“เป็นไรเดอร์ ได้เงินรายวัน จัดการเงินยังไงให้เหลือเก็บ?” เคล็ดลับจัดสรรเงินสดที่ได้ทุกวัน สู่เงินเก็บที่จับต้องได้

“เป็นไรเดอร์ ได้เงินรายวัน จัดการเงินยังไงให้เหลือเก็บ?” เคล็ดลับจัดสรรเงินสดที่ได้ทุกวัน สู่เงินเก็บที่จับต้องได้

หลายคนอาจมองว่า “ไรเดอร์” เป็นอาชีพอิสระ รายได้ดี ทำมากได้มาก มีเงินสดหมุนเวียนเข้ามาทุกวัน แต่เบื้องหลังความคล่องของกระแสเงินสดนั้น อาจทำให้ใครหลายคนมีปัญหาเรื่อง “เงินเก็บ”

โดยเราได้ไปเจอคำถามนี้มาจากในกลุ่มไรเดอร์

“ขอแนวทางหรือเทคนิคการเก็บเงินของพวกพี่ไรเดอร์หน่อยครับเพราะบางทีวิ่งได้เงินสดมามันเหมือนเงินร้อน เราสามารถวิ่งไรเดอร์แล้วออกรถยนต์ได้ไหม”

บทความนี้จะพาไปดูชีวิตจริงของไรเดอร์ที่ใช้การขี่รถเป็นอาชีพหลัก ทั้งค่าใช้จ่ายที่แบกรับ และเทคนิคการจัดการเงินที่แม้จะมีรายได้ไม่แน่นอน จะบริหารเงินยังไงให้มีเงินออมและออกรถได้ ถ้าวางแผนเป็น

ค่ารอบและค่าแรงคุ้มไหมนะ?

ข้อมูลจาก Rocket Media Lab ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นของแพลตฟอร์มอย่าง GrabFood หรือ LINE MAN ค่ารอบต่อออเดอร์ยังถือว่า “คุ้มค่า” เช่น GrabFood ในปี 2561 เคยให้ค่ารอบถึง 60 บาท หรือ LINE MAN ปี 2563 ก็เคยจ่ายถึง 62 บาทต่อรอบ

แต่วันนี้…ตัวเลขเหล่านั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด

- GrabFood และ LINE MAN ปัจจุบันในกรุงเทพฯ จ่ายค่ารอบอยู่ที่ราว 30 บาทต่อออเดอร์เท่านั้น
- จังหวัดที่ได้ค่ารอบเฉลี่ยสูงสุดคือ “กรุงเทพฯ” เฉลี่ย 31 บาท
- ขณะที่ “ชุมพร” ได้ต่ำสุดเพียง 15 บาทต่อรอบ

เมื่อเอามาเทียบกับค่าครองชีพ สิ่งที่น่าตกใจคือ บางจังหวัด ไรเดอร์อาจต้องวิ่งเฉลี่ย 54.64 ออเดอร์ต่อวัน เพื่อให้พอเลี้ยงชีพได้ แต่สำหรับบางคนอาชีพนี้ก็ไม่ได้แย่อย่างที่ใครหลายคนเข้าใจและเลือกที่จะทำอาชีพนี้จริงๆ เพราะบางวัน บางช่วงพวกเขาก็สร้างรายได้ ได้เยอะมากๆ บางคนวิ่งได้อาทิตย์ละ 10,000 บาท หรือ บางคนก็ได้เดือน 40,000 - 90,000 บาทก็มีเหมือนกัน

เป็นไรเดอร์ต้องลงทุนอะไรบ้าง

ข้อมูลจาก Policy Research KNIT ก่อนจะออกวิ่ง ต้องลงทุนก่อน
การเป็นไรเดอร์ไม่ใช่แค่มีมอเตอร์ไซค์ก็ออกวิ่งได้ ยังมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้นที่ต้องเตรียม เช่น…

- เสื้อยูนิฟอร์ม 590 บาท
- เครดิตแอปฯ 500 บาท
- กระเป๋าท้ายรถ 1,250 บาท
- แร็คท้ายรถ 2,000 บาท
- หมวกกันน็อก 3,000–4,000 บาท
- ค่าน้ำมันและเน็ตต่อเดือน ราว 700–800 บาท

ยังไม่นับค่ามือถือหรือแบตสำรองที่ต้องพร้อมใช้งานเสมอ

เคล็ดลับอาชีพ เป็นไรเดอร์ยังไงให้มีเงินเก็บ

การเก็บเงินสำหรับอาชีพไรเดอร์ (เช่น ไรเดอร์ส่งอาหารหรือพัสดุ) ขึ้นอยู่กับรายได้และค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันในแต่ละคน ดังนั้นไม่มีสูตรตายตัว แต่สามารถใช้หลักการบริหารเงินพื้นฐานต่อไปนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการออมเงินได้ ดังนี้

1. เริ่มจากการรู้รายจ่ายของตัวเอง

ก่อนจะเก็บเงินให้ได้ ต้องรู้ก่อนว่า เงินของเราหมดไปกับอะไร?

