เปลี่ยนตลาดหมีให้คึกเป็นกระทิง สรุป 12 ประเด็นที่ ดร. ทักษิณ ชินวัตร พูดในงาน Chat with Tony: Bull Rally of Thai Capital Market

เปลี่ยนตลาดหมีให้คึกเป็นกระทิง สรุป 12 ประเด็นที่ ดร. ทักษิณ ชินวัตร พูดในงาน Chat with Tony: Bull Rally of Thai Capital Market

1. ปัญหาตลาดหลักทรัพย์และบทบาทของ ก.ล.ต.

  • Corporate Governance บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ต้องมีการตรวจสอบและติดตามอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการตรวจสุขภาพ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบตลาด
  • High-Frequency Trade อย่างการนำซอฟแวต์มาใช้ช่วยเทรด แม้จะช่วยเพิ่ม Volume แต่ต้องมีกฎควบคุมเพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้ลงทุนรายย่อย
  • Slow Action การตอบสนองที่ล่าช้าทำให้ตลาดไทยขาดความน่าเชื่อถือในเวทีโลก กระทรวงการคลังกำลังศึกษาเพื่อเพิ่มอำนาจให้ ก.ล.ต. เพื่อยกระดับมาตรฐาน
  • BOI ต้องชวนธุรกิจใหม่และต่างชาติเข้าตลาดไทยมากขึ้น
  • หุ้น Price-to-Book ต่ำ เสนอให้บริษัทจัดทำแผนเพิ่มมูลค่าหุ้นตามแบบญี่ปุ่น

2. คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) และเทคโนโลยีการเงิน

  • ทักษิณมองว่าคริปโตฯ จะเป็นเกาะกำบังให้กับ US Dollar ดังนั้น จะมองข้ามไม่ได้
  • ไทยต้องตื่นตัวและเปิดรับบิตคอยน์และ Stablecoin โดย ก.ล.ต. ควรมีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล
  • แนะต้องมี Digital Wallet ที่ใช้ Blockchain และ Smart Contract เพื่อเพิ่มความโปร่งใส
  • แนะให้พัฒนา Tokenization เพื่อนำสินทรัพย์มาใช้งาน เช่น Real World Asset ที่เทรดสินทรัพย์ที่อิงโลกจริง เช่น อสังหาริมทรัพย์

3. พันธบัตรและการกระตุ้นเศรษฐกิจ

  • ควรเริ่มขายพันธบัตรล็อตเล็กเพื่อเพิ่มเงินหมุนเวียน
  • ส่งเสริม Carbon Credit Trade ในไทยเพื่อสร้างมูลค่าใหม่ในเศรษฐกิจ

4. Financial Center

  • ไทยควรเรียนรู้จากดูไบและสิงคโปร์เพื่อเพิ่มเงินทุนในระบบเศรษฐกิจ
  • เสนอให้ ภูเก็ตเป็น Sandbox สำหรับการใช้จ่ายด้วยบิตคอยน์ โดยมีรัฐเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยน

5. พัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรม

  • พัฒนา Data Center และดึงดูด AI Hub สู่ไทย
  • ปรับสมดุลอุตสาหกรรม EV และยานยนต์ เพื่อรักษานิเวศเดิม
  • สินค้าหลายประเทศอยากมา Nationalize ที่ไทย ทักษิณมองว่าไทยควรส่งเสริม แต่ต้องขอเป็น local content สินค้าที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยด้วย
  • ควรที่จะทำ Sandbox เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่กฎหมายตามไม่ทัน เพื่อให้เกิดการทดลองและการปฏิบัติจริงเกิดขึ้น เช่น AI และ Biotech

6. การค้าและการส่งออก

  • เตรียมพร้อมรับ Trade War โดยการปรับคุณภาพสินค้าและหาตลาดใหม่
  • สร้างอุตสาหกรรมทดแทนการนำเข้า เช่น อุตสาหกรรมยาที่รัฐเป็นผู้บริโภคหลักจากนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโลก
  • รัฐต้องดูคุณภาพของสินค้าและราคาสินค้าที่นำเข้าเพื่อไม่ให้มาฆ่า SME ภายในประเทศ

7. Smart City และโครงสร้างพื้นฐาน

  • พัฒนากล้องวงจรปิด AI เพื่อฟื้นคืนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สนามบินและรถไฟใต้ดิน
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านสิ่งก่อสร้าง Man-made ให้กระจายไปทั่วประเทศ

8. พัฒนาแรงงาน

  • AI Literacy เป็นสิ่งจำเป็น ไม่แพ้ภาษาอังกฤษ
  • Re-skill และ Up-skill ให้แรงงานทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น E-Sports และเชฟระดับโลก

9. พลังงานและสิ่งแวดล้อม

  • ลดค่าไฟฟ้าเป็น 3.70 บาท เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ โดยลดต้นทุนและความสูญเปล่าจากการผลิต
  • แก้ปัญหา PM 2.5 และส่งเสริมความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน

10. ความมั่นคงทางดิจิทัลและเศรษฐกิจท้องถิ่น

  • ควบคุม Scam และ Call Center อย่างเด็ดขาด
  • สนับสนุนให้ธุรกิจจากกรุงเทพขยายไปตั้งในต่างจังหวัดเพื่อกระจายรายได้
  • ควรกระจาย Hub ของสายการบินต่างๆ ไปยังสนามบินต่างจังหวัดแทนที่จะกระจุกอยู่ในสนามบินที่กรุงเทพฯ
  • ต้องมีการสนับสนุนการกระจายรายได้ให้เศรษฐกิจท้องถิ่น

11. ขยายที่ดินและลดความแออัด

  • แนะใช้ทรัพย์อิงสิทธิ เสนอใช้กฎหมายให้สิทธิในทรัพย์สินของรัฐระยะยาว (99 ปี) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเริ่มต้นจากการใช้พื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยสร้างบ้านให้ประชาชน โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ แต่จ่ายเป็นค่าเช่ารายเดือน ช่วยลดปัญหาที่อยู่อาศัยคุณภาพต่ำ
  • ถมทะเล เพื่อป้องกันน้ำท่วมในกรุงเทพฯ พร้อมเพิ่มพื้นที่ดินใหม่ ลดความแออัดในเขตเมือง และสร้างบรรยากาศการลงทุนเพื่อดึงดูดนักลงทุน
  • เสนอให้แก้ไขกฎหมายให้ประชาชนสามารถนำดินไปใช้ประโยชน์ภายในประเทศ โดยไม่อนุญาตให้นำไปขายในต่างประเทศเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติของไทย

12. เป้าหมาย GDP และการเติบโต

  • แนะให้กระตุ้นเศรษฐกิจและดึงดูดการลงทุนต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ GDP ปีนี้โตให้ได้ 3% และปีหน้าโต 4% ปีถัดไป 5% โดยขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อช่วยผลักดันให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ

คุณทักษิณเน้นย้ำว่าแนวคิดทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นมุมมองส่วนตัวของเขา ไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของความสามัคคีในบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจ ที่ต้องการเห็นหน่วยงานสำคัญอย่าง ธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงค์ชาติ), สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

สุดท้าย คุณทักษิณยืนยันว่าเขาพร้อมนำประสบการณ์ ความรู้ และความสามารถของตนมาช่วยเหลือประเทศไทยอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่และก้าวหน้าในเวทีโลก

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save