที่เคยชินบางรายการออกไป
รามิตรบอกว่า ค่าใช้จ่ายบางอย่างเรา “เคยชิน” ว่าต้องทำบ่อย แต่จริง ๆ แล้วถ้าลดความถี่ลง ก็ไม่ได้เสียคุณภาพชีวิตมากนัก และยังประหยัดได้เยอะ เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ที่หลายคนมักมองข้ามวิธีนี้เมื่อหาวิธีประหยัด
เช่น สมมติคุณตัดผมทุกเดือน เดือนละ 800 บาท
ถ้าคุณยืดเวลาตัดออกไปเป็นตัดทุก 2 เดือน = ปีหนึ่งจ่ายแค่ 6 ครั้ง = ประหยัดได้ 4,800 บาทต่อปี
การลงทุน
4. ถ้าคุณจ่ายหนี้ดอกเบี้ยต่ำมากเกินไป (เช่น ดอกเบี้ยบ้าน 3%) ให้พิจารณาขอหยุดชำระชั่วคราว
แล้วนำเงินส่วนนั้นมาออมจะดีกว่า (ในความเห็นของเขา) เพราะการมีเงินก้อนสำรองไว้ในช่วงนี้มีค่ามากกว่าการรีบจ่ายหนี้ดอกต่ำให้หมด
5. พิจารณาลดเงินลงทุนในกองทุนเกษียณ
รามิตรไฮไลต์ข้อนี้ไว้ว่า
เรื่องสำคัญ : โปรดอ่าน ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง เช่น เป็นครอบครัวที่มีรายได้ทางเดียว มีลูก และการตกงานคือหายนะครั้งใหญ่ ให้พิจารณาลดการลงทุนในช่วงนี้ ผมแนะนำให้ลดแค่พอให้ยังได้ matching จากนายจ้าง หรืออาจลดการลงทุนใน Roth IRA ก็ได้ การหยุดลงทุนไม่กี่เดือนอาจไม่กระทบในระยะยาว แต่การมีเงินสดก้อนใหญ่ตอนนี้จะช่วยป้องกันความเสี่ยงได้มาก คุณมีทางเลือกหลายอย่าง
6. สุดท้าย — และควรหลีกเลี่ยงที่สุด
พิจารณาลดการจ่ายหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง (7% ขึ้นไป โดยเฉพาะบัตรเครดิต) เพราะตอนนี้มีสิ่งอื่นที่ควรทำก่อนมาถึงจุดนี้มากมาย
ก่อนจบคำแนะนำ รามิตรบอกไว้ว่า “มีหลายอย่างที่ต้องทำก่อนที่สถานการณ์นี้จะเกิด แต่ผมแบ่งปันสิ่งนี้ให้คุณทราบไว้ก่อน โปรดทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำได้ก่อนที่จะเกิดสถานการณ์ที่เราไม่คาดคิด”
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

