รุ่งโรจน์ ดับสูญ และผงาดขึ้นใหม่ : เข้าใจวัฏจักรประเทศมหาอำนาจผ่านประวัติศาสตร์โลก 600 ปี จากหนังสือ The Changing World Order

อำนาจโลกที่เปลี่ยนถ่าย เข้าใจระเบียบโลกใหม่ผ่านหนังสือ ‘Changing World Order’ หนังสือที่ ‘เหมาะสม’ กับช่วงเวลาเล่าถึงความรุ่งเรืองและล่มสลายของวัฏจักรมหาอำนาจ
aomMONEY ได้ไปสัมภาษณ์ คุณต้น กรศุภ มังกรแก้ว บรรณาธิการสำนักพิมพ์ INVESTING ถึงหนังสือ The Changing World Order ของ Ray Dalio ว่าทำไมมันถึงเหมาะสมที่จะกลับมาอ่านอีกรอบ แม้จะตีพิมพ์มาได้สักพักหนึ่งแล้ว
หนังสือ 'The Changing World Order' ถูกแปลเป็นภาษาไทยโดยคุณ ปิยะศักดิ์ ดวงบัณฑิตกุล หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยเรื่องที่ฟังดูใหญ่โตอย่าง “ระเบียบโลกใหม่” แต่ในความจริง มันคือสิ่งที่เรากำลังอยู่ในนั้น ช่วงเปลี่ยนถ่ายของอำนาจโลก จากประเทศหนึ่ง ไปสู่อีกประเทศหนึ่ง
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน เราอาจไม่เชื่อว่าจีนจะขึ้นมาเทียบชั้นอเมริกาได้แบบจริงจัง แต่ทุกวันนี้อะไรๆ ก็บอกเราว่า มันกำลังเกิดขึ้นจริง
เล่มนี้เลยกลายเป็นหนังสือขายดีอีกครั้งในช่วงที่ Donald Trump กลับมาเล่นบทแข็งใส่จีนอย่างหนัก แต่ก็ยัง “ทำอะไรจีนไม่ได้” แบบที่เราคิดไว้ก่อนหน้านี้
คุณต้นเล่าว่า เรย์ ดาลิโอเองก็ออกมาย้ำเรื่อยๆ ว่า “ระเบียบโลกกำลังจะเปลี่ยน” ไม่ใช่แค่เปลี่ยนแบบนิดๆ หน่อยๆ แต่เป็นการเปลี่ยนใหญ่ ระดับที่โลกเคยเปลี่ยนมาแล้วหลายครั้งในประวัติศาสตร์
เราอ่านเล่มนี้แล้วจะได้อะไร?
คุณต้น เล่าที่มาของหนังสือเล่มนี้ไว้ว่า เรย์ ดาลิโอ ได้พาเราย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์โลก 500–600 ปี เพื่อไขรหัสว่า “อะไรทำให้ประเทศหนึ่งกลายเป็นมหาอำนาจ และอะไรทำให้เขาร่วงลง”
อ่านเล่มนี้แล้วจะเห็นเลยว่า สหรัฐอเมริกาไม่ใช่มหาอำนาจประเทศแรกของโลก ก่อนหน้านี้มีทั้งเนเธอร์แลนด์ อังกฤษ ฯลฯ ที่เคยเรืองอำนาจมาแล้วทั้งนั้น
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่มีมหาอำนาจไหนอยู่ได้ตลอดไป โดยเรย์ ดาลิโอ ได้ถอดสูตรออกมาเป็นวงจรชัดเจนและใช้ทั้งตัวอย่างจริง กราฟ ตัวเลข และปัจจัยสำคัญที่ทำให้วงจรนั้นเกิดขึ้น
วัฏจักรมหาอำนาจ มันมีสูตร
เรย์ ดาลิโอ สรุปไว้ว่า ประเทศที่กำลังจะ “ขึ้นมา” หรือ “ร่วงลง” มักจะผ่านกระบวนการ 8 ขั้น โดยสองตัวแรกที่พุ่งขึ้นก่อนเสมอคือ…
1. การศึกษา
2. นวัตกรรมและเทคโนโลยี
ประเทศที่อยากเป็นผู้นำของโลก แต่ยังไม่เก่งเรื่องสองอย่างนี้ จะไม่มีทางมี productivity สูงพอที่จะไปถึงจุดนั้น
จีนคือกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะจริงๆ แล้ว จีนเคยเป็นมหาอำนาจมาแล้วในอดีต แม้จะยิ่งใหญ่แต่ก็ไม่ค่อยส่งออกไปยังระดับนานาชาติ แต่คนทั้งโลกก็เคยนำเอานวัตกรรมจากจีนไปใช้กันมากมาย
แล้วตอนนี้สองอย่างที่จีน “ทำได้ดีมาก” ก็คือ การศึกษา และเทคโนโลยี ซึ่งถ้าเราตามกราฟของ เรย์เราจะเห็นได้เลยว่ามันกำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
แล้วอเมริกาอยู่ตรงไหนในกราฟนี้?
