กระแส Home Office กำลังกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งในปัจจุบัน

ในอดีต คนยุค Baby Boomer การใช้บ้านเป็นที่ทำงานถือเป็นเรื่องปรกติมาก นึกสภาพถึงห้องแถวเก่าๆ ที่ชั้นล่างมักจะเป็นธุรกิจอะไรสักอย่าง เช่น ร้านอาหาร ร้านโชห่วย ร้านตัดผม ในขณะที่ชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย เรียกอีกอย่างว่าในสถานที่เดียวกันเป็นทั้งบ้านเป็นทั้งออฟฟิศ ถ้าหันไปถามพ่อแม่ถึงเหตุผลว่าทำไมถึงเอาบ้านมาเป็นที่ทำงานด้วย คำตอบก็คงจะเป็นประหยัด คล่องตัว โดยเฉพาะในยุคนั้น ธุรกิจส่วนมากมักเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ไม่มีความจำเป็นต้องแยกตัวธุรกิจออกไปทำให้ใหญ่โต

ผ่านมายุคเจนเนอเรชัน X เราเริ่มแยกบ้านออกจากออฟฟิศมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตดี การใช้บ้านเป็นออฟฟิศก็ขยับขยายลำบาก แถมคนในยุคนี้ก็จะเห็นความลำบากจากคนยุคก่อน ผู้คนจึงต้องการความมั่นคง อยากทำงานในองค์กรใหญ่ การใช้โฮมออฟฟิศจึงดูจะไม่เป็นที่นิยมและจำกัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กเท่านั้น

กลับมาในยุคปัจจุบันของคนเจเนอเรชัน Y ต่อกับ Z ยุคสมัยที่มนุษย์ทำงานรู้ซึ้งถึงการทำงานหนักของคนยุคก่อนหน้าซึ่งมักจะเป็นพ่อแม่ได้เป็นอย่างดี คนยุคนี้จึงเริ่มกลับมาตั้งคำถามเรื่อง Work Life Balance หรือสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ทำงานอย่างไรให้เป็นสุข ทำงานอย่างไรให้เหมือนได้ใช้ชีวิตไปด้วย ทำงานอย่างไรที่ไม่ใช่เพื่อการเก็บเงินไปเที่ยวกำแพงเมืองจีนตอนเกษียณ

Home Office จึงกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง

องค์กรสมัยใหม่พยายามปรับตัวองค์กรให้ดูมีความเป็นบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเชิงกายภาพ เราเริ่มเห็นห้องนั่งเล่น ห้องดูทีวี ห้องเล่นเกม หรือแม้กระทั่งห้องนอน ในออฟฟิศสมัยใหม่ พัฒนาการของออฟฟิศที่เข้าใกล้ความเป็นบ้านเหล่านี้จะช่วยลดความเครียดของพนักงานลงและเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ให้มากยิ่งขึ้น องค์กรเองก็เข้าใจความต้องการของพนักงานว่าต้องการสร้างสมดุลให้ชีวิต องค์กรจึงสร้างออฟฟิศให้เหมือนบ้านเสียเลย อย่างบริษัทระดับโลกบางบริษัทก็มีสไลเดอร์ ห้องตีปิงปอง รวมไปถึงห้องนอนให้พนักงานใช้กันอย่างเต็มอิ่มเลย

แน่นอนว่าโฮมออฟฟิศที่ดีต้องมาจากโครงสร้างของสิ่งปลูกสร้างที่เหมาะสมด้วย หากเราเลือกเช่าออฟฟิศบนตึกสูง พื้นที่มีแต่ห้องสี่เหลี่ยม โต๊ะทำงานจัดเป็นพาร์ทิชัน (หรือที่ชอบเรียกติดตลกกันว่าคอก) แบบนี้การจะสร้างอารมณ์ความเป็นบ้านก็ยากลำบาก อสังหาริมทรัพย์เพื่อโฮมออฟฟิศโดยเฉพาะจึงแพร่หลายในปัจจุบัน คือเป็นตึกลักษณะซื้อเพื่ออยู่ก็ได้ ซื้อเพื่อเป็นออฟฟิศก็ได้ ความสูงไม่มากให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน เหนื่อยล้าจากการทำงานก็เดินลงมาเหยียบพื้นหญ้าบนสวนหย่อมได้

Nirvana @WORK ลาดพร้าว เกษตรนวมินทร์ คือ Home Office ที่น่าสนใจและกำลังจะเปิดตัว Type ใหม่

Nirvana @WORK ลาดพร้าว เกษตรนวมินทร์ เป็นโฮมออฟฟิศที่พัฒนาโดยบริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ความโดดเด่นของโครงการคือ @WORK ลาดพร้าว เกษตรนวมินทร์ เป็นตึกเดี่ยว หรือที่เรียกในคอนเซปต์เท่ๆ ของโครงการว่า“Home Office Building ตึกโฮมออฟฟิศเดี่ยว ผนังไม่ติดใคร” และมีเพียง หลังโดยจะมี Exclusive Sales วันที่ 8 – 9 กันยายน 2561 นี้

