สวัสดีครับ นักลงทุนทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่งในคลินิกกองทุนแห่งนี้ครับ เมื่อนานมาแล้วในสมัยที่ผมเพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้เรื่องการลงทุนใหม่ ๆ นั้น อาจารย์ที่สอนเรื่องการประเมินมูลค่าหุ้น และการวิเคราะห์การลงทุนของผมได้สอนเรื่องการคัดเลือกหุ้นในอีกมุมหนึ่งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเลข หรือที่เรามักจะเรียกว่าการคัดเลือกเชิงคุณภาพครับ

โดยการคัดเลือก เราก็จะดูจาก แนวทางการบริหารงาน เศรษฐกิจ ปัจจัยที่เอื้อประโยชน์ให้ และกลยุทธ์ต่าง ๆ ของบริษัท ฯ ที่จะใช้เพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่งขันในระยะยาว รวมถึง ธรรมาภิบาลของบริษัท ฯ ครับ เช่น การไม่ปั่นหุ้น มีความโปร่งใสของการถือหุ้น และการบริหาร โดยที่สามารถตรวจสอบผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบริษัท ฯ ได้อย่างชัดเจนมีที่มาที่ไป

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการคัดเลือกหุ้นแบบนี้ จะทำให้เราได้หุ้นที่ดีและไว้วางใจได้ในการลงทุนระยะยาวมากขึ้น โดยเรานำมาใช้ควบคู่กับการประเมินเชิงตัวเลขครับ

แต่พอผมลงทุนเองจริง ๆ ผมมองว่าเรื่องนี้สำคัญกว่าเรื่องตัวเลขเสียด้วยซ้ำครับ

น่าสนใจใช่ไหมละครับ ว่าทำไมผมคิดว่ามันสำคัญมากขนาดนั้น วันนี้ผมจะเล่าให้ฟังถึงกองทุนที่มีนโยบายการเลือกหุ้นที่จะลงทุนด้วยวิธีเชิงคุณภาพแบบนี้ครับ

การพิจารณาการลงทุนเชิงคุณภาพจริง ๆ แล้วก็มีหลากหลายวิธีครับ โดยวิธีที่ผมจะยกตัวอย่างมาก็คือ การพิจารณาเรื่อง “ธรรมาภิบาลของบริษัท ฯ” ที่เราจะลงทุนด้วยครับ

ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการอยู่รอด และเติบโตของบริษัท ฯ ในระยะยาว เพราะว่า

ถ้าบริษัทมีการบริหารจัดการบริษัทที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ทั้งลูกค้า ผู้ถือหุ้น และมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ก็เหมือนกับคนที่น่าไว้วางใจว่าจะทำธุรกิจอย่างดี ไม่ออกนอกลู่นอกทาง นักลงทุนต่างประเทศ หรือว่านักลงทุนสถาบันต่าง ๆ ก็อยากที่จะมาลงทุนด้วย ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนนั้น ๆ มีโอกาสที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วไปครับ

บางครั้งการที่มีทุจริตเกิดขึ้นนั้นจะทำให้มี “ต้นทุน” ในการดำเนินกิจการที่สูงมากขึ้น เสมือนกับปิดโอกาสที่บริษัทจะเติบโตในระยะยาวได้อีกด้วยครับ

เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีตกับบริษัท ฯ ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง 'ENRON' ครับ (ใครสนใจประวัติของบริษัท ฯ นี้ ผมแนะนำให้ดูใน YouTube ได้เลยนะครับ) ที่ปกปิดต้นทุนที่สูง และการทำตัวเลขทางบัญชีเพื่อให้เกิดรายได้ในอนาคตที่มากขึ้น อีกทั้งผู้บริหารเองก็พยายามเอาเงินของพนักงานไปลงทุนในหุ้นของบริษัท ฯ ตัวเองอีกด้วยครับ จนสุดท้ายใครหลาย ๆ คนไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน หรือว่าพนักงานบริษัท ฯ ของ ENRON เองก็ต้องหมดเงินที่เก็บมาทั้งชีวิตไปกับหุ้นตัวนี้ครับ

คราวนี้เรามาดูประเด็นที่ผมว่าน่าสนใจมาก ๆ ก็คือ ถ้าหากเราเอาผลวิเคราะห์การลงทุนที่เป็นเชิงตัวเลข จากการเลือกหุ้นที่เป็นเชิงคุณภาพก็จะเห็นได้ว่า ตัวเลขของการลงทุนนั้น มันดีขึ้นจริง ๆ ผลตอบแทนก็ดีขึ้น

โดยหน่วยงาน และ โครงการที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณภาพการกำกับดูแลกิจการ ที่มีอยู่ในประเทศไทยก็มี สถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือ IOD และอีกโครงการก็คือ โครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต ที่มีหลาย ๆ องค์กรร่วมมือกันจัดตั้งขึ้นมา

หลาย ๆ ท่านคงจะอยากทราบแล้วใช่ไหมครับ ว่ามีกองทุนไหนที่ไปลงทุนกับบริษัท ฯ เหล่านี้

จริง ๆ ต้องบอกว่าตอนนี้มีประมาณ 11 บลจ. ที่เข้าร่วมโครงการ “กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย” (CG Fund) ซึ่งจะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีธรรมาภิบาลดี ซึ่งผ่านการคัดกรองโดยเกณฑ์การพิจารณาที่กำหนดโดยคณะกรรมการกำหนดหลักทรัพย์ และหลักเกณฑ์ในการลงทุนกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย แต่บลจ. ต่างๆ จะจัดตั้งกองทุนของตนเองโดยมีนโยบายและสไตล์การลงทุนที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความหลากหลาย และสามารถหากลยุทธ์มาลงทุนให้ผลตอบแทนดีขึ้นไปอีกครับ

คราวนี้ เรามาถึงกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทยที่เปิดขาย ซึ่งผมว่ามีความน่าสนใจในเรื่องกลยุทธ์การลงทุน

นั่นก็คือ “กองทุน KFTHAICG” ครับผม โดยกองทุนนี้มีความน่าสนใจดังนี้ครับ

  • เป็นกองทุนที่ลงทุนในบริษัท ฯ ที่มี CG Scoring ตามหลักเกณฑ์ของ IOD ไม่ต่ำกว่า 4 ดาว และเป็นบริษัท ฯ ที่ผ่านรับรองเป็นสมาชิก CAC หรือ