เริ่มจากจดบันทึกรายจ่ายให้ครบ จากนั้นนำไปจัดสรรแบบ สูตร 50:30:20 ของ Elizabeth Warren ที่ช่วยแบ่งเงินเป็น 3 ส่วนแบบเข้าใจง่าย ซึ่งการใช้สูตรนี้ แม้ได้เงินเป็นรายวันก็ยังทำได้อยู่ เพียงแค่เราจะต้อง “คิดเป็นเปอร์เซ็นต์” แล้วแยกเงินทุกวันทันทีที่ได้เงินมา เพราะถ้าไม่รีบแบ่ง เงินมักจะไหลออกหมดก่อนรู้ตัว

สมมติวันนี้วิ่งงานได้ 1,000 บาท
ให้ใช้สูตร 50:30:20 แบบนี้เลย

50% (500 บาท) 👉🏻 ค่าใช้จ่ายจำเป็นวันนี้
เช่น น้ำมัน ข้าว ค่าเน็ต ค่าดูแลรถ

30% (300 บาท) 👉🏻 ใช้จ่ายตามใจแต่ไม่ฟุ่มเฟือย
เช่น กาแฟดี ๆ ชานมปังปิ้ง หรือเงินเลี้ยงครอบครัว

20% (200 บาท) 👉🏻 เก็บออมทันที

โดยในส่วนนี้อาจแบ่งเป็น

- 10% ออมเข้าเป้าหมายสั้นๆ เช่น การเก็บเงินดาวน์รถ
- 5% ออมเพื่อเป้าหมายพิเศษ เช่น ไปเที่ยวหรือซื้อมือถือใหม่
- 5% กันไว้เผื่อผ่อนหนี้หรือใช้จ่ายในยามไม่มีงาน

2. เทคนิคเพิ่มรายได้ที่ไรเดอร์บอกต่อกัน

- ขยันทำงานวันละ 8 - 12 ชม.
- เลือกจอดใกล้ทำเลที่มีร้านอาหารหลากหลาย
- ทำมิชชั่น หรือ เควสของแพลตฟอร์ม ไม่ปฎิเสธงานถี่เกินไป
- เลือกออกรับงานช่วงพีค (เช่น เที่ยงหรือเย็น) ที่มีค่ารอบสูง
- ทำหลายแอปฯ สลับกัน ถ้าไม่ติดข้อสัญญา

3. เทคนิคลดรายจ่าย

- ศึกษาเส้นทางให้ชำนาญ เพื่อลดความผิดพลาดและประหยัดน้ำมัน
- ตรวจเช็กรถประจำ เช่น ลมยาง น้ำมันเครื่อง

4. ตั้งกฎการออมแบบ “กันเงินก่อนใช้”

- ออมทันทีเมื่อได้เงิน เช่น แยกไว้ 20% ทุกวัน
- เปิดบัญชีออมแยกจากบัญชีใช้จ่าย เพื่อกันไม่ให้เผลอใช้รวมกัน

5. กระจายความเสี่ยง

- ตั้งกองทุนฉุกเฉิน โดยอิงจาก ค่าใช้จ่ายจำเป็นรายเดือน × 3–6 เดือน

เช่น ถ้ามีใช้จ่ายประจำรายเดือนละ 7,000 บาท (สมมติเป็นค่าเช่า ค่าน้ำไฟ ค่าอาหาร) ก็ควรมีเงินสำรอง 21,000 - 42,000 บาท เพื่อใช้กรณีเจ็บป่วย รถเสีย หรือช่วงที่รับงานไม่ได้

- ทำประกันขั้นต่ำไว้บ้าง เช่น ประกันรถ หรือประกันอุบัติเหตุ แม้บางแพลตฟอร์มจะมีประกันให้แต่ก็อาจต้องใช้เวลาเคลมนาน

สรุป : การเป็นไรเดอร์ ในตอนนี้ก็เหมือนเป็นอาชีพที่อิสระ และมีศักยภาพในการสร้างรายได้ แต่ก็ต้องใช้พลังงานและความอดทนไม่น้อย ถ้าไม่มีแผนการเงิน เงินที่ได้มาก็อาจ “ผ่านมือ” ไปทุกวัน

แต่ถ้าเริ่มวางแผนวันนี้ แค่เก็บวันละนิด คิดก่อนใช้ และตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน อาชีพนี้ก็สามารถ “พาคุณไปถึงเป้าหมายทางการเงิน” ได้เหมือนกัน

เพราะความมั่นคง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าหาได้มากหรือน้อยแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับ “วิธีจัดการเงิน” ต่างหาก

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save