สามี-ภรรยา ควรแยกกระเป๋าเงินกันไหม ? แล้วมีเทคนิคอย่างไรบ้าง เพื่อวางแผนการเงินร่วมกัน

สามี-ภรรยา ควรแยกกระเป๋าเงินกันไหม ? แล้วมีเทคนิคอย่างไรบ้าง เพื่อวางแผนการเงินร่วมกัน

ปกติแล้ว สามีภรรยาส่วนใหญ่ แยกกระเป๋าเงินกันไหม
หรือถ้าแยก เขาจัดการเงินส่วนกลางกันยังไง หรือมีปัญหากันไหม?

“เงินของเธอก็เหมือนเงินของฉัน เงินของฉันก็คือเงินของฉัน” หนึ่งปัญหาการเงินที่คู่สามีภรรยามักเจอบ่อย เพราะไม่ได้ตกลงวางแผนการเงินที่ชัดเจนตั้งแต่แรก สุดท้ายก็หยิบใช้เงินของอีกฝ่ายกันจนไม่รู้ที่มาที่ไปของเงิน

พอมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะคิดว่า งั้นให้แบ่งเงินของใครของมันชัดเจนไปเลยจะดีกว่าหรือเปล่า? ก็ยังตอบไม่ได้อีก เพราะในอนาคตเราอาจมีลูกที่แน่นอนว่ามีค่าใช้จ่ายซึ่งสมควรจะรับผิดชอบร่วมกัน ไปจนถึงบ้าน รถยนต์ ที่เรียกได้ว่าเป็น ‘สินสมรส’ อีก แล้วจะวางแผนยังไงดีล่ะ

วันนี้ aomMONEY ได้รับเกียรติจาก คุณนุ้ย ชัญญาพัชญ์ อัครกิจวณิชย์ AFPT™ มาแชร์มุมมองกัน โดยคุณนุ้ยมองว่า การวางแผนการเงินในครอบครัวเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาราบรื่น และป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ส่วนตัวคุณนุ้ยเองคิดว่า ‘ควรแยกกระเป๋าเงินกัน’ แต่ต้องมีการจัดทำ ‘เงินกองกลาง’ ขึ้นด้วย เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ของครอบครัว

เพราะก่อนแต่งงานกันสามี และภรรยาอาจมีภาระส่วนตัวอยู่ก่อนหน้าแล้ว เช่น

💸 1. การผ่อนบ้าน คอนโด รถยนต์ รวมถึงค่าดูแลพ่อ แม่ และครอบครัวของตัวเองด้วย

💸 2. เพราะแต่ละคนมีความชอบไม่เหมือนกัน จึงควรมีเงินที่ใช้สำหรับซื้อของที่ชอบได้อย่างมีอิสระด้วย เพื่อให้ไม่รู้สึกอึดอัด และไม่สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง เช่น สามีชอบออกกำลังกาย ก็จะชอบซื้อเครื่องออกกำลังกาย ส่วนภรรยาชอบทำขนม ก็สามรถซื้ออุปกรณ์เบเกอรี่ได้ เป็นต้น

💸 3. ค่าใช้จ่ายในการเข้าสังคม เช่น การสังสรรค์กับเพื่อน การจัดเลี้ยงสำหรับลูกน้อง การซื้อของขวัญให้กับผู้ใหญ่ ลูกค้า ตามเทศกาล หรือ การใส่ซองงานแต่งงาน งานศพ เป็นต้น

💸 4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพส่วนตัว เป็นต้น

แล้วเงินกองกลางตรงนี้ ควรจัดสรรอย่างไร?

สำหรับตรงนี้คุณนุ้ยแนะนำว่า ถ้าจะให้ง่าย เราสามารถแบ่งออกเป็น 3 กอง ตามเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวดู

💰 เงินออมระยะสั้น - เพื่อเป็นเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับครอบครัว

💰 เงินออมระยะกลาง - เพื่อเป้าหมายทางการเงินบางอย่างของครอบครัวเช่น เงินดาวน์บ้านรถยนต์ ท่องเที่ยวต่างประเทศ หรือค่าการศึกษาบุตร เป็นต้น

💰 เงินออมระยะยาว - เพื่อเป็นเงินเกษียณ และค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นหลังเกษียณ เช่น ค่าซ่อมบ้าน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังต้องไม่ลืมค่าใช้จ่ายประจำที่อาจจะเป็นรายเดือน เช่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุตร ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าซื้อของต่างๆ เข้าบ้าน เป็นต้น รวมไปถึงค่าใช้จ่ายสำหรับท่องเที่ยว และพักผ่อนสำหรับครอบครัวด้วย

ทั้งนี้ การจัดสรรสัดส่วนเงินกองกลาง ขึ้นอยู่กับตัวคู่รักเองว่าใครจะรับผิดชอบส่วนไหน เป็นสัดส่วนอย่างไร เพราะมีความเป็นไปได้ว่าความสามารถในการหารายได้ของทั้งสองอาจจะไม่เหมือนกัน การตกลงกันอย่างชัดเจนตั้งแต่แรกๆ จะช่วยลดปัญหาที่มีแนวโน้มจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคตได้

ขอขอบคุณ: คุณนุ้ย ชัญญาพัชญ์ อัครกิจวณิชย์ AFPT™

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save