ปลดล็อกพฤติกรรมการเงินที่เป็นพิษ นักจิตวิทยาการเงินเผยปมในใจวัยเด็กที่กำหนดชะตากรรมของเงินในกระเป๋าและวิธีแก้

ปลดล็อกพฤติกรรมการเงินที่เป็นพิษ นักจิตวิทยาการเงินเผยปมในใจวัยเด็กที่กำหนดชะตากรรมของเงินในกระเป๋าและวิธีแก้

ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเงินมักซับซ้อนและลึกซึ้งกว่าที่เราคิด คล้ายกับเส้นใยที่ถักทอจากประสบการณ์วัยเด็ก ความทรงจำ และความเชื่อที่สั่งสมมาตลอดชีวิต

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ชี้ให้เห็นว่า รากฐานของความสัมพันธ์นี้เริ่มก่อตัวตั้งแต่เราอายุเพียงเจ็ดขวบ ในวัยที่เราแทบจะไม่เข้าใจมูลค่าของเงินด้วยซ้ำ

วิคกี้ เรย์นัล (Vicky Reynal) นักจิตบำบัดด้านการเงินและผู้เขียนหนังสือ "Money on Your Mind" ได้แชร์ประเด็นนี้กับเว็บไซต์ CNBC ว่า

"ประสบการณ์ทางอารมณ์ในวัยเด็กจะหล่อหลอมว่าเราจะกลายเป็นคนแบบไหน"

คล้ายการสร้างรอยประทับในดินเหนียวที่แข็งตัว ประสบการณ์วัยเด็กของเราได้สร้างแม่พิมพ์ที่กำหนดรูปแบบความสัมพันธ์ที่เรามีกับเงินในวัยผู้ใหญ่

เด็กที่เติบโตมาด้วยความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย มักจะพัฒนาความเชื่อว่าตนเองสมควรได้รับสิ่งดีๆ ในชีวิต ความมั่นใจนี้ส่งผลให้พวกเขากล้าที่จะเจรจาต่อรองเพื่อเงินเดือนที่สูงขึ้น และสามารถใช้จ่ายเงินที่มีอยู่ได้อย่างมีความสุข

ในทางตรงกันข้าม คนที่เติบโตมาด้วยความรู้สึกถูกละเลย อาจพัฒนาความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง ซึ่งแสดงออกผ่านพฤติกรรมการใช้เงิน เช่น รู้สึกผิดเมื่อต้องใช้จ่าย หรือใช้เงินฟุ่มเฟือยเพื่อเรียกร้องความสนใจ

หากลองหลับตานึกย้อนกลับไปถึงช่วงวัยเด็กสักเล็กน้อย เสียงพูดคุยเรื่องเงินในครอบครัวดังขึ้นมาบ้างไหม? หรือมันเป็นความเงียบที่หนักอึ้ง ไม่มีใครพูดอะไรเลย?

สำหรับหลายครอบครัว เงินเป็นประเด็นที่คล้ายกับลอร์ดโวลเดอมอร์ ตัวละครในแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่ทุกคนรู้ว่ามีอยู่จริง แต่ไม่มีใครกล้าพูดถึง พ่อแม่อาจคิดว่าเรายังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจ หรือกังวลว่าการพูดคุยเรื่องเงินจะทำให้เด็กกังวลเกินไป

แต่ความเงียบนั้นกลับกลายเป็นบทเรียนที่ทรงพลังที่สุด สอนให้เราเห็นว่าเงินเป็นเรื่องน่าอึดอัด น่าละอาย หรือบางทีเป็นเรื่องน่ากลัวด้วยซ้ำ

เราเคยได้ยินเสมอว่า "เด็กๆ เปรียบเสมือนฟองน้ำที่ดูดซับทุกอย่างจากพ่อแม่"

คนที่เป็นพ่อแม่จะทราบดีว่านี่เป็นเรื่องจริง ตั้งแต่ท่าทาง การพูด ความคิด ความกังวล และความเชื่อทั้งหมดในชีวิต รวมถึงเรื่องการเงินด้วย สิ่งที่พวกเขาเห็นทุกวันกลายเป็น 'ความปกติ' ในโลกของพวกเขา

ถ้าพ่อแม่เครียดทุกครั้งที่ต้องจ่ายบิล เด็กก็อาจซึมซับความวิตกกังวลนั้น หรือถ้าพ่อแม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเพื่อประชดชีวิต เด็กก็อาจเติบโตมาพร้อมกับความเชื่อว่าเงินคือทางออกของทุกปัญหา

หรือเหรียญอาจจะไปออกอีกด้าน บางคนกลับพัฒนานิสัยตรงข้ามกับพ่อแม่โดยสิ้นเชิง เด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่ประหยัดจนเกินไปอาจกลายเป็นคนใช้เงินฟุ่มเฟือย เหมือนเป็นการประชดหรือชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปในวัยเด็ก

ในทางกลับกัน ลูกของพ่อแม่ที่ใช้เงินไม่ยั้งอาจกลายเป็นคนประหยัดสุดโต่ง จากบทเรียนอันเจ็บปวดที่ได้เห็นมากับตาว่าการเงินของพ่อแม่เสียหายไปมากขนาดไหนจากการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

