เตือนภัย! กู้เงินออนไลน์หลักพัน เสี่ยงเป็นหนี้หลักแสน ดอกเบี้ยโหด 2,300% ต่อปี โทรคุกคามคนรอบตัว เข้าถึงข้อมูลและรูปภาพส่วนตัว

ในยุคที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน หลายคนหันไปพึ่งการกู้เงินเพื่อพยุงสภาพคล่องทางการเงิน แต่ความเดือดร้อนนี้กลับกลายเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพฉวยประโยชน์ผ่าน “กู้เงินออนไลน์นอกระบบ” ด้วยคำโฆษณาหวานหู “กู้ง่าย ได้ไว ดอกเบี้ยต่ำ แค่บัตรประชาชนก็พอ” แต่เบื้องหลังความง่ายนี้คือกับดักทางการเงินที่อาจทำให้คุณต้องเจอปัญหาหนักกว่าเดิม
กู้เงินนอกระบบออนไลน์คืออะไร?
กู้เงินนอกระบบออนไลน์ คือ การกู้เงินออนไลน์จากแหล่งที่ไม่ได้รับการควบคุมหรือดูแลโดยกฎหมายหรือหน่วยงานทางการเงิน ผู้ให้กู้มักเป็นบุคคลทั่วไปหรือองค์กรเถื่อนที่ไม่จดทะเบียน ที่อาจเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราสูงมาก และมีวิธีทวงหนี้ที่ไม่เป็นธรรม หรือมีสัญญาทางการเงินที่ไม่โปร่งใส
กู้เงินนอกระบบออนไลน์ต้องการข้อมูลอะไรจากเราบ้าง
แอปเหล่านี้มีวิธีการยื่นขอกู้ที่ไม่ซับซ้อน โดยการขอกู้มักแลกกับการแสดง “บัตรประชาชน” เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน และแอบละเมิดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลในมือถือเพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ผู้ติดต่อ และข้อมูลอื่นๆ ภายในมือถือ เพื่อที่เหล่ามิจฉาชีพจะเอามาใช้ข่มขู่หรือกดดันผู้กู้ได้ พอเหยื่อไปกู้แล้ว ก็จะตามมากับดอกเบี้ยมหาโหด มีตั้งแต่ร้อยละ 20 ไปจนถึง ร้อยละ 2,300* (ข้อมูลจากตัวจริงสนามข่าว) ซึ่งเกินจากมาตฐานที่กฏหมายกำหนดไว้มาก
** ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 654 วางหลักไว้ว่า “ห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี” ยกเว้น ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินที่สามารถเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปีได้ โดยอาศัยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์มาตรา 14 และธนาคารพาณิชย์จะต้องประกาศอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวนั้นด้วย **
การกู้เงินนอกระบบออนไลน์ที่เราเห็นได้ในทุกวันนี้มีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือการให้กู้ผ่านโซเชียลมีเดีย และ การกู้ผ่านแอปเถื่อน
1. การให้กู้นอกระบบผ่านเฟซบุ๊ค
เมื่อไม่นานมานี้ตำรวจไซเบอร์พึ่งจับกุมแอดมิน “แม่น้อง กัปตันนน” พฤติกรรมของการปล่อยเงินกู้แบบนี้จะมาเชิญชวนในรูปแบบโพสต์โปรโมตผ่านเฟซบุ๊ค และเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราต่าง ๆ อย่างคดีของแม่น้องกัปตันน ข้อมูลจากตำรวจไซเบอร์บอกว่า ให้กู้นอกระบบดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาท ต่อวัน หรือร้อยละ 60 บาทต่อเดือน
สมมติว่ามีเหยื่อกู้เงินต้น 3,000 บาท เจ้าหนี้รายนี้ก็จะบังคับให้เหยื่อต้องจ่ายเงินวันละ 250 บาท เป็นเวลา 20 วัน เท่ากับว่าเหยื่อต้องจ่ายเงิน 250 บาท × 20 วัน = 5,000 บาท จากที่ยืมมา 3,000 บาท เหยื่อต้องคืนให้เจ้าหนี้รายนี้ รวมทั้งหมด 5,000 บาท ถ้าไม่จ่ายก็จะโดนทีมแอดมินข่มขู่และใช้ถ้อยคำหยาบคายต่อว่าลูกหนี้ หรือในบางกรณีเจ้าหนี้ให้กู้เถื่อนเหล่านี้ก็จะโพสต์ประจานและคุกคามคนรอบตัว
2. กู้นอกระบบผ่านแอป
