TRUE โตสวนกระแสท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจ

TRUE โตสวนกระแสท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจ

ในขณะที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก ความไม่แน่นอนได้ปกคลุมภาคธุรกิจและการลงทุน นักลงทุนต่างมองหาทางเลือกที่ปลอดภัยและให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ เพราะปัจจุบันตลาดหุ้นไทยติดลบติดอันดับต้น ๆ ของโลก รวมถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายถูกปรับลดลงต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 ธนาคารแห่งประเทศไทยลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 2.25% มาอยู่ที่ 2.00% ต่อปี โดยให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ แม้การบริโภคในประเทศ การท่องเที่ยว และการส่งออกสินค้าจะขยายตัวได้ดี แต่ภาคการผลิตกำลังเผชิญปัญหา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ ปิโตรเคมี และวัสดุก่อสร้าง

นอกจากนี้ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา และการขึ้นภาษีของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ส่งผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรมในบ้านเรา

การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ให้อัตราผลตอบแทนที่แน่นอนจึงเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นกู้ของบริษัทที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งและไม่ได้รับผลกระทบทางตรงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และการขึ้นภาษีของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินไว้ในธนาคารเฉย ๆ แต่มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นสามัญ หรือต้องการล็อคผลตอบแทนก่อนที่ดอกเบี้ยนโยบายจะมีการปรับลดลง ยิ่งถ้าเป็นบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือสูง ๆ มีโครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่ง ก็ยิ่งเป็นการลงทุนที่น่าจับตาไม่น้อย

โดยล่าสุด ทรู คอร์ปอเรชั่น หรือ TRUE เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ "A+" แนวโน้ม "คงที่" หรือ "Stable" จากทริสเรทติ้ง เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 โดยหุ้นกู้ชุดใหม่มีให้เลือกตั้งแต่อายุ 3 ปี ถึง 10 ปี ชำระดอกเบี้ยคงที่ทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ คาดว่าจะให้อัตราผลตอบแทนอยู่ระหว่าง 3.00-3.85% ต่อปี เลยทีเดียว 

ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมและดิจิทัลแบบครบวงจรของไทย ซึ่งครอบคลุมถึงการให้บริการด้านโทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ โทรทัศน์ และบริการดิจิทัลต่าง ๆ โดยภายหลังการควบรวมกิจการกับ DTAC ทำให้ TRUE กลายเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่มีขนาดใหญ่ มีฐานลูกค้ากว้างขวาง และมีโครงข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

เมื่อไม่นานมานี้ TRUE ได้ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญ โดยแต่งตั้งคุณ ซิกเว่ เบรกเก้ เป็น Group CEO มีหน้าที่กำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์หลักของบริษัทในภาพรวม คุณมนัสส์ มานะวุฒิเวช อดีต CEO ปรับบทบาทเป็น President/CEO - Enterprise & Data Business ดูแลกลุ่มธุรกิจดิจิทัล ออนไลน์ ทรูวิชั่นส์ ข้อมูล และลูกค้าองค์กร ขณะที่คุณ ชารัด เมห์โรทรา ได้รับการแต่งตั้งเป็น President/CEO - Consumer Business ดูแลกลุ่มธุรกิจโมบายล์และงานบริการลูกค้าทั่วไป การปรับโครงสร้างครั้งนี้ก็เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในอนาคต เพื่อปูรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังเผชิญกับความท้าทายและผลประกอบการที่ถดถอย แต่ที่ TRUE กลับยังคงมีผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยตลอดทั้งปี 2567 บริษัทรายงานว่ามี EBITDA ที่เติบโตต่อเนื่อง และมีรายได้สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด

ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 บริษัทมีกำไรสุทธิหลังหักภาษีและหลังปรับปรุงรายการพิเศษ (Normalized Net Profit After Tax) ที่ 3,600 ล้านบาท และที่น่าสนใจคือ EBITDA (กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย) เติบโตเพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่ 8 ติดต่อกัน ซึ่งความสำเร็จนี้มาจากปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
(1) การพัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัย โดยดำเนินการแล้วเสร็จกว่า 77%
(2) การเสริมความแข็งแกร่งผ่านพันธมิตรระดับโลก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี
(3) การนำ AI และเทคโนโลยีวิเคราะห์ขั้นสูงมาเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย

