อยู่เชียงใหม่แต่บินไปทำงานสิงคโปร์ อาทิตย์ละ 3 ชั่วโมง รู้จักกับการทำงานแบบ Super Commuting บินไปกลับต่างประเทศหรือต่างเมือง ทำงานในพื้นที่ ที่มีค่าแรงสูง แล้วใช้ชีวิตในที่ ที่มีค่าครองชีพต่ำ

ถ้าพูดถึง “รูปแบบการทำงาน” ในยุคนี้ คนรุ่นเรามีทางเลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Hybrid, Remote, หรือ Freelance แต่วันนี้เราจะชวนมารู้จักอีกหนึ่งวิธีทำงาน–ทำเงินที่น่าสนใจ นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า Super Commuter
คำว่า Commuting แปลตรงตัวว่า “การเดินทางไปกลับที่ทำงานทุกวัน”
ส่วน Super Commuting ก็คือการเดินทางไกลกว่าเดิมมากๆ บางคนต้องใช้เวลาเดินทางข้ามเมือง เกิน 90 นาทีต่อเที่ยว เลยทีเดียว
ฟังดูเหนื่อยใช่ไหม? แต่คนจำนวนไม่น้อยก็เลือกใช้ชีวิตแบบนี้ เพราะมันช่วยให้เขาสามารถ
✅ อยู่ในเมืองที่ค่าครองชีพถูกลงได้
✅ เพื่อรับรายได้จากเมืองใหญ่หรือประเทศที่เงินแข็งกว่า
✅ หรือแค่ได้อยู่ใกล้ครอบครัวและคนที่รักมากขึ้น
จริงๆ แล้วเทรนด์นี้ไม่ใช่ของใหม่ และมีมาตั้งแต่ปี 2014 นำเสนอโดย BBC Worklife ที่เล่าเรื่องของนักฝังเข็มคนหนึ่ง ที่บินจากตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสไปทำงานที่ลอนดอนทุก 2 สัปดาห์
แต่นับตั้งแต่โควิดเริ่มซา เทรนด์นี้ก็เริ่มกลับมาแรงอีกครั้ง
ข้อมูลจาก Euromonitor ระบุว่า คนทั่วโลกที่เดินทางไกล 90–120 นาทีต่อเที่ยว อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพิ่มจาก 2.4% ในปี 2020 เป็น 4% ในปี 2024 และยังมีมากกว่า 3% ที่เดินทางไกล เกิน 2 ชั่วโมง ต่อเที่ยวเป็นประจำ
เบื้องหลังของปรากฏการณ์นี้คือ การเติบโตของรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid เมื่อเราไม่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน การเดินทางไกลๆ แค่ สัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้ง ก็กลายเป็นอะไรที่ “พอรับได้” และคุ้มค่ากว่าเดิม โดยเฉพาะกับคนที่ทำงานในเมืองใหญ่ที่ค่าครองชีพสูงๆ
อาศัยอยู่เชียงใหม่ แต่ไปทำงานไกลถึงสิงคโปร์
ทำงานแค่ 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่เลี้ยงดูทั้งครอบครัวที่ไทยได้ นี่ไม่ใช่ความฝัน แต่มันคือชีวิตของ เซา ชุน เฉิน (Shao Chun Chen) ชายวัย 39 ปี ให้สัมภาษณ์ไว้กับ CNBC Make it ว่า เขาเคยเป็นมนุษย์เงินเดือนในสิงคโปร์ ทำงานในองค์กร 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไม่มีเวลา ไม่มีอิสระ และไม่เคยได้พักจริงๆ
จนกระทั่งวันหนึ่ง…เขาถูกเลย์ออฟ
หลายคนอาจมองว่านี่คือจุดจบ แต่นั่นกลับเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่
หลังจากทบทวนตัวเองอย่างลึกซึ้ง คุณเฉินตัดสินใจย้ายมาอยู่เชียงใหม่กับภรรยาในเดือนพฤศจิกายน 2024 และเริ่มชีวิตใหม่ในฐานะ “Super Commuter” คนที่บินกลับไปทำงานในสิงคโปร์สัปดาห์ละครั้ง
เพื่อสอนคลาสการตลาดดิจิทัลที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) เพียง 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