หนึ่งในคดีความที่เป็นที่รู้จักก็คือ “แอปกู้ให้ดีๆ” ที่ตำรวจพึ่งจับกุมไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาแอปฯนี้ เก็บดอกเบี้ยโหดถึงปีละกว่าร้อยละ 2,300 พบเงินหมุนเวียนในบัญชีม้ามากกว่า 2 พันล้านบาท พฤติกรรมของแอปเหล่านี้ก็คือหลอกให้เหยื่อที่ต้องการใช้เงินเข้ามาโหลดแอปฯ ส่งหลักฐานยืนยันตัวตน ตั้งให้แอปเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ได้ ทั้งรูปภาพ รายชื่อติดต่อ
เมื่อจะกู้ก็จะให้ถ่ายรูปกับบัตรประจำตัวประชาชนและเลือกวงเงินกู้ แต่พอกดยืนยันกู้จริงๆ แล้ว เหยื่อจะได้รับเงินจริงไม่ถึงจำนวนที่กู้ เพราะจะถูกหักค่าธรรมเนียม (บางแอปอาจทำระบบให้หักค่าธรรมเนียมมากกว่า 50% หรือบางรายกู้แล้วผ่านแล้ว แต่ไม่ได้เงินและจะบังคับให้เหยื่อต้องจ่ายเงินชดใช้)
หนึ่งในผู้เสียหายกู้ให้ดีๆ ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเคยไปกู้เงินที่แอปนี้มา เริ่มแรกกู้ไป 3,000 บาท แต่กลับได้เงินจริงๆ แค่ 1,200 กว่าๆ เท่านั้น ที่เหลือแอปบอกว่าเป็นการหักดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม โดยระหว่างที่เป็นหนี้ มิจฉาชีพก็จะติดต่อมาแนะนำให้สมัครแอปฯ เถื่อนอื่นๆ ให้มาปิดหนี้ตรงนี้
ถ้าทำตาม มิจฉาชีพจะค่อยๆ เพิ่มวงเงินให้เรื่อยๆ เมื่อหลงเชื่อไปสมัครตาม ในที่สุดก็จะเหมือน “ถูกหลอกให้เล่นพนัน” กู้แอปนั้น มาโป๊ะแอปนี้ สุดท้ายหนี้ไม่กี่พันก็กลายเป็นหนี้หลักหมื่นหลักแสนจากเงินต้นแค่ไม่กี่พันบาทในทันที
กู้เงินผ่านแอปเถื่อนและวิธีตามทวงหนี้สุดโหด
เมื่อเหยื่อเผลอกู้หนึ่งครั้ง ต่อให้ปิดยอดทั้งหมดไปได้เรื่องก็ไม่จบ เพราะแอปฯ เหล่านี้อาจทำธุรกรรมโอนเงินเพิ่มเข้ามาให้เหยื่อโดยที่เหยื่อไม่จำเป็นต้องทำธุรกรรมเอง ซึ่งตรงนี้ก็จะทำให้เหยื่อเป็นหนี้ต่อ และระหว่างนั้นก็จะหาทางกดดันให้เหยื่อหาเงินมาคืนพร้อมกับดอกเบี้ยที่มิจฉาชีพกำหนดมาเว่อร์ๆ โดยข้ออ้างที่มักใช้ก็คือ “ถ้ากดกู้เข้ามาแล้ว ยังไงก็ต้องชดใช้”
ถ้าเหยื่อนิ่งเฉยไม่จ่ายก็จะถูกคุกคาม ข่มขู่ โพสต์ประจาน ติดตามทวงหนี้กับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องโดยใช้ข้อมูลจากมือถือที่เราใช้โหลดแอป
โดยแอปฯพวกนี้ตั้งใจดักจับข้อมูลเหยื่อตั้งแต่ติดตั้ง โดยจะทำโปรแกรมขึ้นมาบังคับให้เราต้องกดยินยอมเปิดเผยข้อมูล ทั้งให้ส่งบัตรประชาชน และตั้งค่าให้แอปสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ได้ ทั้งเข้าถึงคลังภาพ เข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อ เมื่อเข้าถึงข้อมูลอะไรได้เหล่ามิจฉาชีพก็จะเอาข้อมูลเหล่านั้นมาบังคับและข่มขู่เหยื่อทั้งทางตรง และทางอ้อม
ต่อให้ใช้ iOS ก็ไม่รอด
แอปกู้เงินเถื่อนแอปหนึ่งชื่อ “สินเชื่อฉับไว” ถ้าลองไปเสิร์จชื่อดูจะพบคนร้องเรียนเต็มไปหมด แต่ตัวแอปฯ ยังเปิดให้ดาวน์โหลดผ่าน App Store โดย ณ วันที่ 17 กันยายน 2024 แอปนี้ติดอันดับ 10 ในหมวด FinTech แอปนี้มีการรีวิวโดยผู้ใช้งาน (อาจเป็นผู้เสียหายกว่า 9,000 ราย) โดยส่วนใหญ่รีวิวไว้ว่าแอปคิดดอกเบี้ยสูงเกินกฎหมายกำหนด โอนเงินเข้าบัญชีก่อนการยืนยันข้อมูล และหลังสมัครมีการโทรรบกวน ถ้าใครคิดว่าใช้ iOS แล้วจะรอด หรือเห็นว่าเป็นแอปให้กู้ที่ Rating ดีแล้วจะปลอดภัย เรื่องนี้อาจจะไม่จริงเสมอไปนะ
สิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการกู้เงินออนไลน์คือ ก่อนจะดาวน์โหลดแอปหรือให้ข้อมูลส่วนตัว ควรตรวจสอบความถูกต้องกับธนาคารแห่งประเทศไทยว่าแอปหรือผู้ให้บริการเหล่านั้นได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยสามารถค้นหาข้อมูลได้ผ่าน “เช็กแอปเงินกู้” บนเว็บไซต์ bot.or.th (ลิงก์อยู่ในคอมเมนต์)
กู้มาแล้วบิดได้ไหม?