สำหรับปี 2568 บริษัทคาดการณ์ว่ารายได้จาการให้บริการ (ไม่รวมรายได้จากค่าบริการเชื่อมต่อโครงข่าย และโรมมิ่งภายในประเทศกับ NT) จะเติบโตเพิ่มขึ้น 2-3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ EBITDA จะเติบโตเพิ่มขึ้น 8-10% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่ดูดี เมื่อเทียบกับภาวะเศรฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัว

TRUE ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่ผลประกอบการทางการเงินเท่านั้น แต่ยังได้รับการยกย่องให้เป็นองค์กรที่ยั่งยืนที่สุดในกลุ่มโทรคมนาคมระดับโลก โดยเป็นอันดับที่ 1 ในดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ประจำปี 2567 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7

ที่ผ่านมา บริษัทมุ่งมั่นสร้างความยั่งยืนให้ครบทั้ง 3 ด้าน ทั้ง (1) ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) โดยเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล (2) ด้านสังคม (Social) โดยพัฒนาเครือข่าย 4G ให้ครอบคลุม 99% ของประชากรไทยพัฒนาทักษะดิจิทัลให้กลุ่มเปราะบาง และมีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ที่เข้าถึงผู้เรียนกว่า 32 ล้านคน และ (3) ด้านธรรมาภิบาล (Governance) โดยเป็นองค์กรแรกในไทยที่นำแผน Responsible AI Maturity Roadmap มาใช้ และเปิดตัว "ทรู ไซเบอร์เซฟ" ระบบป้องกันภัยไซเบอร์อัตโนมัติโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

จากข้อมูลทั้งหมดนี้เอง ทำให้หุ้นกู้ของ TRUE ชุดใหม่ที่กำลังจะเปิดให้จองซื้อในเร็ว ๆ นี้ นับเป็นหนึ่งในการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนดีและมีความเสี่ยงที่เหมาะสม จากจุดเด่นที่น่าสนใจ 4 ข้อ

1. เป็นหุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตและมีความผันผวนต่ำ

2. ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ และหุ้นกู้อยู่ที่ระดับ  "A+" แนวโน้ม "คงที่" จากทริสเรทติ้ง

3. ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ สูงกว่าเงินฝากและพันธบัตรรัฐบาล

4. บริษัทมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งและมีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยรองรับการจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นคืนให้กับผู้ลงทุน

ตามทฤษฎีแล้ว หุ้นกู้เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนในหุ้นสามัญ แต่การลงทุนในหุ้นกู้ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่นักลงทุนต้องพิจารณาด้วย เช่น คุณภาพของผู้ออกหุ้นกู้ ความมั่นคงของอุตสาหกรรม ผลตอบแทนเทียบกับความเสี่ยง และสภาพคล่อง นอกเหนือจากผลตอบแทนแล้ว ปัจจัยเหล่านี้คือสิ่งที่นักลงทุนต้องคำนึงถึงเสมอ

สำหรับผู้ที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ TRUE ชุดใหม่ สามารถสอบถามรายละเอียดการจองซื้อได้ที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 7 แห่ง ได้แก่

• ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาไมโคร) หรือ โทร. 1333 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Bangkok Bank Mobile Banking

• ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา โทร. 02 888 8888 กด 869 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน https://www.kasikornbank.com/kmyinvest (ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา) และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

• ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 777 6784 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 

• ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 626 7777 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน แอป CIMB Thai

• ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 285 1555

• บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02 680 4004

• บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02 165 5555 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอปฯ Dime! และรวมถึง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)

สำหรับผู้สนใจจองซื้อหุ้นกู้ผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet สามารถศึกษาเพิ่มเติมถึงรายละเอียด ขั้นตอน และวิธีการสมัคร TrueMoney Wallet Application และวิธีการจองซื้อ ได้ที่เว็บไซต์ www.truemoney.com หรือติดต่อขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของ บริษัท ทรู มันนี่ จำกัด โทร. 1240 กด 6

true-thriving-business-economic1

บทความนี้เป็น Advertorial

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save