เห็นเเต่สิ่งเดิมซ้ำๆ อาจทำให้ขาดทุนซ้ำๆ เช่นกัน รู้จัก “อคติยึดติดอดีต” ตัวการที่บิดเบือนการตัดสินใจลงทุนแบบที่เราไม่รู้ตัว

เห็นเเต่สิ่งเดิมซ้ำๆ อาจทำให้ขาดทุนซ้ำๆ เช่นกัน รู้จัก “อคติยึดติดอดีต” ตัวการที่บิดเบือนการตัดสินใจลงทุนแบบที่เราไม่รู้ตัว

ทุกการลงทุนมีความยากและความซับซ้อนแฝงอยู่ในทุกตลาด ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขข้อมูลทางการเงิน หรือกราฟการเคลื่อนไหวต่างๆ แต่ยังมีเรื่องภายในที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาของเราเอง ที่การลงทุนแต่ละครั้งเต็มไปด้วยความคิดมากมายที่มีผลต่อการตัดสินใจของเรา

หนึ่งในกับดักทางจิตวิทยาที่เจอกันบ่อย และทำให้เราที่เป็นผู้ลงทุนต้องเสียโอกาสหรือขาดทุนหนัก คือ กับดักอคติยึดติดกับอดีต (Recency Bias) หลายคนอาจจะเคยเกิดกับดักนี้กับตัวเองแต่ไม่รู้ตัว เราไปดูกันดีกว่าว่ามันคืออะไร

อคติยึดติดอดีต คืออะไร?

เป็นความคิดหรือพฤติกรรมของเราที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลหรือข่าวเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ มากเกินไปเวลาที่ต้องตัดสินใจ โดยที่เราไม่ค่อยนึกถึงสิ่งที่จะเกิดในระยะยาวหรือภาพรวมใหญ่ๆ

อคติยึดติดอดีต กับ การลงทุน

สำหรับเรื่องการลงทุน การยึดติดในอดีตทำให้การตัดสินใจของเราไม่เฉียบคม เพราะการที่เราเห็นหุ้นหรือสินทรัพย์บางอย่างให้ผลตอบแทนดีในช่วงที่ผ่านมา เราก็จะเผลอคิดไปเองว่าในอนาคตมันก็จะยิ่งดีต่อไป ทำให้การตัดสินใจในการลงทุนของเราขาดการวิเคราะห์ข้อมูลให้ดี ซึ่งอาจทำให้การตัดสินใจผิดพลาดและขาดทุนได้ในที่สุด

ในทางกลับกัน ถ้าเรายึดติดแต่เห็นสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่ดีมากนักในอดีต เราก็หลงเชื่อภาพลวงตา ถ้ายังไม่ศึกษาให้ดี อาจจะเป็นโอกาสในการลงทุน หรือพลาดโอกาสลงทุนได้

ฟองสบู่ดอทคอม (Dot-com Bubble) กับอคติยึดติดอดีต

เหตุการณ์ฟองสบู่ดอทคอมเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เราเห็นตัวอย่างนี้ได้ดี ฟองสบู่ดอทคอมส่งผลกระทบกับการลงทุนเป็นวงกว้าง ในช่วงปี ค.ศ. 1990 ตลาดหุ้นเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเติบโตอย่างรวดเร็ว นักลงทุนส่วนใหญ่แห่กันเข้าซื้อหุ้นบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ เพราะผลตอบแทนที่สูงและต่อเนื่อง ทำให้มีการเก็งกำไรอย่างหนักในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

นักลงทุนที่เก็งกำไรได้รับผลตอบแทนสูงในช่วงก่อนหน้านั้น ได้เทขายหุ้นอย่างรวดเร็วเมื่อตลาดเริ่มมีสัญญาณถดถอยในปี 2000 ถึงบริษัทบางบริษัทจะยังมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและโอกาสเติบโตในระยะยาว แต่ราคาที่นักลงทุนเก็งกำไรนั้นสูงกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นไปมาก ทำให้ใครก็ตามที่ยึดติดกับผลตอบแทนในอดีตว่าตลาดจะขึ้นไปต่อ เสียเงินไปไม่น้อย

บริษัทตัวอย่างอย่าง Amazon แพลตฟอร์ม E-commerce และผู้นำการให้บริการ cloud ในปัจจุบัน ที่หุ้นตกหนักในช่วงนั้นแต่กลับฟื้นตัวกลับมาและเติบโตมาแข็งแกร่งในระยะยาว

แต่นักลงทุนที่ตัดสินใจขายหุ้นในช่วงฟองสบู่แตกเพราะยึดติดกับขาลงล่าสุด ก็พลาดโอกาสในการรับผลตอบแทนมหาศาลในอนาคต แล้วถ้าเราจะรู้เท่าทันตัวเองไม่ให้เสียทั้งเงินเสียทั้งโอกาสจากการยึดติดในอดีต ทำยังไงได้บ้าง ไปดูต่อกันเลย

วิธีทำให้ไม่ติดกับดักอคติยึดติดอดีต

1. ใช้ข้อมูลเป็นตัวนำ ไม่ใช่อารมณ์

ก่อนตัดสินใจลงทุน ให้ดูข้อมูลระยะยาว ไม่ใช่แค่พาดหัวข่าว ความรู้สึกของเราอาจหลอกเราได้ แต่ข้อมูลตัวเลขไม่เคยโกหกเรา การวิเคราะห์และมั่นใจในข้อมูลที่หามา จะทำให้เรากล้าถือครองการลงทุนในช่วงที่ตลาดตกเพียงชั่วคราว

2. ระวังความมั่นใจมากเกินไป

เปิดใจรับมุมมองใหม่ๆ ถึงเราไม่เห็นด้วย แต่มันช่วยให้เราเห็นข้อมูลในมุมอื่นๆ ความมั่นใจเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่ามั่นใจจนไม่เปิดรับข้อมูลอื่นๆ

3. วางแผน

แผนการเงินที่ชัดเจนจะช่วยให้เรามีสติ ไม่ตามกระแสหรืออารมณ์ตลาดในระยะสั้น การกำหนดเป้าหมายให้ชัด เช่น การเกษียณ การนำเงินไปต่อยอด จะช่วยลดอคติที่เกิดขึ้นได้ ทำให้เราย้อนกลับมามองเป้าหมายแทนที่จะตอบสนองกับตลาดทันที

4. กระจายการลงทุน

เราจะติดกับดักได้ถ้าเราพยายามคาดเดาตลอดเวลา การกำหนดสัดส่วนการลงทุน เช่น แบ่งเงินระหว่างหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ ฯลฯ ช่วยให้เรามีวินัยโดยไม่ต้องพึ่งการคาดเดา

กับดักอคติยึดติดอดีตเป็นตัวอย่างของกับดักจิตวิทยาที่ทำให้นักลงทุนเสียโอกาสและขาดทุน หากไม่ระวัง การตัดสินใจลงทุนที่ดีจึงต้องพึ่งความรอบคอบ และการตัดสินใจโดยไม่ยึดติดกับข้อในอดีตเพียงอย่างเดียว สิ่งที่เราคิดว่าดีอาจไม่ได้ดีในอนาคต สิ่งที่เราคิดว่าไม่ดี อาจจะดีในอนาคต เพราะอย่างนั้นเราจึงต้องดูภาพรวมของตลาดและปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย

เรียบเรียงโดย: ณัฐวีร์ เชี่ยวพัทธยากร

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save