จากลูกที่คลิกไว สู่ลูกที่คิดเรื่องเงินเป็น เคล็ดลับสอนการเงิน Gen Alpha ในโลกที่เงินซื้อทุกอย่างได้ “ทันใจ”

จากลูกที่คลิกไว สู่ลูกที่คิดเรื่องเงินเป็น เคล็ดลับสอนการเงิน Gen Alpha ในโลกที่เงินซื้อทุกอย่างได้ “ทันใจ”

เคยสังเกตไหมว่าเดี๋ยวนี้เด็กๆ คุ้นชินกับการที่ทุกสิ่งทุกอย่างมาถึงมือรวดเร็วแค่ไหน?

ไม่ว่าจะเป็นของเล่นชิ้นโปรดที่สั่งออนไลน์ได้ในพริบตา หรืออาหารโปรดที่ส่งตรงถึงหน้าประตูบ้านเพียงแค่กดไม่กี่คลิก ยุคที่ทุกอย่าง "ทันใจ" อย่างเว็บไซต์ E-Commerece หรือ Dilevery ที่กำลังหล่อหลอมพฤติกรรมการใช้จ่ายของเด็กรุ่นใหม่ที่เรียกว่า Gen Alpha (เกิดระหว่างปี 2010-2024) จนพ่อแม่หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าจะสอนลูกให้รู้จักคุณค่าของเงินได้อย่างไรในโลกที่เงินดูเหมือนจะหาง่ายใช้คล่องขนาดนี้

พลังการใช้จ่ายของเด็กๆ มหาศาลกว่าที่คิด

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกถึงเคล็ดลับ เรามาลองดูภาพรวมของพลังการใช้จ่ายของ Gen Alpha สักนิด

ข้อมูลจาก GoHenry บริษัทฟินเทคที่ให้บริการบัตรเดบิตสำหรับเด็กในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และสเปน ได้เปิดเผยรายงาน Youth Economy Report ในเดือนกันยายน 2024 ที่ระบุว่า เด็กๆ Gen Alpha ในฐานข้อมูลของเขา GoHenry จำนวน 311,832 คน ใช้จ่ายเงินไปกว่า 92 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,200 ล้านบาท) ระหว่างปี 2023-2024!

รายงานนี้ยังพบอีกว่าเด็กรุ่นอัลฟ่า แม้จะยังอายุน้อย (โตสุดเพียง 14 ปี) แต่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เนื่องจากพวกเขาเป็น Native Digital ที่แท้จริง อีกทั้งยังฉลาดในเรื่องเงิน รู้จักใช้จ่าย และไม่เกรงกลัวที่จะมีอิทธิพลต่อการเงินของครอบครัว

รายงานนี้ได้ทำการวิจัยอย่างครอบคลุมของเราเกี่ยวกับนิสัยการใช้เงินของคนรุ่นนี้และพบว่า เงินจำนวนมหาศาลนี้ส่วนใหญ่ไหลไปสู่บริการออนไลน์ โดยเฉพาะบริการส่งอาหาร ซึ่งยอดใช้จ่ายพุ่งขึ้นถึง 113% จากปีก่อนหน้า! แถมเกือบครึ่งหนึ่งของเด็กๆ ยังชื่นชอบการซื้อของบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok Shop, Facebook Marketplace และ Instagram อีกด้วย ซึ่งนักวิจัยคาดการณ์ว่าอิทธิพลทางเศรษฐกิจของ Gen Alpha จะพุ่งสูงถึง 5.46 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 เลยทีเดียว

ถ้าถามว่าเด็กรุ่นนี้เอาเงินมาจากไหน?

รายงานเล่มนี้บอกว่าคนรุ่นอัลฟ่าหาเงินได้จากหลากหลายช่องทาง เช่น

- 38% มีรายได้จากการขายของออนไลน์ผ่าน Depop, Vinted และ eBay
- 30% มีรายได้จากการดูแลสัตว์เลี้ยง
- 27% มีรายได้จากการเป็นผู้มีอิทธิพลบนโซเชียลมีเดีย (Social Media Influencer)
- 25% มีรายได้จากผลงานเพลง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากหลายคนยังอายุน้อย คนรุ่นนี้จำนวนมาก (77%) จึงหาเงินด้วยการทำหน้าที่ต่างๆ ในบ้าน เช่น การทำการบ้าน การดูดฝุ่น การอ่านหนังสือ และการให้อาหารสัตว์เลี้ยง