โดยเขาได้รายได้จากการสอนเดือนละ 2,000 - 4,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือประมาณ 50,000 - 100,000 บาท) ซึ่งเงินจำนวนนี้เพียงพอสำหรับค่าตั๋วเครื่องบิน และยังเหลือใช้จ่ายเลี้ยงดูชีวิตสงบๆ ในไทยได้ทั้งบ้าน
“ผมเหมือนกำลังเล่นเกมกับระบบ – ผมทำงานแค่ 3 ชั่วโมงในสิงคโปร์ ก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตในไทยได้ทั้งเดือน” คุณเฉินบอกกับ CNBC Make It
ตกงานแต่เหมือนได้ชีวิตใหม่เพราะมีต้นทุนไปลองใช้ชีวิต
ก่อนหน้านี้ ครั้งหนึ่งคุณเฉิน ใช้เวลา 10 ปีทำงานที่ Google เขาใช้ชีวิตแบบต่ำกว่าฐานรายได้ของตัวเอง และลงทุนอย่างสม่ำเสมอโดยกันเงินสูงสุดถึงคือ ‘ครึ่งหนึ่งของเงินเดือน ไว้ลงทุน’
ดังนั้นเมื่อเขาถูกปลดจากงานในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2024 เขาก็พบว่า พอร์ตลงทุนที่เขาสร้างมากว่า 10 ปีซึ่งมีมูลค่าราว 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เขา ไม่ต้องพึ่งพาเงินเดือนอีกต่อไปในระยะยาว
เขาบอกว่า เขาได้ใช้ “กฎ 4%” เป็นแนวทาง เขาสามารถถอนเงินออกมาใช้ได้ปีละ ประมาณ 80,000 ดอลลาร์ และถอนจำนวนเท่านี้ไปได้ทุกปีโดยไม่ทำให้พอร์ตเสียหาย ซึ่งโดยทฤษฎีแล้วก็เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในระยะเวลา 30 ปี
ดังนั้น แทนที่จะรีบหางานองค์กรใหม่ เขาจึงตัดสินใจเปิดโอกาสให้ตัวเองลองใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่
“ผมทำงานมาตลอด 14 ปี และเพราะการถูกเลย์ออฟ มันบังคับให้ผมหยุดพัก – มันเป็นช่วงที่หนักมาก กระทบทั้งความมั่นใจและตัวตนของผม …แต่พอเวลาผ่านไป มันก็บังคับให้ผมคิดว่า ชีวิตที่ผมต้องการจริง ๆ คืออะไร”
แม้ว่าเขาจะสามารถอยู่ได้ด้วยดอกเบี้ย ปันผล และกำไรจากการลงทุนได้อย่างสบาย คุณเฉินเลือกที่จะใช้รายได้นั้น เป็นรายได้แบบ Passive Income เท่านั้น และจะถอนมาใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น เพื่อเสริมกับรายได้จากการทำงาน
เขาบอกว่า CNBC Makeit ไว้ว่า ในช่วง 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา เขาได้สร้างแหล่งรายได้แบบใหม่ทั้ง รายได้แบบ Active และ Passive Income
นอกจากการสอนหนังสือสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมงแล้ว เขายังมีรายได้จากการ ทำคอนเทนต์การศึกษาใน YouTube และจากธุรกิจ โค้ชชิ่ง ที่สามารถเรียกเก็บค่าบริการได้ถึง 500 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ขึ้นกับลูกค้า)
นอกจากนี้ เขายังเลือกใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เรียกว่า “Geographical Arbitrage” หรือการทำงานในประเทศที่มีค่าแรงสูง แล้วไปใช้ชีวิตในประเทศที่มีค่าครองชีพต่ำ เช่น เขาสอนหนังสือที่สิงคโปร์ซึ่งเงินแข็งกว่า แล้วนำเงินนั้นมาใช้ในไทยที่ค่าใช้จ่ายในการครองชีพต่ำกว่า
อยากเป็น Super Commute เหมือนคุณเฉินต้องทำยังไง?