การกู้เงินจากแหล่งที่ไม่ถูกกฎหมาย มักมีผลกระทบร้ายแรงต่อเหยื่อและคนรอบข้าง มีผู้ใช้รายหนึ่งจากในพันทิป สมาชิกหมายเลข 3727805 ได้แสดงความคิดเห็นเป็นอุทาหรณ์ให้คนอยากลองกู้แล้วบิด (หนี) ไว้แบบนี้
“เราทำตามที่โพสต์กันทั่วไปแล้วให้เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ไม่รับรู้อะไรไม่ต้องสนใจเดี๋ยวมันก็หายไปเอง แต่ความเดือดร้อนตกไปเป็นเบอร์ที่โดนดูดไปเป็นญาติเป็นเพื่อนร่วมงานทุกคนจะเดือดร้อนหมดมันโทรตามทั้งวันบาง app ก็ด่าคนรอบข้างด้วยถ้อยคำหยาบคาย จนเขากลัวกันหมด คนไม่รู้เรื่องต้องมาเดือดร้อนด้วย แล้วมันยังเอาบัตรประชาชนหรือรูปที่เราถ่ายคู่กับบัตรประชาชนแอดไลน์หรือส่งเป็นข้อความไปให้ทุกคนดูว่าเราหนีหนี้ไม่ยอมจ่ายก่อให้เกิดความอับอาย เราก็โกหกว่าโดนแฮกข้อมูลนะแต่ไม่มีใครเชื่อ เขาบอกว่าถ้าจะแฮ็กทำไมไม่แฮกบัญชีธนาคารเลยจะมาแฮกเบอร์โทรมาตามให้เสียเวลาทำไมเงินหลักพัน เพราะเรากู้หลายเจ้าเจ้าละ 3,000-4,000 บาทเกือบ 20 เจ้า ไม่มีใครเชื่อเราเลยว่าเราโดนแฮกข้อมูล สายตาเพื่อนร่วมงานเปลี่ยนหมดที่เคยกินข้าวด้วยกันเขาก็ไม่ไปกินด้วย เรากลายเป็นคนที่สร้างความเดือดร้อนให้ทุกคน จนต้องลาออกจากงานตอนนี้ยังหางานทำไม่ได้เลย อย่าไปยุ่งกับมันเลยมันเดือดร้อนกว่าที่เราคิดมากอย่าไปเชื่อว่าไม่มีอะไรกู้แล้วไม่จ่ายไม่มีอะไร เพราะที่โพสๆกันเขาไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด เขาอาจอยากให้เราเดือดร้อนเหมือนเขาก็ได้มันรู้สึกสะใจหรือไง มาบอกว่ากู้แล้วไม่ต้องจ่ายไม่มีอะไร ทำไมถึงไม่บอกผลกระทบให้หมด โดนประจานทางเฟซเพื่อนด้วย เอารูปคนที่เรารู้จักมาประจานร่วมแล้วบอกว่าพวกนี้ขี้โกง คนที่โดนประจานเขาจะไปแจ้งความขอร้องเขาตั้งนานถึงยอมแต่เขาก็โมโหมาก ไม่คุยกับเราอีกเลย แล้วมันยังเอารูปที่เราถ่ายคู่กับบัตรประชาชนแอด line และส่งทางข้อความไปให้ทุกคนดูว่าเราเป็นหนี้ไม่ยอมจ่าย ทีนี้เขาก็รู้กันหมดว่าเราเป็นหนี้ไปสร้างความเดือดร้อนให้เขาตอนนี้ไม่มีใครคุยด้วยเลยไม่มีความเห็นใจจากใคร มองเราเป็นตัวอันตรายไปหมด”
สรุป
เอาเป็นว่าหากใครกำลังคิดว่าจะไปกู้แอปเถื่อนและบิด ขอเตือนว่าอย่าไปยุ่งกับเหล่ามิจฉาชีพตั้งแต่แรกเลยจะดีกว่า และหากมีเหตุต้องใช้เงินจริงๆ ควรหาช่องทางที่ถูกกฎหมาย ยืมเท่าที่ใช้และจ่ายหนี้คืนให้ไวที่สุดจะดีกว่า ![]()
=========================
อย่าพลาดโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีขึ้น!
เตรียมพบกับ Make Rich Expo มหกรรมการลงทุนแห่งชาติ ที่จะพาคุณก้าวเข้าสู่โลกของการลงทุนที่ทันสมัยและเข้าใจง่ายกว่าที่เคย! ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดลงทุน หรือผู้ที่มีประสบการณ์ เรามีทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคต
เข้าร่วมงานฟรี!!
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ ที่ https://bit.ly/4cKxqet
แล้วพบกันวันที่ 2 - 3 November 2024 เวลา 10.00 - 19.00 น. ณ Paragon Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้า Siam Paragon
=========================
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