เรย์ ดาลิโอ บอกว่า สหรัฐฯ เป็นจักรวรรดิไม่กี่แห่งในโลกที่รักษาอำนาจได้นานมาก ผ่านมาเกือบ 100 ปีแล้ว และอาจยืดไปได้ถึง 200 ปี แต่กราฟหลายเส้นของอเมริกาเริ่มหักหัวลงชัดเจน โดยเฉพาะ…
- การศึกษา: ตกต่ำ
- ความสามารถในการผลิต: ลดลง
- คนเก่ง: เริ่มอยากย้ายประเทศ เพราะงบวิจัยถูกตัด
สิ่งที่ยังอยู่สูงคือ…
- ความเป็นศูนย์กลางทางการเงิน
- อิทธิพลของดอลลาร์
- กำลังทหาร
ซึ่ง 3 สิ่งนี้ยังคงทำให้อเมริกาครองอำนาจได้อยู่…แต่จะนานแค่ไหน?
ประเทศอเมริกาเอง เมื่อก่อนคนมีความสามารถก็อยากไปอยู่อเมริกา แต่ช่วงนี้คนย้ายออกเพราะคิดว่าอยู่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ บ้างย้ายไปยุโรป หรือจีนเองก็อยากได้คนตรงที่มีทักษะของอเมริกาทำให้อเมริกากำลังจะเสียเปรียบตรงนี้
คุณต้นเล่า ว่านี่เป็นผลกระทบที่ต่อเนื่องกัน อย่างตอนที่อเมริกากำลังจะเป็นมหาอำนาจได้ ก็มีสงครามพอมีสงครามการศึกษาและการวิจัยพัฒนามันก็ก้าวกระโดด พอคนพัฒนาคนในประเทศก็ผลิตได้มากขึ้น พอชนะสงครามก็กลายเป็นคนกำหนดโลกและเสริมความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจกันเข้าไปใหญ่ ทีนี้พอช่วงรุ่งเรือง คนในประเทศก็ทำงานในประเทศ บ้างก็ผลิตนอกประเทศ
ทีนี้ก็ไปโดนคำสาปของประเทศที่รวย
เรย์ ดาลิโอ บอกไว้ว่า คำสาปของประเทศที่รวยก็คือ ต้นทุนและค่าแรงของประเทศนั้นจะสูงขึ้น ทำให้ต้องส่งงานไปให้ประเทศอื่นที่ค่าแรงถูกกว่า คนในประเทศก็มีงานน้อยลง งานที่ต้องใช้แรงงานก็น้อยลง คนรวยก็จะใช้เวลากับสื่อบันเทิงมากขึ้น
พอรวยแล้วก็ไม่สามารถทำอะไรที่มีราคาต่ำเพื่อสู้ได้ จากนั้นประเทศที่ไปจ้างเขาผลิตก็เชี่ยวชาญมากขึ้น รุ่งเรืองและร่ำรวยมากขึ้น หมุนเป็นวัฎจักรที่หลีกเลี่ยงไมไ่ด้ นั่นคือสิ่งที่เรย์ใช้อธิบายถึงสหรัฐฯ ในหนังสือ
แล้วอะไรที่เป็นตัวชี้วัดว่าจีนกำลังจะพุ่งสู่การเป็นมหาอำนาจ?
