[Review] 4 ขั้นตอนบริหารเงินของคู่รัก เพื่อล้มยักษ์ที่ชื่อว่า “วินัยการเงิน”
อุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งของคนที่อยากจะเก็บเงินเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว หรือเพื่อให้มีเงินเพียงพอสำหรับเป้าหมายที่ต้องการ ก็คือ “ความไม่มีวินัย” เพราะพอเก็บเงินมาได้ไม่เท่าไหร่ เดี๋ยวก็จะเจอสิ่งล่อตาล่อใจ ชวนให้ต้องควักเงินมาซื้อเพื่อสนองความอยากอยู่เรื่อยไป ไม่ว่าจะเป็นรองเท้ารุ่น unlimited, กระเป๋าใบใหม่. เครื่องสำอางและเสื้อผ้า on sale, ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่มีคู่หรือครอบครัว เพราะพอมีครอบครัวแล้ว รายจ่ายต่างๆ ทั้งจำเป็นและไม่จำเป็นก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
แม้ค่าใช้จ่ายในปัจจุบันจะสำคัญ แต่อย่าลืมว่า เราเองก็ต้องเก็บเงินเพื่อเป้าหมายการเงินในอนาคตระยะยาวซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตคู่แบบนั้นขึ้น ผมจึงขอแนะนำ 4 ขั้นตอนบริหารเงินของคู่รักเพื่อล้มยักษ์ที่ชื่อว่า "วินัยการเงิน" เอาชนะเป้าหมายการเงินได้ตามที่ตั้งใจไว้ ดังนี้
1. แบ่งหน้าที่ ความรับผิดชอบ เรื่องการเงินในบ้านและส่วนตัวให้ชัดเจน
ครอบครัวย่อมมีค่าใช้จ่ายส่วนกลางขึ้นที่เป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้าน (เช่น ค่าเช่า, ค่าน้ำไฟ, ค่าวัสดุอุปกรณ์ในบ้าน) หรือค่าใช้จ่ายของครอบครัว (ค่าอาหาร, ค่าเดินทาง, ค่าเลี้ยงลูก ฯลฯ) แต่ในขณะเดียวกัน แต่ละคนก็ต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวของตัวเองด้วย ดังนั้น คู่รักต้องตกลงกันให้ดีก่อน ว่าค่าใช้จ่ายแต่ละเรื่อง ใครจะรับผิดชอบ หรือรับผิดชอบร่วมกันคนละเท่าไหร่ โดยอาจจะดูจากความสามารถ หรือรายได้ของแต่ละคน แล้วจัดแบ่งให้เหมาะสม
2. สำรวจและแบ่งค่าใช้จ่ายเป็นระยะสั้น กลาง ยาว และจัดสรรรายได้ให้เหมาะสม
สำรวจเงินที่ครอบครัวจะต้องใช้ในแต่ละช่วง เพื่อจัดสรรเงินได้อย่างสบายใจ
สำหรับระยะสั้น (ภายใน 1 ปี)
ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน ดังนั้น ก็ควรทำบันทึกรายรับรายจ่ายซะก่อน เพื่อสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเอง และกำหนดงบค่าใช้จ่ายในแต่ละเรื่องเพื่อสร้างกรอบค่าใช้จ่ายของครอบครัวได้อย่างเหมาะสม (เช่น งบช็อปปิ้ง, งบท่องเที่ยว, งบนันทนาการ) ที่สำคัญคือควรจะมีเงินสำรองอีกก้อน เพื่อเป็นเงินเผื่อต้องใช้ฉุกเฉินในระยะสั้นด้วย (โดยอาจจะสำรองไว้ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน)
ส่วนระยะกลาง (1-5 ปี) และระยะยาว (5 ปีขึ้นไป)
ก็ต้องสำรวจว่าอนาคตในแต่ละช่วงนั้นๆ จะมีเป้าหมาย หรือค่าใช้จ่ายอะไรเกิดขึ้นบ้าง เช่น อีก 5 ปีจะเปลี่ยนรถ, อีก 10 ปีจะส่งลูกเรียนป.โทเมืองนอก หรืออีก 20 ปีจะเกษียณ ก็ต้องคำนวณหรือระบุให้ได้ว่าแต่ละเป้าหมายต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ การที่จัดแบ่งเงินที่ต้องใช้ในแต่ละระยะอย่างชัดเจนแบบนี้ ก็จะช่วยให้ชีวิตคู่ของเราใช้เงินไม่สะเปะสะปะ และไม่ไปดึงเงินส่วนที่ต้องใช้รวมกันในอนาคตมาใช้ในปัจจุบัน
3. เลือกใช้เครื่องมือในการเตรียมเงินที่เหมาะสมกับการเงินแต่ละระยะ และหลากหลาย