นอกจากการเอาไว้ใช้จ่ายแล้ว เด็กรุ่นนี้ก็ยังมีแนวคิดเรื่องการเก็บเงินเพื่อต่อยอดด้วย โดยในงานวิจัย ของ Censuswide บริษัทที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญในด้านการวิจัยตลาดเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ พบว่า 38% ของเด็ก Gen Alpha ได้เริ่มทำหรือวางแผนจะเริ่มทำ งานเสริมหรือธุรกิจเล็กๆ (side-hustle) แล้ว โดยแรงจูงใจด้านการเงินของ “Kidpreneurs” หรือเด็กที่เริ่มทำธุรกิจ มีดังนี้

- 29% ต้องการ เก็บเงินเพื่ออนาคต
- 1 ใน 4 ต้องการ เรียนรู้ทักษะใหม่เพื่อใช้ในการทำงานในอนาคต
- 1 ใน 5 ต้องการ ช่วยพ่อแม่จ่ายบิลหรือค่าใช้จ่ายในบ้าน

แม้จะหาเงินได้ไว คิดไกล แต่ยังต้องมีพื้นฐาน

หลุยส์ ฮิลล์ (Louise Hill) ผู้ก่อตั้ง GoHenry ย้ำว่า "ความสะดวกสบายและความรวดเร็วได้กลายเป็นเรื่องปกติของพวกเขา" และเราต้องไม่ลืมว่า Gen Alpha คุ้นเคยกับการที่ทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมให้บริการแค่ปลายนิ้วสัมผัส และสิ่งนี้เองที่ขับเคลื่อนพฤติกรรมการใช้เงินที่แตกต่างออกไปจากรุ่นก่อนๆ

เธอยังชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีแหล่งข้อมูลด้านการเงินออนไลน์มากมาย แต่ก็มีผลิตภัณฑ์และแอปพลิเคชันทางการเงินที่ใช้งานง่ายผุดขึ้นมาไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later) หรือการชำระเงินแบบไร้สัมผัส ซึ่งยิ่งทำให้พ่อแม่ต้องเจอความซับซ้อนในการสอนเรื่องเงินๆ ทองๆ ให้ลูก

ไม่ว่าคุณจะมีลูกหลานในวัย Gen Alpha หรือเพียงแค่อยากเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต ฮิลล์ แนะนำไว้ในบทความของ CNBC Maket it ว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเด็กๆ ต้องเข้าใจว่า "เงินนั้นต้องได้มาจากการทำงานก่อนที่จะนำไปใช้จ่าย" และเมื่อใช้จ่ายแล้วก็ต้องทำด้วยความคิดและไตร่ตรอง เช่น

1. ทำให้เงิน "จับต้องได้"

ทำไมต้องทำอย่างนั้น เพราะในยุคที่การใช้จ่ายมักจะอยู่ในรูปแบบดิจิทัลจนมองไม่เห็นตัวเงินจริง ๆ สิ่งสำคัญคือต้องทำให้เด็กๆ เข้าใจ "คุณค่าที่จับต้องได้ของเงิน" เช่น

ให้เงินค่าขนมรายวันหรือรายสัปดาห์

ลองกำหนดวันประจำสัปดาห์ เช่น ทุกวันเสาร์ พ่อแม่จะให้เงินค่าขนมจำนวนเล็กน้อยกับลูกเป็นเงินสด เช่น 20 บาท หรือ 50 บาท การที่เด็กๆ ได้รับเงินสดจริงๆ ได้เห็นเหรียญ เห็นธนบัตร จะช่วยให้พวกเขาเริ่มตระหนักว่า

"อ๋อ... ถ้าเก็บครบ 4 สัปดาห์ ฉันก็จะได้เงิน 200 บาทแล้วนะ!" และถ้าเก็บไปเรื่อยๆ ก็จะสามารถซื้อของที่ต้องการได้ สิ่งนี้จะปลูกฝังแนวคิดเรื่องการออมและเป้าหมายในการเก็บเงิน

อีกตัวอย่างก็คือ "คุณสามารถให้เหรียญแก่ลูก แล้วให้พวกเขาเปรียบเทียบว่าต้องใช้เหรียญกี่เหรียญถึงจะซื้อขนมที่ชอบได้หนึ่งถุง เทียบกับการต้องใช้เหรียญจำนวนเท่าไรเพื่อซื้อของเล่นชิ้นใหญ่กว่า"