จีนมีอะไรที่อเมริกาเคยมีมาก่อน นั่นคือ ความสามารถด้านการศึกษา และ นวัตกรรมเทคโนโลยี พอเวลาประเทศไหนจะขึ้นมาเป็นมหาอำนาจได้ สองปัจจัยนี้จะพุ่งสูงขึ้นมาก่อนเลย
เทียบกับ Coming Wave หนังสือเล่มนั้นบอกว่า ประเทศไหนมีเทคโนโลยี ประเทศนั้นจะได้เป็นมหาอำนาจ เช่น โกลนม้า เทคโนโลยีเล็กๆ นั้น ทำให้เปลี่ยนหน้าของวิถีการทำสงครามได้เลย นั่นแหละคือสิ่งเดียวกันกับที่เรย์ พูดถึง ที่เขาบอกว่ามันจะเป็นตัวนำได้
ตอนนี้ใน 8 ปัจจัยที่ว่าถึง ประเทศจีนบางอันอาจจะยังต่ำอยู่
แต่การศึกษาและเทคโนโลยีสูงมาก และมันก็เป็นสองปัจจัยที่สำคัญที่สุดในสิ่งที่เรย์พูด
ซึ่งสองตัวนี้ มันจะทำให้ปัจจัยอื่นๆ ตามมา ทั้ง การค้า ความสามารถในการผลิต ความสามารถในการแข่งขันและการทหารก็จะดี
ทีนี้ สองปัจจัยสุดท้ายที่จะทำให้ประเทศขึ้นเป็นมหาอำนาจโดยสมบูรณ์ และถึงจุดรุ่งเรืองโดยสมบูรณ์นั่นคือการเป็นจุดศูนย์กลางทางการเงิน และก็การเป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลก
คุณต้นเล่าว่า คนอาจมองว่า “หยวน” กำลังมาแทนดอลลาร์ แต่ตอนนี้สัดส่วนเงินหยวนในทุนสำรองโลกยังไม่ถึง 2% เทียบกับดอลลาร์ที่มากกว่า 50% นี่คือระยะห่างที่ยังมีอยู่จริง เพราะฉะนั้นการที่คนบอกว่าดอลลาร์จะเป็นเงินกระดาษ หรือล้มสลายแล้วโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากๆ อีกทั้งการเป็นมหาอำนาจไม่ได้เกิดขึ้นแค่ 3-4 ปี มันใช้เวลายาวนานกว่านั้น
จีนอาจจะไม่ได้เป็นอำนาจในช่วงชีวิตของเรา แต่ดูแล้วน่าจะขึ้นแน่ๆ เพราะมันมีแนวโน้มและทิศทางที่จะเป็นแบบนั้น
แล้วหนังสือเล่มใหม่ของ Ray ล่ะ?
หลังจาก The Changing World Order ในปี 2021 เรย์ ดาลิโอ ก็ได้ออกหนังสือเล่มใหม่ชื่อ How Countries Go Broke: The Big Cycle ที่จะโฟกัสเรื่อง “หนี้” และ “ความล่มสลายทางการเงิน”
ประเด็นคือ… ประเทศที่มีหนี้มาก และ Productivity ต่ำ คือประเทศที่เสี่ยงล้มเหลวมากที่สุด
เรย์เปรียบเทียบประเทศกับคนเลยว่า การเงินประเทศก็คล้ายการเงินส่วนบุคคล ต่อให้มีหนี้ ถ้ายังหาเงินเข้าได้ก็ยังรอด แต่ถ้าหาเงินไม่ได้ แถมแก่ลงเรื่อยๆ แบบทำอะไรไม่ได้แล้ว นั่นคือจุดจบที่น่ากลัว
หนังสือของ เรย์ ดาลิโอ แต่ละเล่มจะเป็นเหมือนสิ่งทำให้เราเห็นว่า วัฏจักรของประเทศหนึ่ง แทบไม่ต่างจากวัฏจักรการเงินของคนธรรมดาเลย
“ถ้าใช้จ่ายน้อยกว่าที่หาได้ ก็ไม่เจ๊ง”
แต่ถ้าใช้เกินตัวไปเรื่อยๆ แล้วหาเงินไม่เก่งเหมือนเดิม ก็จบ
และแม้ประเทศจะต้อง “ก่อหนี้” เพื่อขยายตัวและพัฒนา
แต่มันก็มีลิมิตของมัน จะก่อเท่าไหร่ ก่ออย่างไร กู้มาเพื่ออะไร
คือสิ่งที่ต้องวางแผนให้ดี พอถึงจุดที่เศรษฐกิจเติบโตเต็มที่แล้ว
สิ่งที่ต้องมาคิดต่อคือ “เราจะถอยลงอย่างไรให้ไม่พัง?”
คุณต้นเล่าว่า เรย์ ได้ยกตัวอย่าง “ประเทศอังกฤษ” ที่แม้จะส่งไม้ต่อความเป็นมหาอำนาจให้กับอเมริกา แต่ก็ถอยลงอย่างสง่างาม ไม่ได้ล่มสลายจนประเทศพังยับเยินแบบที่จีนเคยเจอเมื่อล้มราชวงศ์
อีกทั้ง ในตอนท้าย คุณต้นแนะนำว่าหนังสือเล่ม The Changing World Order คนที่เป็นสายนักลงทุน สนใจประวัติศาสตร์ น่าจะเอาไปใช้ได้ อ่านแล้วจะได้ไอเดียและมุมมอง ในการอ่านแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาพ เล่มนี้น่าจะเป็น เล่มที่มีประโยชน์ ได้เห็นภาพรอบโลกมากขึ้นว่าวัฎจักรเศรษฐกิจจะขึ้นลงเป็นยังไงบ้าง มองข้ามความหนาไปก็ถือว่าอ่านง่าย ภาพประกอบมีเยอะด้วย
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