สำหรับเงินระยะสั้น
ควรเน้นไปที่เรื่องสภาพคล่อง ถอนออกมาใช้ง่ายเพราะเป็นส่วนของค่าใช้จ่ายที่ครอบครัวต้องถอนออกมาใช้อย่างสม่ำเสมอ ดังนัน เราอาจจะใช้เครื่องมือพวกเงินฝาก หรือกองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) เป็นหลัก
สำหรับระยะกลาง
ก็อาจจะเลือกเครื่องมือที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก แต่ก็ไม่เสี่ยงมากนัก เช่น ตราสารหนี้ หรือหุ้นกู้ระยะสั้น-กลาง (ไม่เกิน 5 ปี)
สำหรับระยะยาว
ก็อาจจะใช้เครื่องมือที่หลากหลาย ทั้งความเสี่ยงสูง เช่น หุ้น อสังหาฯ ทองคำ และความเสี่ยงต่ำ เช่น ตราสารหนี้ หรือประกันชีวิต ผสมกัน เพราะการลงทุนระยะยาว เราจะมีเวลาเตรียมเงินนาน ก็สามารถรับความเสี่ยงได้มากขึ้น เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น และถ้าใช้เครื่องมือที่หลากหลาย ก็เป็นการช่วยกระจายความเสี่ยงทำให้โอกาสขาดทุน และความผันผวนของเงินออม-เงินลงทุนเราลดลงอีกด้วย
4. ใช้ระบบอัตโนมัติหรือระบบบังคับเข้าช่วยสร้างวินัยการออมระยะยาว
ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการเตรียมเงินของคู่รัก เพราะถ้าหากมีใครคนนึงสู้เรื่องวินัยไม่ไหว ก็จะไม่สามารถเก็บเงินเพื่อพิชิตเป้าหมายที่มีร่วมกันได้เลย ดังนั้นอาจจะต้องใช้ตัวช่วยเพื่อบังคับให้เราออมอัตโนมัติ เช่น ใช้ระบบตัดบัญชีเพื่อไปออม/ลงทุนอัตโนมัติ กับทางธนาคารหรือบลจ. หรือออม/ลงทุนในเครื่องมือที่เราถอนเงินมาใช้ได้ยากตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, RMF สำหรับการลงทุนเพื่อเกษียณที่ห้ามถอนมาใช้ก่อนอายุ 55 ปี (ถอนก่อนต้องเสียภาษี) หรือประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หรือแบบบำนาญ ที่เราต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยตามสัญญาจนกว่าจะครบ (หากเวนคืนเงินมาก่อนในระยะสั้นๆ จะขาดทุน) เป็นต้น ซึ่งข้อดีอีกอย่างของการใช้เครื่องมือเหล่านี้นอกจากการได้วินัยการออมก็คือ ได้สิทธิลดหย่อนทางภาษีสำหรับเงินที่เรานำไปออม/ลงทุนอีกด้วย
สำหรับหากใครกำลังมองหาเครื่องมือการออมระยะยาวที่จะช่วยล้มยักษ์ที่ชื่อว่า "วินัยการเงิน" เพื่อเอาชนะอุปสรรคในการเก็บเงินไม่อยู่ ก็อาจจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาออม โดยใช้ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ในการตอบโจทย์นี้ได้ ตัวอย่างเช่น "PRUsmile 133" (พรูสไมล์ 133) จาก Prudential ที่มีระยะเวลาสัญญา (หรือระยะเวลาคุ้มครองชีวิต) 15 ปี โดยจ่ายเบี้ย 10 ปี จึงเหมาะกับการออมเพื่อเป้าหมายการเงินระยะยาวตั้งแต่ 10 ปีเป็นต้นไป โดยที่ตลอดสัญญาจะได้รับผลประโยชน์ ดังนี้
กรณีมีชีวิตอยู่ตลอดสัญญา
ได้รับเงินคืน 1% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 จนถึงสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 14
ได้รับเงินคืน 120% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เมื่อครบสัญญาสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 15
นอกจากนั้น ค่าเบี้ยประกันภัย สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ สูงสุด 100,000 บาท/ปี
ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 172)