สำหรับคนที่อยากเป็น Super Commute คุณเฉินได้ทิ้งคำแนะนำไว้ดังนี้
1. หาทักษะให้ตัวเอง หรือสร้างคุณค่าให้ตัวเองจนสามารถเรียกเงินต่อชั่วโมงได้สูง ๆ
เพราะเมื่อมีค่าตอบแทนสูงเข้ากับค่าครองชีพที่ต่ำ คุณก็ไม่จำเป็นต้องทำงานเยอะเลยเพื่อจะอยู่ได้
2. อย่าฟุ้งเฟ้อตามรายได้ แม้จะหาเงินเป็นดอลลาร์ แต่ใช้เงินเป็นบาท
ในสิงคโปร์ เขาเคยเช่าคอนโด 2 ห้องนอนอยู่ในราคา ประมาณ 2,450 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประมาณ 61,250 บาท) แต่ตอนนี้เขาอยู่ในคอนโดใหม่เอี่ยมแบบ 1 ห้องนอนที่เชียงใหม่ ในราคาค่าเช่าเพียง 450 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประมาณ 11,250 บาท) เท่านั้น ซึ่งจริงๆ แล้วเขาสามารถที่จะเช่าแพงกว่านี้ได้
แต่ด้วยความเป็นคอนโดเชียงใหม่ เขาบอกว่า คอนโดที่เชียงใหม่ที่เขาเช่าอยู่ด้วยราคาเท่านี้ สิ่งที่เขาได้มามันก็เว่อร์มากแล้ว เพราะมันมีทั้งสระว่ายน้ำหลายแห่ง มีสไลเดอร์น้ำ ยิมพร้อมเครื่องมือ โคเวิร์กกิ้งสเปซขนาดใหญ่ และยังมีสตูดิโอพิลาทิสด้วย
3. ย้ายไปที่ไหน ให้ปรับตัวใช้ชีวิตแบบคนท้องถิ่น ไม่ต้องพยายามยกไลฟ์สไตล์เดิมมาทั้งหมด
“ผมเจอชาวต่างชาติหลายคนที่ไม่ค่อยมีความสุข เพราะเขามาที่นี่เพราะค่าครองชีพถูกอย่างเดียว – พวกเขาบ่นว่า ครัวซองต์ไม่อร่อยเหมือนที่บ้าน ใช้เนยปาล์ม ไม่ใช่เนยแท้… แล้วก็ต้องไปหาร้านกาแฟเฉพาะที่ราคาแพงกว่าปกติ”
ในทางตรงกันข้าม ถ้าเลือกกินของไทย ใช้ของไทย เช่น อาหารไทย ยาไทย เบียร์ไทย ทุกอย่างก็จะ ราคาถูกมาก แต่ถ้าอยากได้ของนำเข้า เช่น ไวน์ฝรั่งเศส ก็จะ แพงมากขึ้นทันที
สรุป
Commuting เป็นอีกหนึ่งรูปแบบการทำงานยุคใหม่ ที่เปิดโอกาสให้คนมีทักษะเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้มากขึ้น จะอยู่ที่ไหนก็ได้ ถ้ามีงานให้ทำ และมีไฟพอจะเดินทางไปกลับระยะไกลสัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้ง
ฟังดูเหมือนอิสระ แต่ความจริงก็มีแลกเหมือนกัน บางคนอาจได้เวลาชีวิตคืน แต่ก็เสียโครงสร้างแบบเดิมๆ ที่เคยมี การต้องบินบ่อย อยู่ต่างบ้านต่างเมือง ก็เหนื่อยไม่เบา
สุดท้าย มันจึงไม่ใช่แค่เรื่องของรายได้ แต่เป็นเรื่องของการเลือก “ชีวิตแบบไหนที่เราอยู่แล้วรู้สึกว่าคุ้ม”
เขียนโดย กนกจันทร์ เรืองวัฒนานนท์, Content Creator aomMONEY
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