การไม่เป็นอาคารพาณิชย์ที่เรียกติดกันเป็นชุดก็มีประโยชน์หลายอย่าง สิ่งแรกที่ตัดเรื่องการรบกวนจากตึกข้างเคียงไปได้เลย เสียงดังเอย ปัญหาจากการใช้ผนังร่วมกันเอย และสิ่งสำคัญอีกอย่างที่ดีมากคือความรู้สึกเป็นบ้านที่มากกว่า ตึกที่มีพื้นที่รายล้อมส่วนตัวย่อมให้ความเป็นบ้านที่จะส่งเสริมความผ่อนคลายให้ผู้อยู่อาศัยตามสไตล์โฮมออฟฟิศ

เรื่องภาพลักษณ์การออกแบบก็ไม่ต้องห่วง @WORK ลาดพร้าว เกษตรนวมินทร์ มาในสไตล์ Loft ดีไซน์เรียบหรูแต่เน้นการใช้ประโยชน์เต็มที่ได้ทุกส่วนของพื้นที่ ความสูง 4 ชั้นสำหรับ Independent Unit พื้นที่ใช้สอยรวมมากถึง 517 ตารางเมตร พื้นที่จอดรถ 6 คัน ซื้ออยู่เป็นบ้านก็ได้ ซื้ออยู่ทำเป็นออฟฟิศก็ได้ หรือจะควบสองเป็นโฮมออฟฟิศ ทั้งบ้านและออฟฟิศก็ได้เช่นกัน

ทำเลของโครงการก็ถือว่าสะดวกสบาย

Nirvana @WORK ลาดพร้าว เกษตรนวมินทร์ ติดถนนใหญ่ ใกล้ทางด่วน ใกล้รถไฟฟ้สายสีน้ำตาลและสายสีชมพู ห้างสรรพสินค้าใกล้เคียงก็มี Central East Ville, Crystal Park, Fashion Island และ CDC เดินทางไปไหนมาไหนก็สะดวก โซนฝั่งนั้นก็มีออฟฟิศตั้งกันอยู่เยอะมาก

นอกจากตัวโฮมออฟฟิศเอง สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการก็ครบถ้วน ทั้งระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ระบบวงจรปิด ระบบคีย์การ์ดเข้าโครงการ นอกจากนี้ยังมีห้องฟิตเนส ห้องประชุมและเวิร์คช็อป ห้องอาหารและร้านกาแฟ ร้านซักรีด บริเวณอินเทอร์เน็ตฟรี และป้ายบริษัทหน้าออฟฟิศและ tower sign หน้าโครงการอีกด้วย

ในมุมมองของความคุ้มค่าในการตัดสินใจซื้อก็ถือว่าน่าสนใจ

การซื้อโฮมออฟฟิศหมายถึงการได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างบ้านและที่ทำงาน มองในแง่ต้นทุนของเจ้าของ เราจะได้ตั้งแต่การประหยัดค่าเดินทาง หรือการแบ่งต้นทุนบางอย่างระหว่างบ้านและออฟฟิศที่จะทำให้ค่าใช้จ่ายรวมต่ำลง ยิ่งการทำออฟฟิศหมายถึง การที่สินทรัพย์สามารถนำไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจต่อ สร้างรายได้ต่อ มุมมองนี้ก็ย่อมน่าสนใจ เพราะเงินที่เราจ่ายซื้อสินทรัพย์ไปจะได้ผลตอบแทนกลับมาในแง่ของผลลัพธ์ทางธุรกิจอีกด้วย

ผลตอบแทนจากการลงทุนซื้อโฮมออฟฟิศจึงมาจากการได้ความประหยัดจากการแบ่งต้นทุน การประหยัดค่าเดินทาง ความผ่อนคลายของพนักงานที่อาจจะนำมาซึ่งผลงานที่ดีมากขึ้น รวมไปถึงเราก็สามารถปรับสัดส่วนระหว่างบ้านและออฟฟิศได้เอง หากอนาคตธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว เราก็ยังเหลือพื้นที่ให้ขยายผ่านการปรับสัดส่วนให้เหมาะสม

กระซิบว่าวันที่ 8 – 9 กันยายน 2561 นี้จะมี Exclusive sales พร้อม Special price 33 ล้านบาท* พร้อมรับ Macbook Pro และ Macbook Air เฉพาะเมื่อจองในงานนี้เท่านั้น ที่สำคัญมีเพียง 8 หลังเท่านั้น ใครสนใจอยากเข้าไปจับจอง หรือจะเข้าไปสอบถามพูดคุยรายละเอียดก่อนตัดสินใจ ก็สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/2PbO642 เลย หรือโทร 1787

ทำงานเครียดๆ แล้วได้เดินลงไปเหยียบหญ้านี่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากเลยนะ

ลงทุนศาสตร์ - Investerest