กรณีเสียชีวิตระหว่างสัญญา
ได้รับความคุ้มครองชีวิต 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หรือมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ แล้วแต่จำนวนใดจะได้มากกว่า
ตัวอย่างผลประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยเพศชาย อายุ 30 ปี จํานวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท กรณีมีชีวิตอยู่และเสียชีวิต
จากตาราง จะเห็นได้ว่าเราจ่ายเบี้ยประกันภัยเพียง 10 ปี แต่เราได้เงินคืนถึง 14 ปี รวมแล้วหากเรามีชีวิตอยู่ตลอดสัญญาได้รับเงินคืนถึง 133% ของทุนประกันภัยเลยทีเดียว นอกจากในส่วนของเงินที่เราจะได้คืนแล้วยังมีความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตอีกด้วย
เรียกได้ว่านี่เป็นอีกหนึ่งช่องทางการออมเงินที่คุณสามารถออมได้ตัวเอง เพื่อเป้าหมายในอนาคตของคุณและคนรัก ที่จะใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ ไร้กังวล สำหรับใครที่สนใจประกันออมทรัพย์ PRUsmile 133 จาก Prudential สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ประเทศไทย, Facebook Prudential Thailand
หากท่านสนใจแผนประกันอื่นๆ สามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนฯ และธนาคารพันธมิตร ธนาคารธนชาต หรือ ธนาคารยูโอบี หรือโทร. 1621
หมายเหตุ
• แบบประกัน PRUsmile 133 เป็นชื่อทางการตลาดของ แบบ “สะสมทรัพย์ 10/6” (ชนิดไม่มีเงินปันผล)
• ผู้ขอเอาประกันภัยควรทําความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทําประกันภัยทุกครับ
สรุป
การล้มยักษ์ที่ชื่อว่า "วินัยการเงิน" อาจไม่ได้เป็นอุปสรรคที่น่ากลัวอย่างที่คิดสำหรับคู่รักแต่ละครอบครัว ถ้าคู่รักมีการวางแผนบริหารจัดการเงินร่วมกันได้เป็นอย่างดี แบ่งแยกภาระความรับผิดชอบทางการเงินของกันและกันอย่างชัดเจน มีการแบ่งสรรปันส่วนรายได้ที่ได้มาให้กับค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม และใช้เครื่องมือในการออมให้เหมาะกับการเงินในแต่ละระยะ โดยเครื่องมือที่นำมาใช้ก็สามารถใช้ระบบบังคับให้เราออมอัตโนมัติเพื่อช่วยสร้างวินัยการออมให้เราได้ด้วย เท่านี้ชีวิตคู่ของเราก็สามารถบรรลุเป้าหมายการออมในอนาคต และมีความสุขกับการใช้ชีวิตในปัจจุบันไปพร้อมๆกัน ก็คงไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะครับ
สำหรับใครที่อยากเข้าใจวิธีบริหารเงินของคู่รักให้ชัดเจนมากขึ้น ลองดูตาม Infographic ด้านล่างกันได้เลยครับ
บทความนี้เป็น Advertorial
You might also like

“เงินฝากเผื่อเรียก Protect Life” ได้รับประกันทั้งเงิ...
เงินฝากเผื่อเรียก Protect Life ดอกเบี้ยเงินฝาก 0.15% ต่อปี ดอกเบี้ยรับเต็ม ไม่ต้องเสียภ...

วางแผนจัดการเงินให้เรามีชีวิตที่ดีในยุคดิจิทัลด้วย F...
เราควรจัดการเงินอย่างไร ถ้าเราตั้งเป้าหมายการเงินชัดเจน รู้ว่าต้องการเก็บเงินแต่ละก้อนไ...

ตีแผ่อาชีพตัวแทนประกันชีวิต เป็นอย่างไร เหมาะกับใคร ...
จากผลกระทบของโควิด-19 ผมเชื่อเหลือเกินว่า ทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่ตระหนักแล้วว่า การมีราย...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