การทำแบบนี้จะช่วยให้เด็กๆ เห็นความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนเงินกับสิ่งของที่ได้มาอย่างเป็นรูปธรรม

2. สอนเรื่องงบประมาณด้วยพิซซ่า

วิธีนี้คือการใช้ "พิซซ่า" มาสอนเรื่องงบประมาณ (Pizza Budgeting)

อันนี้อาจจะเหมาะกับ Gen Alpha ที่เริ่มโตขึ้นมาหน่อย คุณหลุยส์ เสนอแนวคิดที่เรียกว่า "การจัดทำงบประมาณแบบพิซซ่า" ซึ่งช่วยให้เด็กๆ เห็นภาพชัดเจนว่าเงินในครัวเรือนถูกจัดสรรไปอย่างไร

เช่น เอาพิซซ่ามาวาง แล้วบอกว่าพิซซ่าหนึ่งถาดคือ "เงินทั้งหมด" หรือ "รายได้ของครอบครัว" จากนั้นให้ชวนลูกมาร่วม "หั่นพิซซ่า" เพื่อแบ่งส่วนต่างๆ

เช่น "ลูกคิดว่าเราต้องหั่นพิซซ่าชิ้นใหญ่แค่ไหนเพื่อจ่ายค่าเช่าบ้าน หรือผ่อนบ้าน?"

เมื่อหั่นส่วนที่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายจำเป็นออกไปเรื่อยๆ พิซซ่าก็จะเล็กลงเรื่อยๆ สิ่งนี้จะทำให้เด็กๆ เข้าใจว่าเงินที่เหลืออยู่สำหรับการใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง หรือการใช้จ่ายส่วนตัวนั้นมีอยู่จำกัด และช่วยให้พวกเขาวางแผนการใช้จ่ายส่วนตัวได้ดียิ่งขึ้น

3. ให้ลูกมีส่วนร่วมในเรื่องเงิน

เด็กคือฟองน้ำที่ดูดซับทุกอย่าง เด็กจะดูดซับทัศนคติเรื่องเงินจากพ่อแม่ เมื่อครอบครัวมีปัญหาทางการเงิน เด็กก็จะรู้สึกกังวลไปด้วย ในยุคนี้ครอบครัวจึงควรช่วยกันแก้ปัญหาร่วมกันแทนการปิดบัง

ในช่วงวิกฤตค่าครองชีพที่สหราชอาณาจักรหลังวิกฤตโควิด-19 GoHenry ได้รับฟีดแบ็กจากลูกค้าว่าเด็กๆ ของพวกเขาก็กังวลเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น (cost-of-living crisis) ด้วย นั่นแสดงให้เห็นว่า "เด็กๆ ซึมซับทุกอย่างในสถานการณ์ที่ครอบครัวอาจจะเครียดเรื่องเงิน"

แทนที่จะซ่อนปัญหา ให้หาทางแก้ไขร่วมกัน โดยพ่อแม่สามารถพูดคุยเกี่ยวกับความท้าทายทางการเงินได้โดยไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียดที่อาจสร้างความกังวลจนเกินไป

เช่น หากครอบครัวไม่สามารถสั่งอาหารกลับบ้านได้ทุกคืนวันศุกร์เหมือนเดิม ลองชวนลูกๆ มาทำ "Fakeaway" หรืออาหารที่เหมือนสั่งกลับบ้านแต่ทำเองที่บ้านแทน

หรือ ชวนลูกไปซื้อของทำพิซซ่าที่ซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วบอกว่าเราประหยัดเงินได้เท่าไหร่จากการไปซื้อของมาทำเอง วิธีนี้จะทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมและเรียนรู้การประหยัด

สรุป

การสอนลูกเรื่องเงินในทุกยุคแม้ไม่เคยเป็นเรื่องง่าย แต่หลักการพื้นฐานยังคงเหมือนเดิมตลอด นั่นคือ ต้องทำให้เด็กเข้าใจว่า

✅ เงินต้องหามาก่อน จึงจะนำไปใช้ได้

✅ การใช้เงินต้องคิดให้รอบคอบ ไม่ใช่ซื้อทุกอย่างที่อยากได้ทันที

✅ การประหยัดและการวางแผน เป็นทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save