ความยากของการเปลี่ยนแปลงนิสัยการเงินอยู่ตรงที่มันฝังรากลึกในจิตใต้สำนึก เหมือนการพยายามเปลี่ยนลายมือที่เขียนมาตลอดชีวิต

แต่มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

การเข้าใจว่าประสบการณ์วัยเด็กส่งผลต่อความสัมพันธ์ของเรากับเงินอย่างไรนั้น เป็นเหมือนการเดินทางย้อนเวลากลับไปสำรวจความทรงจำและความเชื่อที่หล่อหลอมตัวเรา

Tanya Rolfe ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มให้ความรู้เรื่องการเงิน Sophia และเจ้าของพอดแคสต์การเงิน ‘The Money Makers’ แนะนำให้ลองเทคนิคเหล่านี้ดูครับ

- เริ่มจากการสำรวจความทรงจำ ลองหยิบปากกาและกระดาษ เขียนห้าคำที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ของคุณกับเงิน แล้วเขียนอีกห้าคำที่สะท้อนความสัมพันธ์ของคุณเองกับเงิน

บางทีคุณอาจพบว่าคำเหล่านั้นคล้ายกันมาก หรือบางทีอาจสะท้อนการต่อต้านรูปแบบที่คุณเห็นในวัยเด็ก การสำรวจนี้ไม่ใช่การตัดสิน แต่เป็นการทำความเข้าใจรากเหง้าของความเชื่อและพฤติกรรมของเรามากกว่า

- หากพ่อแม่ของคุณเป็นคนประหยัด และแทบไม่เคยพูดคุยเรื่องเงิน ลองใช้โอกาสในวัยผู้ใหญ่นี้ชวนพวกท่านคุยก็ได้ บางทีอาจมีเรื่องราวหรือเหตุผลที่เราไม่เคยรู้มาก่อน การเข้าใจบริบทและเหตุผลของพวกท่านอาจช่วยให้เราเห็นภาพที่กว้างขึ้นและเยียวยาความสัมพันธ์ที่เรามีกับเงิน

- สำหรับคนที่มีลูก นี่คือโอกาสที่จะเขียนประวัติศาสตร์บทใหม่ แทนที่จะปล่อยให้เงินเป็นเรื่องต้องห้าม ลองเปิดโอกาสให้ลูกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเงิน เช่น ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ให้พวกเขาเปรียบเทียบราคาและคุณภาพของสินค้า หรือในการวางแผนวันหยุด ให้พวกเขาช่วยทำตารางคำนวณค่าใช้จ่าย เรียนรู้การจัดสรรงบประมาณ และคิดวิเคราะห์ว่าควรใช้เงินตรงไหนมากน้อยแค่ไหน

- ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการใส่ใจกับภาษาที่เราใช้พูดคุยเรื่องเงินกับลูก แทนที่จะพูดว่า "เราไม่มีเงินพอ" ซึ่งสื่อถึงความขาดแคลนและความไร้พลัง ลองเปลี่ยนเป็น "แม่เลือกที่จะไม่ใช้เงินกับสิ่งนี้" การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ นี้สื่อถึงการมีอำนาจในการเลือกและการตัดสินใจอย่างมีสติ สอนให้ลูกเห็นว่าการจัดการเงินคือการเลือก ไม่ใช่การถูกจำกัด

- การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์กับเงินอาจเป็นเรื่องท้าทาย แต่เมื่อเราเข้าใจที่มาของความเชื่อและพฤติกรรมของเรา เราก็สามารถเริ่มเขียนเรื่องราวใหม่ได้ ไม่ใช่เพื่อตัวเราเท่านั้น แต่เพื่อคนรุ่นต่อไปด้วย

ที่สำคัญ แม้เราจะวาดหวังว่าการสั่งสอนให้ลูกเก็บออม ใช้จ่ายเงินพอดีตัว และรู้จักยับยั้งชั่งใจตั้งแต่เด็ก เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสัมพันธ์กับการเงินในเชิงบวก

แต่บทเรียนเหล่านั้นจะไม่มีผลเลยหากสิ่งที่พ่อแม่ทำนั้นตรงกันข้าม เพราะอย่างที่บอกเด็กเป็นฟองน้ำซึมซับพฤติกรรมของพ่อแม่ที่เก่งมากๆ

บอกลูกใช้จ่ายประหยัด แต่มีของมาส่งที่บ้านทุกวัน บอกลูกอย่างเป็นหนี้ แต่พ่อแม่รูดบัตรเครดิตซื้อของไม่จำเป็นผ่อน 0% อยู่ตลอด แบบนี้คงไม่ไหว

อย่าคิดว่าเด็กไม่รู้เรื่อง พวกเขารู้มากกว่าที่เราคิด

ดังนั้น หากคิดจะสอนเรื่องการเงินกับลูก สิ่งแรกที่พ่อแม่ควรทำคือนำบทเรียนที่กำลังจะสอนมาใช้สำรวจพฤติกรรมตัวเองก่อน แล้วค่อยๆ จัดการเงินของตัวเองให้ดีขึ้น

ตัวอย่างที่ดีย่อมมีค่ามากกว่าคำพูดเสมอ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save